นายกฯ ระบุข้อหารือ 20 มหาเศรษฐี 2 เรื่องหลักเพื่อฟื้นเศรษฐกิจ

นายกฯ ระบุข้อหารือ 20 มหาเศรษฐี 2 เรื่องหลักเพื่อฟื้นเศรษฐกิจ

นายกฯ ระบุข้อหารือ 20 มหาเศรษฐี 2 เรื่องหลักเพื่อฟื้นเศรษฐกิจ

รูปข่าว : นายกฯ ระบุข้อหารือ 20 มหาเศรษฐี 2 เรื่องหลักเพื่อฟื้นเศรษฐกิจ

นายกรัฐมนตรี ระบุ การผ่อนคลายมาตรการรับมือสถานการณ์ COVID-19 ต้องใช้ตัวชี้วัดจากข้อมูลสาธารณสุข วิเคราะห์อย่างรอบคอบ เพราะยังประมาทไม่ได้ ย้ำประเด็นหารือ 20 มหาเศรษฐีมี 2 เรื่องคือการช่วยเหลือผู้เกี่ยวข้องในห่วงโซ่ทางธุรกิจ และข้อเสนอแนะแก้ปัญหาเศรษฐกิจ

วันนี้ (24 เม.ย.2563) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีมอบกรมธรรม์ประกันภัย สำหรับบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข และพิธีมอบกองทุนสนับสนุนและเยียวยาอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง กระทรวงสาธารณสุขและ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) โดยมีนายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ มาร่วมในพิธี ซึ่งเป็น 1 ใน 20 มหาเศรษฐี ที่นายกรัฐมนตรีส่งจดหมายขอคำแนะนำ ในการแก้ไขสถานการณ์ COVID-19

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ในฐานะตัวแทนของรัฐบาล และประชาชนคนไทยทุกคน รู้สึกภูมิใจที่ประเทศไทยมีระบบสาธารณสุขที่เข้มแข็ง และมีบุคลากรทางด้านสาธารณสุขที่มีความรู้ความสามารถ และมีความร่วมมือร่วมใจในการแก้ไขสถานการณ์ COVID-19 นอกจากนี้ยังได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ในการสร้างขวัญและกำลังใจที่ดีให้กับบุคลากรทางการแพทย์ของไทย

ขอขอบคุณนักรบชุดขาวและบุคลากรทางการแพทย์ทุกคน ที่เป็นด่านหน้ารับมือสถานการณ์ COVID-19 ด้วยความเสียสละอุทิศตนเป็นกำลังหลัก ในการเฝ้าระวังคัดกรองผู้ป่วยโรค COVID-19 โดยรัฐบาลมีความเป็นห่วงความปลอดภัยของบุคลากรสาธารณสุข จึงขอเป็นกำลังใจให้ทุกคน

สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ในประเทศไทยมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่จะประมาทไม่ได้ ซึ่งการจะผ่อนคลายมาตรการต่างๆนั้น ต้องวิเคราะห์และประชุมร่วมกัน โดยจะรับฟังแนวทางปฏิบัติจากบุคลากรทางด้านสาธารณสุขเป็นหลัก เพื่อขอคำแนะนำไปสู่การแก้ปัญหาอื่นๆ ต่อไป

พล.อ.ประยุทธ์ยังมีความเป็นห่วงประชาชนในเรื่องการประกอบอาชีพและเรื่องรายได้ รวมไปถึงการประกอบธุรกิจและเรื่องทางสังคม โดยตัวชี้วัดที่สำคัญคือเรื่องของสุขภาพของประชาชน ทั้งนี้ยืนยันว่า รัฐบาลพยายามทำทุกอย่างในการกำหนดนโยบายและมาตรการต่างๆ แต่ก็ต้องรับฟังข้อมูลต่างๆ มาเปรียบเทียบและวิเคราะห์

ในช่วงนี้รัฐบาลทำงานอย่างเต็มที่ ในการนำข้อมูลเหล่านี้มาวิเคราะห์ เพื่อไปสู่นโยบายและการปฏิบัติ ซึ่งการที่ตัวเลขแนวโน้มการแพร่ระบาดลดลง ไม่ใช่สิ่งที่ชี้วัดว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดจะปลอดภัยทั้งหมด เพราะต้องพิจารณาปัจจัยแวดล้อมจากนอกประเทศ และการปฏิบัติของประชาชนภายใต้มาตรการรักษาระยะห่างทางสังคมอย่างคร่งครัด

สิ่งที่รัฐบาลยึดเป็นแนวทางในการแก้ปัญหาคือเน้นเรื่องสุขภาพเป็นหลักรองลงมาคือเรื่องของเศรษฐกิจ ซึ่งต้องหามาตรการมารองรับการแก้ปัญหาเหล่านี้ และจำเป็นต้องใช้งบประมาณ แต่จะไม่ให้เกิดปัญหาในอนาคต

นายกรัฐมนตรี ยังขอบคุณนายคีรี กาญจนพาสน์ โดยระบุว่า ประเด็นสำคัญที่ต้องการทราบข้อมูลคือเรื่ิองที่เกี่ยวข้องกับมาตรการดูแลช่วยเหลือลูกจ้างตลอดจนผู้เกี่ยวข้องในห่วงโซ่ธุรกิจ และข้อเสนอแนะในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจระยะต่อไป

ซึ่งถือเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องดำเนินการหลังจากนี้ เพราะกำลังถูกจับตามองจากหลายฝ่าย แต่ขอยืนยันว่า จะมุ่งมั่นตั้งใจในการทำงานและแก้ปัญหาร่วมกับทุกภาคส่วน เพราะหากใครเจ็บ และเหนื่อย นายกรัฐมนตรีก็เจ็บและเหนื่อยด้วย ซึ่งถือเป็นหน้าที่ของรัฐบาลทุกรัฐบาล และไม่ว่าใครมาเป็นก็ต้องทำอย่างนี้ เพื่อให้เกิดความสามัคคีไม่แตกแยกกัน และเดินหน้าประเทศไทยด้วยกันสู้ปัญหาที่ยากลำบากนี้

กลับขึ้นด้านบน