ฝ่ายค้านยื่นนายกฯ ขอเปิดสภาฯ ถก พ.ร.ก.เงินกู้ฯ 1.9 ล้านล้าน

ฝ่ายค้านยื่นนายกฯ ขอเปิดสภาฯ ถก พ.ร.ก.เงินกู้ฯ 1.9 ล้านล้าน

ฝ่ายค้านยื่นนายกฯ ขอเปิดสภาฯ ถก พ.ร.ก.เงินกู้ฯ 1.9 ล้านล้าน

รูปข่าว : ฝ่ายค้านยื่นนายกฯ ขอเปิดสภาฯ ถก พ.ร.ก.เงินกู้ฯ 1.9 ล้านล้าน

ตัวแทน 6 พรรคร่วมฝ่ายค้านยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ขอให้มีการเรียกประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญเพื่อพิจารณา พ.ร.ก.เงินกู้ 1.9 ล้านล้านบาท และเตรียมเสนอญัตติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญตรวจสอบการใช้งบประมาณแก้ปัญหา COVID-19

วันนี้ (24 เม.ย.2563) ตัวแทนพรรคฝ่ายค้าน นำโดย น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.พรรคเพื่อไทย จ.น่าน และ นายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคปวงชนไทย ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล สำนักงานปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้ดำเนินการเรียกประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ

ขอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณานำเรื่องนี้เข้าหารือกับคณะรัฐมนตรี เพื่อนำไปสู่การเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ เนื่องจากรัฐบาลได้ออก พ.ร.ก. เงินกู้ 1.9 ล้านล้านบาท ซึ่งมียอดการกู้สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ จึงถือเป็นเรื่องเร่งด่วน และสภาผู้แทนราษฎรต้องทำหน้าที่ติดตามตรวจสอบในฐานะตัวแทนของประชาชน

ทั้งนี้ฝ่ายค้านได้ผลักดันการเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ 2 ทางคือ การรวบรวมรายชื่อ 1 ใน 3 ของสมาชิกรัฐสภาให้ได้ 246 เสียง ซึ่งขณะนี้ฝ่ายค้านมี 213 เสียง จึงต้องขอความร่วมมือจาก ส.ส. ฝ่ายรัฐบาลและสมาชิกวุฒิสภาอีก 33 เสียง เพื่อยื่นให้ประธานรัฐสภาเปิดประชุมสมัยวิสามัญ เบื้องต้นน่าจะได้รับความร่วมมือจาก ส.ส. พรรคร่วมรัฐบาล แต่กระบวนการนี้อาจจะล่าช้า จึงต้องขอเรียกร้องผ่านมายังนายกรัฐมนตรี เพื่อนำไปหารือในคณะรัฐมนตรี เพื่อที่จะสามารถเปิดประชุมได้เร็วขึ้น

ทั้งนี้ตัวแทน 6 พรรคร่วมฝ่ายค้านยืนยันว่า การดำเนินการครั้งนี้ เพื่อใช้กลไกของรัฐสภา ในการร่วมแก้ไขสถานการณ์ COVID-19 เช่นเดียวกับในหลายประเทศที่ใช้บทบาทของสภาฯ โดยจะเน้นการประชุมพิจารณาใน 2 เรื่องคือ พ.ร.ก.เงินกู้ 1.9 ล้านล้านบาท และ พ.ร.บ.โอนงบประมาณ เนื่องจากมีข้อสังเกตว่า การตัดงบประมาณในบางกระทรวง ยังไม่เหมาะสม เช่น กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งน่าจะจัดสรรงบฯเพิ่มมากกว่า

การเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญครั้งนี้ จะทำให้ ส.ส.พรรคฝ่ายค้านได้ทำหน้าที่ตรวจสอบการใช้งบประมาณให้มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้จะเสนอญัตติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญตรวจสอบการใช้งบประมาณเพื่อแก้ปัญหา COVID-19 โดยคาดว่า หากนายกรัฐมนตรีรับไปดำเนินการหารือคณะรัฐมนตรีน่าจะสามารถเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญได้ภายใน 2 สัปดาห์

 

กลับขึ้นด้านบน