ชาวนาขายข้าวนาปรังได้ราคาดี ชื่นชมแผนจัดการน้ำเขื่อนลำปาว

ชาวนาขายข้าวนาปรังได้ราคาดี ชื่นชมแผนจัดการน้ำเขื่อนลำปาว

ชาวนาขายข้าวนาปรังได้ราคาดี ชื่นชมแผนจัดการน้ำเขื่อนลำปาว

รูปข่าว : ชาวนาขายข้าวนาปรังได้ราคาดี ชื่นชมแผนจัดการน้ำเขื่อนลำปาว

ชาวนาจังหวัดกาฬสินธุ์ทยอยเก็บเกี่ยวข้าวนาปรังขาย ได้ราคาดี พร้อมชื่นชมแผนจัดการน้ำเขื่อนลำปาว สามารถส่งน้ำทำการเกษตร สร้างรายได้ให้ครอบครัว ขณะที่เขื่อนลำปาววางแผนจัดการน้ำในฤดูฝน ที่จะมาถึงในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

ชาวนาใน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ ทยอยเก็บเกี่ยวข้าวนาปรังขาย ด้วยความความดีใจ หลังข้าวปรับราคาสูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา

นายบุญช่วย รอบแสนชุม อายุ 49 ปี ชาวบ้านขาม หมู่ 3 ต.ดอนสมบูรณ์ อ.ยางตลาด กล่าวว่า ช่วงนี้ตนและเพื่อนบ้าน ที่ทำนาปรัง ต่างดีใจและเริ่มผ่อนคลายจากความเครียดจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เนื่องจากขายข้าวเปลือกนาปรังได้ราคาสูง

นายบุญช่วย กล่าวอีกว่า ช่วงนี้เป็นช่วงฤดูเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวนาปรัง ทั้งนี้ จากการนำข้าวไปขายตามลานรับซื้อข้าว ซึ่งได้ราคาสูงถึงตันละ 10,500 บาท หรือกิโลกรัมละ 10.50 บาท ขณะที่เมือปีที่ผ่านมาได้พียงตันละ 7,000-8,000 บาท หรือกิโลกรัมละ 7-8 บาท 

ชาวนาหลายคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า พวกเขาชื่นชมแผนการบริหารจัดการน้ำของเขื่อนลำปาว ที่ทำให้มีน้ำเพียงพอสำหรับทำการเกษตรในช่วงหน้าแล้ง เป็นการพิสูจน์ให้เห็นถึงประโยชน์ของเขื่อนอย่างแท้จริง

นายศักดิ์ศิริ  อยู่สุข ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 6 เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในเขื่อนลำปาว จังหวัดกาฬสินธุ์ ว่า ปัจจุบัน (20 เม.ย. 63) เขื่อนลำปาว มีปริมาณน้ำ 705 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 35 ของความจุอ่างฯ (ความจุอ่างฯสูงสุด 1,980 ล้าน ลบ.ม.) มีน้ำใช้การได้ประมาณ 605 ล้าน ลบ.ม. มีการระบายน้ำวันละประมาณ 2.7 ล้าน ลบ.ม.

ในช่วงเดือนกันยายน 2562 ที่ผ่านมา เขื่อนลำปาวได้รับประโยชน์จากอิทธิพลของพายุ“โพดุล” ส่งผลให้มีปริมาณน้ำเพิ่มมากขึ้นถึง 1,742 ล้าน ลบ.ม. ทำให้โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว สามารถวางแผนการใช้น้ำในช่วงฤดูแล้งปี 62/63 ได้อย่างเต็มศักยภาพ โดยเฉพาะการทำนาปรังของเกษตรกรในพื้นที่ชลประทาน

นอกจากนี้โครงการฯลำปาว ยังมีปริมาณน้ำเพียงพอที่จะสามารถสูบน้ำย้อนกลับไปเติมหน้าเขื่อนวังยาง จังหวัดกาฬสินธุ์ เพื่อสร้างความมั่นคงด้านน้ำอุปโภค-บริโภคให้กับการผลิตประปาทั้ง 39 แห่ง ในพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม และช่วยเหลือการอุปโภคบริโภคในพื้นที่ลุ่มน้ำชีตอนล่างตั้งแต่จังหวัดร้อยเอ็ด ยโสธร ไปจนถึงจังหวัดอุบลราชธานีอีกด้วย

ด้านนายฤาชัย จำปานิล ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว เปิดเผยว่า โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว ได้วางแผนการใช้น้ำในช่วงฤดูแล้งปี 62/63 โดยการบริหารจัดการน้ำสำหรับทุกกิจกรรมอย่างทั่วถึงและเป็นธรรมการ ส่งผลให้เกษตรกรในเขตพื้นที่ชลประทานที่รับน้ำจากเขื่อนลำปาว สามารถทำการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งทั้งนาข้าว พืชผัก และการประมงกว่า 300,000 ไร่

เกษตรกรที่ปลูกข้าวนาปรังกว่า 250,000 ไร่ เริ่มทยอยเก็บเกี่ยวข้าวเพื่อนำไปขาย ซึ่งปีนี้ราคาข้าวค่อนข้างดี ทำให้เกษตรกรมีรายได้จากการขายข้าวไปใช้จ่ายในครอบครัว และบางส่วนได้นำไปลงทุนไถเตรียมแปลง เพื่อเริ่มทำนาปีในฤดูฝนที่จะถึงนี้

ปัจจุบันโครงการฯลำปาว ได้ประกาศหยุดส่งน้ำในช่วงฤดูแล้งปี 2562/63 พร้อมแจ้งแผนการส่งน้ำในช่วงฤดูฝนปี 2563 โดยจะทยอยลดการส่งน้ำตั้งแต่วันที่ 13 – 22 เมษายน 2563 จากนั้นจะปิดการส่งน้ำเข้าคลองชลประทาน เพื่อให้เกษตรกรเก็บเกี่ยวข้าวและดำเนินการซ่อมแซม บำรุงรักษา ปรับปรุงคลอง และอาคารชลประทาน สำหรับเตรียมพร้อมให้สามารถใช้งานได้อย่างเต็มศักยภาพในฤดูช่วงฤดูฝนที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ และคาดว่าจะเริ่มส่งน้ำในฤดูฝนได้ในช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม 2563 นี้

 

ขอบคุณ..ภาพและข้อมูลจากสำนักงานชลประทานที่ 6

 

กลับขึ้นด้านบน