โอดเงินไม่พอแจก! จ่าย 5,000 พอแค่เดือนนี้ เดือนถัดไปรอเงินกู้

โอดเงินไม่พอแจก! จ่าย 5,000 พอแค่เดือนนี้ เดือนถัดไปรอเงินกู้

โอดเงินไม่พอแจก! จ่าย 5,000 พอแค่เดือนนี้ เดือนถัดไปรอเงินกู้

รูปข่าว : โอดเงินไม่พอแจก! จ่าย 5,000 พอแค่เดือนนี้ เดือนถัดไปรอเงินกู้

นายกฯ ชี้แจงแจกเงิน 5,000 บาทไม่ทั่วถึง เพราะงบฯ ไม่เพียงพอ ต้องขูด "งบค้างท่อ" จากงบกลางปี 2563 จ่ายเยียวยาก่อน ส่วนเงินที่จะใช้เยียวยาในเดือนต่อไปต้องรอเม็ดเงินจากการกู้ยืม 1 ล้านล้านบาท

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แถลงข่าวภายหลังการประชุม ครม. ถึงมาตรการเยียวยาของรัฐบาล ว่า การช่วยเหลือเยียวยาของรัฐต้องคำนึงถึงทุกกลุ่ม ซึ่งในช่วงแรกด้วยช่วยเหลือไปแล้วตามลำดับ ตั้งแต่ระยะ 1 และระยะ 2 เช่นการลดภาระค่าน้ำ ค่าไฟ พักชำระหนี้ ซึ่งมีปัญหาในบางธนาคารโดยจะติดตามแก้ไขต่อไป

ส่วนเงินเยียวยา 5,000 บาท ตนเองได้เห็นแล้วว่ามีความสับสนอลหม่านพอสมควร เห็นจากการที่คนมากระทวงการคลังเมื่อวานนี้ จำเป็นต้องสร้างความเข้าใจกันใหม่ โดยย้ำว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับผู้ได้รับผลกระทบทุกกลุ่ม ซึ่งจะช่วยเหลือให้ทั่วถึงและเป็นธรรม

ทั้งนี้รัฐบาลได้รับฐานข้อมูลแรงงาน จากกระทรวงแรงงาน 37 ล้านคน แรงงานในระบบ 11 ล้านคน นอกระบบ 9 ล้านคน และเกษตรกร 17 ล้านคน และยังมีกลุ่มนักศึกษาที่ทำงานและได้รับผลกระทบด้วย ซึ่งตนได้รับฟังความเห็นทุกท่านเสมอมา ส่วนตัวเห็นใจและสงสาร เพราะเป็นหน้าที่ของตนที่ต้องดูแลพวกท่าน อย่างไรก็ตามที่ผ่านมา มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมากำกับดูแลแล้ว เพื่อบูรณาการข้อมูล รับฟัง ติดตาม และเยียวยาให้ทั่วถึง เข้าถึงผู้ได้รับผลกระทบอย่างแท้จริง แต่การดำเนินการไม่สามารถทำให้ทั่วถึงในครั้งเดียวได้

ที่สำคัญรัฐบาลมีความจำเป็นต้องใช้เงินหลายส่วน โดยเตรียมเสนอกฎหมายที่ใช้ปรับลดงบฯ 10% (พ.ร.บ.โอนงบฯ) ซึ่งต้องเข้ารัฐสภา ผ่านความเห็นชอบ ส.ส. และส.ว. ซึ่งอาจใช้เวลาถึงเดือน มิ.ย. โดยประมาณการณ์ว่าจะได้เงินจากส่วนนี้ไม่เกิน 1 แสนล้านบาท เป็นการเรียกคืนจากหน่วยงานต่างๆ

ส่วนที่ 2 คือการหาเงินเพิ่ม จากการกู้เงิน โดยออก พ.ร.ก.เงินกู้ 1 ล้านล้านบาท จึงขอเน้นย้ำว่าตอนนี้รัฐบาลยังไม่มีเงินซักบาท ต้องกู้ให้ได้เม็ดเงิน ตอนนี้ยังไม่มีเงิน มีแต่ตัวเลข ซึ่งหลายคนนำไปหารแบ่งเรียบร้อยแล้ว

ขณะที่การออก พ.ร.ก. เพื่อให้ธนาคารแห่งประเทศไทยปล่อยเงินให้กับธนาคาร เป็นการสร้างความเชื่อมั่น เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อกันเป็นทอดๆ

สำหรับขั้นตอน พ.ร.ก.เงินกู้ 1 ล้านล้านบาท มีขั้นตอนรอประกาศพอสมควร ซึ่งคาดว่าจะเดินหน้าได้เดือน เม.ย. หรือ เดือนพ.ค. นี้ จากนั้นจะผ่านคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการ กว่าจะได้เงินไปใช้คาดว่าจะอยู่ในช่วงเดือน พ.ค. หรือ มิ.ย. นี้

