องค์การอนามัยโลก เตือนอย่าเร่งปลดล็อกดาวน์

องค์การอนามัยโลก เตือนอย่าเร่งปลดล็อกดาวน์

องค์การอนามัยโลก เตือนอย่าเร่งปลดล็อกดาวน์

รูปข่าว : องค์การอนามัยโลก เตือนอย่าเร่งปลดล็อกดาวน์

องค์การอนามัยโลก เตือนปลดล็อกดาวน์อาจทำให้ COVID-19 ระบาดระลอกใหม่ ชี้ว่าไวรัสตัวนี้จะอยู่กับมนุษย์อีกนาน

วันนี้ (23 เม.ย.2563) นายเทดรอส อะดานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก (WHO) เตือนทุกประเทศว่าอย่าเพิ่งอิ่มเอมใจในการต่อสู้กับไวรัส COVID-19 แม้ว่าหลายประเทศโดยเฉพาะในแถบยุโรปตะวันตก สถานการณ์การระบาดเริ่มคงที่และมีผู้ติดเชื้อลดลง เนื่องจากไวรัสตัวนี้ยังอยู่กับมนุษย์ไปอีกนาน พร้อมทั้งระบุว่าการยกเลิกมาตรการล็อกดาวน์จะทำให้ COVID-19 ระบาดระลอกใหม่

นายเทดรอส ยังเตือนถึงแนวโน้มการระบาดที่เพิ่มสูงขึ้นในทวีปแอฟริกา ยุโรปตะวันออก อเมริกากลางและอเมริกาใต้ โดยประเทศในภูมิภาคเหล่านี้ ส่วนใหญ่มีระบบสาธารณสุขที่อ่อนแอ ทำให้การรับมือแพร่ระบาดเป็นไปได้ยาก ขณะที่องค์การอนามัยโลก แจ้งเตือนทั่วโลกเกี่ยวกับไวรัสตัวนี้เร็วพอสมควร และประกาศภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศในช่วงเวลาที่เหมาะสม

ทั้งนี้ องค์การอนามัยโลกประกาศภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศเมื่อวันที่ 30 ม.ค.ที่ผ่านมา ก่อนที่จะกลายเป็นการระบาดทั่วโลก (pandemic) ในวันที่ 11 มี.ค.2563 แม้ว่ารัฐบาลหลายประเทศจะชื่นชมการทำงานขององค์การอนามัยโลกในวิกฤต COVID-19 แต่นายเทดรอสต้องเผชิญกระแสเรียกร้องให้ลาออกจากตำแหน่ง โดยเฉพาะจากนักการเมืองของสหรัฐฯ และเมื่อถูกผู้สื่อถามถึงกระแสเรียกร้องให้ลาออก นายเทดรอสกล่าวตอบว่า จะยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไปทั้งกลางวันและกลางคืน เพื่อรักษาชีวิตผู้คนทั่วโลก

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ตัดสินใจระงับเงินอุดหนุนที่ให้กับองค์การอนามัยโลก โดยกล่าวหาว่าบริหารจัดการผิดพลาดและปกปิดเรื่องการระบาดของ COVID-19 ในจีน ขณะที่เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา องค์การอนามัยโลกถูกกล่าวหาว่าตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของจีนมากเกินไป หลังเจ้าหน้าที่ระดับสูงปฏิเสธที่จะหารือกับไต้หวันเรื่องการรับมือการระบาด นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขบางส่วนชี้ว่าคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกในเรื่องหน้ากากอนามัยสร้างความสับสนให้กับสาธารณชน

กลับขึ้นด้านบน