ร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน ตรวจสอบโครงการ “เราไม่ทิ้งกัน”

ร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน ตรวจสอบโครงการ “เราไม่ทิ้งกัน”

ร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน ตรวจสอบโครงการ “เราไม่ทิ้งกัน”

รูปข่าว : ร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน ตรวจสอบโครงการ “เราไม่ทิ้งกัน”

ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคมยื่นหนังสือต่อผู้ตรวจการแผ่นดินให้ตรวจสอบโครงการ “เราไม่ทิ้งกัน” เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ใช้ข้อมูลอันเป็นเท็จ-เลือกปฏิบัติหรือไม่ ส่งผลให้ประชาชนหลายคนเสียสิทธิ์ที่จะได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาล

วันนี้ (15 เม.ย.2563) นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พร้อมตัวแทนผู้ได้รับผลกระทบเข้ายื่นหนังสือถึง พล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์ ประธานผู้ตรวจการแผนดิน โดยมีนายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เป็นผู้รับเรื่องร้องเรียน

นายรณณรงค์กล่าวว่า จากกรณีที่รัฐบาลได้ประกาศมาตรการต่าง ๆ เพื่อที่จะลดการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 มีการปิดสถานประกอบการต่าง ๆ เช่น ห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร ตลาดสด ซึ่งทำให้ลูกจ้างแรงงาน และประชาชนที่ประกอบอาชีพอิสระต่างๆ ต้องว่างงานขาดรายได้ ทำให้กิจการต่างๆ ต้องหยุดชะงัก ประชาชนเกิดความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ไม่มีงานทำ ไม่มีเงิน

กระทั่งภาครัฐได้ออกมาตรการเยียวยาให้กับประชาชนในโครงการ “เราไม่ทิ้งกัน” มาตรการเยียวยา 5,000 บาท ระยะเวลา 3 เดือน แก่ลูกจ้างของสถานประกอบการ หรือผู้ได้รับผลกระทบของการแพร่ระบาดจากโรคโควิด-19 เมื่อออกมาตรการดังกล่าวมาก็มีประชาชนผู้ที่ได้รับผลกระทบจำนวนมากลงทะเบียนเพื่อรับเงินเยียวยา

แต่ปรากฏว่า มาตรการดังกล่าวของภาครัฐมีการใช้ระบบปัญญาประดิษฐ หรือ (AI) คัดกรองคุณสมบัติผู้ลงทะเบียนรับเงินเยียวยา 5,000 บาท ที่ทำให้คนที่เดือดร้อนจริง ๆ ไม่ได้รับเงิน แต่คนที่กรอกข้อมูลเป็นแต่ไม่เดือดร้อนกลับได้เงินแทน

เมื่อทวงถามไปยังกระทรวงการคลัง ผู้ซึ่งออกมาตรการนี้มากลับได้คำตอบเพียงว่า “ต้องรอตรวจสอบสถานะ” เมื่อระบบให้ตรวจสอบสถานะอีกครั้งอาชีพที่ลงทะเบียนไว้ไม่ตรงกัน ตัวอย่างเช่น เป็น คนขับแท็กซี่ แต่ในระบบตอบกลับว่า เป็นเกษตรกร หรือเป็นแม่ค้าพ่อค้า กลับได้อาชีพเป็นนักศึกษา ซึ่งทำให้ไม่ผ่านเกณฑ์การคัดกรอง จึงไม่ได้รับเงินเยียวยา

 

 

เครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม จึงขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินตรวจสอบการดำเนินงานกับมาตรการดังกล่าวและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้

1.การดำเนินการของกระทรวงการคลังในการพิจารณาอนุมัติเงินเยียวยาโครงการเราไม่ทิ้งกันขัดต่อรัฐธรรมนูญ เป็นการเลือกปฏิบัติอย่างไม่เท่าเทียมหรือไม่

2.การดำเนินการพิจารณาอนุมัติเงินโครงการเราไม่ทิ้งกันนั้น มีปัญหาในทางปฏิบัติ ซึ่งการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาตรวจสอบสถานะของผู้ลงทะเบียนนั้น มีความคลาดเคลื่อนอย่างมาก ทั้งมีประชาชนที่ไปลงทะเบียนแล้วปรากฏเป็นอาชีพที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง และไม่สามารถอธิบายหรือตรวจสอบแหล่งที่มาของข้อมูลที่คลาดเคลื่อนให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบคลายข้อสงสัยได้

 

ขอให้สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินตรวจสอบการทำงานของระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) หากพบว่า ชุดข้อมูลที่ป้อนให้กับระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชนหรือโครงสร้างพื้นฐานอันเป็นประโยชน์สาธารณะของประเทศ หรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน ขอให้ดำเนินคดีกับกระทรวงการคลังและข้าราชการตลอดจนรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องในความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (1,2)

3.ขอให้ตรวจสอบต้นทางหรือที่มาของชุดข้อมูลที่ป้อนให้กับระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในโครงการเราไม่ทิ้งกันของหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องว่ามีการนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ หรือมีการปลอมเอกสารราชการและใช้เอกสารปลอมหรือไม่

กลับขึ้นด้านบน