ไทยติดเชื้อเพิ่ม พบที่ศูนย์กักขังตรวจคนเข้าเมือง จ.สงขลา 42 คน

ไทยติดเชื้อเพิ่ม พบที่ศูนย์กักขังตรวจคนเข้าเมือง จ.สงขลา 42 คน

ไทยติดเชื้อเพิ่ม พบที่ศูนย์กักขังตรวจคนเข้าเมือง จ.สงขลา 42 คน

รูปข่าว : ไทยติดเชื้อเพิ่ม พบที่ศูนย์กักขังตรวจคนเข้าเมือง จ.สงขลา 42 คน

ศบค.แถลงวันนี้ (25 เม.ย.) มีผู้ป่วย COVID-19 เพิ่ม 53 คน พบที่ศูนย์กักขังตรวจคนเข้าเมือง จ.สงขลา ถึง 42 คน รวมตัวเลขป่วยสะสม 2,907 คน รักษาตัวในโรงพยาบาล 309 คน เสียชีวิตเพิ่ม 1 คน

วันนี้ (25 เม.ย.2563) นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน ในฐานะโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) แถลงข่าวสถานการณ์ตัวเลขผู้ติดเชื้อ COVID-19 ว่า พบมีผู้ป่วยเพิ่ม 53 คน ผู้ป่วยสะสม 2,907 คน วันนี้มีคนหายกลับบ้านเพิ่มอีก 57 คน รวมหายกลับบ้าน 2,547 คน รักษาตัวในโรงพยาบาล 309 คน และมีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก1 คน รวม 51 คน

สำหรับกลุ่มผู้ติดเชื้อใหม่ 53 คน แบ่งเป็นกลุ่มสัมผัสผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้านี้ 3 คน ไปสถานที่ชุมชน เช่นห้าง ตลาดนัด 1 คน ค้นหาเชิงรุก จ.ยะลา 7 คน และศูนย์กักขังตรวจคนเข้าเมือง อ.สะเดา จ.สงขลา 42 คน เป็นชาวเมียนมา 34 คน เวียดนาม 3 คน มาเลเซีย 2 คน เยเมน 1 คน กัมพูชา 1 คน อินเดีย 1 คน

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า วันนี้ที่พบผู้ติดเชื้อใหม่เพิ่มขึ้นเป็นเพราะนโยบายของนายกฯ หลังสิงคโปร์พบแรงงานติดเชื้อจำนวนมาก จึงให้ตรวจเชิงรุกในกลุ่มเสี่ยง และประกาศเขตติดโรคติดต่ออันตราย 5 ประเทศ คือ มาเลเซีย กัมพูชา ลาว อินโดนีเซีย เมียนมา เพื่อสกัดการแพร่ระบาดชายแดนใต้

นอกจากนี้ ปลัด สธ. สั่งการนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสงขลาให้ร่วมดูแลในศูนย์กักกันดังกล่าว ได้รับรายงานเบื้องต้นว่าทั้ง 42 คน ร่างกายแข็งแรง อาการไม่มาก เตรียมเอกซเรย์ปอดเพื่อตรวจเพิ่มเติม ซึ่งเป็นไปตามหลักการมนุษยธรรมในการดูแลแรงงานข้ามชาติ แม้จะเข้ามาโดยผิดกฎหมาย

แรงงานคนต่างด้าวเป็นกลุ่มที่ให้ความสำคัญในการค้นหาผู้ป่วยเชิงรุก ขณะที่ปัจจัยเสี่ยงจากอาชีพเสี่ยง ทำงานในสถานที่แออัดลดลง เหลือ 9 คน ในสัปดาห์นี้

กรณีพบผู้ติดเชื้อในศูนย์กักขัง 42 คน จะจัดพื้นที่ควบคุมโรคและดูแลรักษา ขอให้ชาว จ.สงขลา มั่นใจว่าจะไม่มีการแพร่เชื้อ รวมทั้งขอขอบคุณที่เห็นแก่มนุษยธรรมและช่วยเหลือกัน

สำหรับผู้เสียชีวิตคนที่ 51 เป็นชายไทยอายุ 48 ปี อาชีพรับจ้าง มีประวัติสัมผัสผู้ป่วยยืนยันเป็นคนในครอบครัวที่ทำงานในสถานบันเทิงทองหล่อ เข้าตรวจ 12 เม.ย.ด้วยอาการไข้สูง ไอ หายใจลำบาก ต่อมา 16 ม.ย. อาการแย่ลงและเสียชีวิต 24 เม.ย. ด้วยภาวะทางเดินหายใจล้มเหลว

