โควิดกระทบค้าชายแดนไทย-ลาว-จีน จ.เชียงราย

โควิดกระทบค้าชายแดนไทย-ลาว-จีน จ.เชียงราย

โควิดกระทบค้าชายแดนไทย-ลาว-จีน จ.เชียงราย

รูปข่าว : โควิดกระทบค้าชายแดนไทย-ลาว-จีน จ.เชียงราย

มูลค่าการส่งออกสินค้าด้าน จ.เชียงราย โดนเฉพาะที่ด่านพรมแดนเชียงของ มีมูลค่ากว่าถึง 2.8 หมื่นล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นสินค้าเกษตร เช่น ผัก ผลไม้ หลังไวรัสโควิดระบาดหนัก ลาวสั่งปิดพรมแดน เข้มงวดการขนสินค้าผ่านถนนอาร์ 3 เอ จึงมีกระทบผู้ประกอบการไทย

วันนี้ (14 เม.ย.2563 ) ผู้สื่อข่าวรายงาน ผู้ประกอบการขนส่งสินค้าด้าน อ.เชียงของ จ.เชียงราย ได้รับผลกระทบอย่างหนัก หลังจากหนังสือจากกระทรวงต่างประเทศ สปป.ลาว ถึงสถานทูตไทย ณ กรุงเวียงจันทน์ อ้างถึงคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 06/นย วันที่ 26 มี.ค. 63 แจ้งระงับการเดินทางเข้า-ออก สปป.ลาว ยกเว้นรถบรรทุกขนส่งสินค้า ที่เพื่อเฝ้าระวังการระบาดไวรัสโควิด-19 โดยมีรายละเอียดสำคัญว่า รถขนส่งสินค้า

 

รถบรรทุกระหว่างรอขนส่งสินค้า ที่ด่านศุลกากร เชียงของ จ.เชียงราย

 

1) มาจากต่างประเทศ และมาทำการเปลี่ยนถ่ายสินค้าภายในบริเวณใกล้เคียง และกลับออกไปจาก สปป.ลาว โดยไว คนขับรถจะต้องผ่านการคัดกรองสุขภาพตามมาตรฐานที่กำหนด

2) การขนส่งสินค้าผ่าน สปป.ลาว ต้องมีการฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ และเปลี่ยนคนขับรถเป็นคนภายใน เท่านั้น ไม่อนุญาตให้คนต่างประเทศขับรถผ่าน สปป.ลาว

บังคับใช้จนถึงวันที่ 19 เม.ย. 63 หรือจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง

 

 

ผลกระทบที่ตามมาจากคำสั่งดังกล่าว ทีมข่าวไทยพีบีเอสภาคเหนือ ได้ลงพื้นที่พูดคุยกับผู้ประกอบการขนส่ง ทุกรายยอมรับว่าได้รับผลกระทบจากมาตรการป้องกันไวรัสโควิด-19 เช่น ผู้ประกอบการขนส่งผัก และผลไม้ รายหนึ่ง เปิดเผย ถึงต้นทุนการขนส่งที่เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว จากการจ้างชาวลาว ขับรถขนส่งผลไม้ อาจสูงถึงเที่ยวละ 45,000 บาท/คน/คัน ยังไม่รวมค่าจอดรถ และข้ามพรมแดนระหว่างแขวง และจีน ผู้ประกอบการย้ำว่าหากการขนส่งปกติ ในราคานี้จะพอๆ กับรับจ้างขนจาก กทม.ไปจีน ซึ่งระยะทางจากเชียงของ-บ่อหาน จีน 260 กม. จาก กทม-เชียงของ 835 กม. ทำให้ผู้ประกอบการแบกรับต้นทุนการขนส่งไม่ไหว จึงหยุดการขนส่ง หรือต้องหาช่องทางอื่นขนส่งสินค้าแทน

 

ท่าเรือพาณิชย์เชียงแสน เริ่มมีผู้ประกอบการมาขนส่งสินค้ามากขึ้น


การขนส่งทางแม่น้ำโขง ผ่านท่าเรือพาณิชย์ เชียงแสน เป็นอีกช่องทางการขนส่งหนึ่ง ที่ผู้ประกอบการเลือกใช้ขนส่ง แต่ก็ยังพบข้อจำกัดผู้ประกอบการขนส่งสินค้าท้องถิ่น ในจังหวัดเชียงราย ระบุว่า ได้รับผลกระทบจากมาตรการเข้มงวด ที่ด่านพรมแดนเชียงของ-ห้วยทราย จึงย้ายมาขนส่งสินค้าทางเรือแทน แต่ก็ยังพบปัญหาท่าเรือกวนเหล่ยในจีนปิด ผู้ประกอบการสินค้าต้องขนส่งสินค้าผ่านทางท่าเรือสบหลวย ประเทศเมียนมาแทน ขณะเดียวกันที่ท่าเรือพาณิชย์เชียงแสน ก็ยังมีข้อจำกัดด้านการขนส่งสินค้าเข้าจีน ส่วนใหญ่เป็นสินค้าที่มีกำหนดโควตานำเข้าจีน เช่น เนื้อสัตว์, เนื้อไก่, แช่แข็ง

 


ข้อมูลค่าการค้าชายแดนด้าน จ.เชียงราย ตลอดปี 2562 (ม.ค.-ต.ค.) มีมูลค่ารวมกันกว่า 43,952.92 ล้านบาท แยกเป็นการส่งออก 37,034.08 ล้านบาท นำเข้า 6,918.79 ล้านบาท เพิ่มสูงขึ้นกว่าปีก่อนกว่า 971.05 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 2.26

มูลค่าการค้ากับมณฑลยูนนาน จีนตอนใต้ มากที่สุด 23,143.73 ล้านบาท แยกเป็นการส่งออก16,994.82 ล้านบาท และนำเข้า 6,148.91 ล้านบาท, การค้ากับ สปป.ลาว 8,418.60 ล้านบาท แยกเป็นการส่งออก 7,996.73 ล้านบาท และนำเข้ามูลค่า 421.87 ล้านบาท ส่วนการค้ากับรัฐฉาน เมียนมา มีมูลค่ามากเป็นอันดับ 2 รองจากการค้ากับจีน มูลค่า 12,390.34 ล้านบาท แยกเป็นการส่งออกมูลค่า 12,042.45 ล้านบาท และนำเข้ามูลค่า 347.89 ล้านบาท

 

ด่านพรมแดนเชียงของ จ.เชียงราย

เฉพาะที่ด่านพรมแดนเชียงของ มีมูลค่าการค้าส่งออก 21,054.09 ล้านบาท และนำเข้ามูลค่า 7,076.17 ล้านบาท โดย 16,504.02 ล้านบาท เป็นมูลไทยส่งออกไปยังมณฑลยูนนาน จีนตอนใต้ และนำเข้า 6,619.85 ล้านบาท ซึ่งไทยได้ดุลการค้าเกือบ 10,000 ล้านบาท ซึ่งสินค้าส่งออก และนำเข้าที่สำคัญอันดับหนึ่ง คือ ผัก และผลไม้

เฉพาะในช่วงเดือน มี.ค. 63 ผลไม้สด ที่ไทยส่งออกไปยังจีน มีมูลค่า 1,391.05 ล้านบาท หากมีมาตรการเข้มงวด ไม่อนุญาตให้คนต่างประเทศขับรถผ่าน สปป.ลาว ยังมีระยะยาวต่อเนื่อง คาดว่ากระทบโดยตรงผลไม้ไทย โดยเฉพาะ ทุเรียน และมังคุด ที่เริ่มออกสู่ตลาดในช่วงนี้

กลับขึ้นด้านบน