“ถ้าถามว่าตอนนี้ใช้เงินจากไหน วันนี้ใช้งบกลางปี 2563 บางโครงการเรียกคืนมาเพราะเขายังไม่ได้ดำเนินการ (งบฯ ค้างท่อ) ซึ่งมีวงเงินกว่า 5 หมื่นล้านบาท ซึ่งเงินจำนวนนี้ใช้จ่ายเงินเยียวยา 5,000 บาท ได้แค่เดือนเดียว ส่วนที่จะจ่ายให้ในอีก 2-3 เดือน ต้องรอเงินจากการกู้ยืม เรื่องเป็นความลำบากของรัฐบาลเพราะเป็นภาระผูกพันวันข้างหน้าด้วย”

นายกฯ กล่าวต่อว่า การกู้เงินจะทยอยกู้เป็นก้อนๆ ไม่ใช่กู้แล้วได้เงินคราวเดียว 1 ล้านล้านบาท ดังนั้นจึงขอย้ำว่าตอนนี้รัฐบาลมีเงินจ่ายได้แค่เดือน เม.ย.ส่วนที่เหลือจะตรวจสอบดูว่าขาดตรงไหนและตรงไหนควรได้เพิ่ม โดยรัฐบาลพยายามดูแลท่านเต็มที่ตามขีดความสามารถ ดังนั้นจึงขออย่าบิดเบือนเพราะอาจทำให้การทำงานยากขึ้นเรื่อยๆ เพราะข้อเท็จจริงเรามีเงินให้เดือนเดียวที่เหลือต้องรอเงินกู้

วิธีคิดในการแจกเงินช่วยเหลือในส่วนเงินเยียวยา 5,000 บาท โดยเฉพาะกลุ่มที่เป็นแรงงานอิสระ รับจ้าง กิจการส่วนตัว ค้าขาย และลูกจ้างที่จ่ายประกันสังคม รวม 9 ล้านคน ซึ่งตอนแรกมีเม็ดเงินให้แค่ 3 ล้านคน ไม่ใช่โควตาแต่คิดจากเงินที่มีอยู่พอจ่ายสำหรับ 3 ล้านคน แต่เมื่อฟังประชาชน เดือดร้อนจำเป็นต้องขยายเป็น 9 ล้านคน จึงต้องหาเงินมาให้เพิ่มเติม

หลายคนมีปัญหาเร่งด่วน รู้ แต่ไม่รู้เอาเงินที่ไหนโอนให้

ส่วนพนักงานที่มีประกันสังคม ตามมาตรา 33 จำนวน 11 ล้านคน จะเยียวยาใช้วงเงิน 2.3 แสนล้านบาท โดยใช้เงินกองทุนประกันสังคม เพื่อเยียวยาผลกระทบการปิดกิจการ

ขณะที่กลุ่มเกษตรกร 17 ล้านคน ต้องหาเงินจากแหล่งอื่นมาช่วยในเดือนแรก (เดือน เม.ย.) แล้วค่อยนำเงินกู้ที่ได้มาช่วยในระยะต่อไป

“ตอนนี้คนพูดเกินเลยไปมาก 3 เดือนบ้างอะไรบ้าง หลายคนร้อนใจ มันจึงย้อนกลับมาให้เราร้อนใจด้วย การให้เงินต้องประเมินผลกระทบเศรษฐกิจ ไม่ใช่ให้ประชาชนอย่างเดียว แต่เอกชน ก่อสร้าง การทำสัญญาของรัฐ ต้องดูเรื่องเหล่านี้ด้วยไม่ใช่มีเงินเท่าไหร่ก็ให้ตรงนี้จบ ไม่ใช่รัฐบาลแล้ว”

“เห็นโทรทัศน์ สื่อ โซเชียล ผมก็ส่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดูแล เพราะนายกฯดูนโยบาย แต่คนปฏิบัติเป็นกระทรวงแต่ผมก็ต้องรับผิดชอบ ต้องบังคับให้ทำให้ได้ หลายคนบอกกลุ่มนี้ได้ 5,000 บาท แต่เราไม่ได้ ก็ต้องไปดูในกลุ่มอื่นที่อาจจะเข้าข่ายด้วย”

นายกฯ กล่าวว่า รัฐบาลจะต้องระมัดระวังบการใช้จ่ายของรัฐ เพราะตอนนี้มีคนจ้องฟ้องร้องดำเนินคดี ถ้าคิดแบบนั้นก็ไม่เห็นแก่ประโยชน์ของส่วนร่วม ดังนั้นจึงขอเห็นใจเจ้าหน้าที่ อย่าประท้วง ฟังซักนิดหนึ่ง ช่วงนี้ลำบากทุกคน ถ้ามีเงินเยอะๆ จะแจกได้ทุกคนในเวลาเดียวกัน แต่ตอนนี้มันทำไม่ได้ ที่สำคัญช่วงนี้ขอช่วยดูแลตัวเอง ใช้จ่ายอย่างเหมาะสม คิดว่าเงิน 5000 บาท จะช่วยดูแลครอบครัวได้บ้าง แต่ถ้านำไปใช้อย่างอื่นอันตราย

กลับขึ้นด้านบน