ทอ.ชี้ แนวโน้มสถานการณ์หมอกควัน-ไฟป่าภาคเหนือดีขึ้น

ทอ.ชี้ แนวโน้มสถานการณ์หมอกควัน-ไฟป่าภาคเหนือดีขึ้น

ทอ.ชี้ แนวโน้มสถานการณ์หมอกควัน-ไฟป่าภาคเหนือดีขึ้น

รูปข่าว : ทอ.ชี้ แนวโน้มสถานการณ์หมอกควัน-ไฟป่าภาคเหนือดีขึ้น

กองทัพอากาศปฏิบัติการสนับสนุนการแก้ปัญหาหมอกควันและไฟป่าภาคเหนือต่อเนื่อง พบจุดความร้อนมีแนวโน้มลดลงและส่งผลให้ดัชนีคุณภาพอากาศดีขึ้น

วันนี้(14 เม.ย.63) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังกองทัพอากาศจัดอากาศยานไร้คนขับ (UAV) ร่วมปฏิบัติภารกิจสำรวจจุดความร้อนจากการเผาไหม้ ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ และบินลาดตระเวนตรวจสอบการลักลอบเผาป่า ตั้งแต่ห้วงวันที่ 1-20 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาและห้วงที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 3 เมษายนจนถึงปัจจุบัน ได้เข้าสนับสนุนภารกิจการแก้ปัญหาหมอกควันและไฟป่า และป้องกันการเผาซ้ำในพื้นที่ที่เกิดความร้อนมากที่สุดในพื้นที่ ได้แก่ อำเภอแม่แจ่ม อมก๋อย แม่แตง เชียงดาว และอำเภอจอมทอง

ทั้งนี้ หน่วยอากาศยานไร้คนขับ (UAV) ได้ประจำอยู่ ณ ที่ตั้ง กองบิน 41 จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อปฏิบัติการ ISR (Intelligence Surveillance and Reconnaissance) สำหรับสนับสนุนการแก้ปัญหาหมอกควันและไฟป่า โดยเป็นการปฏิบัติที่ใช้เครือข่ายเป็นศูนย์กลาง ผ่านระบบตรวจจับ หรือ Sensor จากอากาศยานไร้คนขับ และข้อมูลจากดาวเทียมเพื่อการหาจุดความร้อนที่เป็นแหล่งกำเนิดไฟป่า หรือ Hot Spot

โดยทำการบูรณาการสัญญาณภาพจากระบบตรวจจับทุกส่วน รวบรวมส่งมายังส่วนบัญชาการและควบคุมในลักษณะ Near Real Time เพื่อให้ผู้บัญชาการสถานการณ์ และหน่วยปฏิบัติในพื้นที่ทราบถึงพิกัดและเข้าควบคุมไฟป่าได้อย่างรวดเร็ว และแม่นยำ รวมทั้งจัดทำเป้าหมายที่ตรวจพบให้กับศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน (ส่วนหน้า) และแจ้งให้ทางศูนย์บัญชาการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) จังหวัดเชียงใหม่ทราบ

ซึ่งข้อมูลดังกล่าวจะถูกนำไปใช้ประโยชน์โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเจ้าหน้าที่ของกรมอุทยาน และกรมป่าไม้ จะวางแผนจัดชุดดับไฟป่า (เจ้าหน้าที่เหยี่ยวไฟ เสือไฟ อาสาสมัครประจำท้องถิ่น) เข้าไปยังพื้นที่รับผิดชอบ ซึ่งจะทำให้การดับไฟป่าแต่ละครั้งนั้นตรงจุดและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ทั้งนี้ ความสำคัญของ Video Down Link แบบ Near Real Time คือข้อมูลที่ยืนยันสภาพพื้นที่เกิดไฟป่า เพื่อการประสานงานให้กำลังภาคพื้นและอากาศยานเข้าปฏิบัติการควบคุมไฟป่า ในส่วนการจัดทำแฟ้มเป้าหมายนั้นเป็นประโยชน์ในกรณีที่พื้นที่ไฟป่ายังไม่ดับ หรือยังควบคุมไม่ได้ ซึ่งจะต้องนำมาวางแผนควบคุมในวันถัดไป ทั้งนี้ อากาศยานไร้คนขับ (UAV) สามารถตรวจจับจุดความร้อนที่เป็นลักษณะไฟที่มอด แต่ยังมีเชื้อไฟที่มีขนาดเล็กได้ ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถทำการดับไฟป่าได้ 100%

สำหรับแนวโน้มสถานการณ์นั้นพบว่า จุดความร้อนมีแนวโน้มลดลง เนื่องจากมีการระดมสรรพกำลัง เจ้าหน้าที่ ทั้งฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร และเจ้าหน้าที่ดับไฟป่าลงพื้นที่ ส่งผลให้ดัชนีคุณภาพอากาศดีขึ้นกว่าสัปดาห์ที่ผ่านมา

แท็ก

กลับขึ้นด้านบน