ขณะที่ยังพบว่า กทม.มีผู้เข้าเกณฑ์สอบสวนโรค (PUI) 12,071 คน ยะลา 4,557 คน นนทบุรี 3,652 คน ชลบุรี 2,207 คน

โฆษก ศบค. กล่าวอีกว่า สำหรับกลุ่มจังหวัดที่ไม่มีรายงานผู้ป่วย 9 จังหวัด ได้แก่ จ.ชัยนาท ตราด สิงห์บุรี อ่างทอง กำแพงเพชร น่าน พิจิตร บึงกาฬ ระนอง ส่วนจังหวัดที่ไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อใหม่ ใน 28 วัน มี 12 จังหวัด ได้แก่ จันทบุรี ราชบุรี ลพบุรี เพชรบูรณ์ แพร่ สุโขทัย อุทัยธานี มหาสารคาม มุกดาหาร ยโสธร ร้อยเอ็ด อุดรธานี และมี 35 จังหวัดไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อใหม่ช่วง 14-28 วัน เช่น เพชรบุรี สระบุรี เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน หนองบัวลำภู ตรัง พัทลุง

นอกจากนี้ยังมี 7 จังหวัดที่ไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อใหม่ในช่วง 7-14 วัน และมี 7 จังหวัดมีรายงานผู้ติดเชื้อใหม่ในช่วง 7 วันที่ผ่านมา 

สถานการณ์โลกผู้ติดเชื้อสะสม 2.8 ล้านคน 

ขณะที่ทั่วโลกมีผู้ติดเชื้อแล้ว 2,830,082 คน อาการหนัก 58,523 คน หรือ 2.1% เสียชีวิต 197,246 คน หรือ 7% โดยสหรัฐฯ เสียชีวิตมากที่สุดในโลก 52,185 คน อิตาลี 25,969 คน สเปน 22,524 คน

ประเทศไทยอยู่อันดับที่ 57 ของโลก ส่วนญี่ปุ่นอันดับที่ 26 ติดเชื้อเพิ่ม 344 คน สะสม 12,712 คน สิงคโปร์เพิ่ม 897 คน สะสม 12,075 คน ส่วนในเอเชีย อินเดียมีผู้ป่วยใหม่สูงสุด รองลงมาสิงคโปร์ ปากีสถาน ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย

กรรมาธิการด้านสาธารณสุขของมหานครนิวยอร์ก คาดจะมีผู้ติดเชื้อนับล้านคน ส่วนอินโดนีเซีย ระงับการเดินทางในประเทศชั่วคราวทั้งทางบก อากาศ และเรือ มีผลตั้งแต่เมื่อวานนี้ (24 เม.ย.)

ขณะที่วันนี้ (25 เม.ย.63) เวลา 07.25 น. นักศึกษาและคนไทยตกค้างที่อิหร่านได้กลับไทย 21 คน และเวลา 15.10 น. พระภิกษุ แม่ชี และผู้ปฏิบัติธรรมจากอินเดียกลับไทย 171 คน พรุ่งนี้ (26 เม.ย.) เวลา 16.20 น. นักเรียน นักศึกษา คนงาน นักท่องเที่ยวจากออสเตรเลีย กลับไทย 212 คน และเข้ากักตัว 14 ในสถานที่ที่รัฐกำหนด

จัดมาตรการสกัดโรค จุดขนส่งบริเวณด่านชายแดน

สำหรับมาตรการด้านการขนส่งบริเวณด่านชายแดนกระทรวงคมนาคมได้กำหนดพื้นที่ขนถ่ายโดยจัดมีจุดคัดกรองมีการพ่นยาฆ่าเชื้อ จัดที่พักสำหรับกักตัวเมื่อจำเป็น

นอกจากนี้ ยังได้กำชับผู้ขนส่งให้ขนถ่ายสินค้าด้วยความรวดเร็วและเมื่อเสร็จแล้วให้คนขับรถขับรถกลับประเทศของตนทันที ไม่ให้คนขับรถและผู้ประจำรถลงจากรถโดยไม่จำเป็น คนขับรถและผู้ประจำรถของไทยต้องกลับเข้ามาภายในราชอาณาจักรภายใน 7 ชั่วโมง ถ้ากลับมาไม่ทันจะต้องเข้าสู่มาตรการกักตัว 14 วัน 

ขณะที่ ในช่วงวันที่ 24-25 เม.ย. พบผู้ฝ่าฝืนออกนอกเคหสถาน 595 คน ตักเตือน 78 คน ดำเนินคดี 517 คน ส่วนกลุ่มมั่วสุม เช่น เล่นพนัน ดื่มสุรา ถูกดำเนินคดี 40 คน

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน