สบส.เตือน รพ.เอกชน ห้ามตั้งจุดตรวจ COVID-19 ในที่สาธารณะ

สบส.เตือน รพ.เอกชน ห้ามตั้งจุดตรวจ COVID-19 ในที่สาธารณะ

สบส.เตือน รพ.เอกชน ห้ามตั้งจุดตรวจ COVID-19 ในที่สาธารณะ

รูปข่าว : สบส.เตือน รพ.เอกชน ห้ามตั้งจุดตรวจ COVID-19 ในที่สาธารณะ

สบส.เตือน รพ.เอกชน ออกหน่วยให้บริการตรวจคัดกรองโรค COVID-19 ต้องให้บริการในที่พัก หรือสถานที่กักกัน ห้ามตั้งจุดบริการในพื้นที่สาธารณะ หรือแหล่งชุมชน เช่น ห้างสรรพสินค้า หรือปั๊มน้ำมัน ป้องกันเป็นแหล่งแพร่กระจายเชื้อ

วันนี้ (25 เม.ย.2563) นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า เมื่อวันที่ 9 เม.ย.2563 สบส.ได้ออกประกาศ เรื่อง “แนวทางการให้บริการตรวจคัดกรองและตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อยืนยันการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 (Coronavirus Disease 2019 (COVID-19)) นอกสถานพยาบาล” กำหนดให้สถานพยาบาลเอกชนสามารถออกให้บริการตรวจคัดกรองและตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อยืนยันการติดเชื้อ COVID-19 นอกสถานพยาบาล เพื่อป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดต่ออันตราย อีกทั้งเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน ซึ่งไก้มีการแบ่งแนวทางการดำเนินการเป็น 2 กรณี ได้แก่

  • กรณีสถานพยาบาลเอกชนเป็นคู่สัญญาหรือดำเนินการร่วมกับสถานพยาบาลภาครัฐ หรือหน่วยงานของรัฐ เช่น สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ให้ดำเนินการได้ตามความจำเป็นและเหมาะสม เนื่องจากได้รับการยกเว้นตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล
  • กรณีสถานพยาบาลเอกชนดำเนินการด้วยตนเอง ให้สามารถดำเนินการได้ตามเงื่อนไขตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขฯ โดยให้ดำเนินการได้ ณ ที่พำนักของผู้ป่วย หรือสถานที่กักกันเป็นการชั่วคราว
นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์

นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์

 

ที่ผ่านมาสถานพยาบาลเอกชนให้ความร่วมมือปฏิบัติตามกฎหมายเป็นอย่างดี แต่มีสถานพยาบาลเอกชนบางแห่งยังดำเนินการไม่ถูกต้องตามเงื่อนไขประกาศกระทรวงสาธารณสุขฯ จัดตั้งจุดบริการตรวจโรค COVID-19 ในพื้นที่สาธารณะอย่างหน้าห้างสรรพสินค้า หรือปั๊มน้ำมัน ซึ่งมีประชาชนสัญจรอย่างพลุกพล่าน ทำให้เกิดความเสี่ยงการแพร่กระจายของโรคหากผู้ป่วยโรค COVID-19 เดินทางออกมารับบริการก็อาจจะเกิดการแพร่กระจายของเชื้อระหว่างการเดินทางได้ ส่งผลให้หน่วยบริการตรวจคัดกรองฯ ที่ควรเป็นด่านหน้าในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคกลับกลายเป็นจุดแพร่กระจายเชื้อ อีกทั้งอาจจะส่งผลให้การเก็บสิ่งส่งตรวจไม่เป็นไปตามมาตรฐาน

ฝ่าฝืนเจอโทษคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับ 2 หมื่นบาท

นพ.ธเรศ กล่าวต่อว่า เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่กระจายของโรคติดต่ออันตราย และให้สถานพยาบาลเอกชนมีการดำเนินการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย สบส.ขอย้ำว่าการออกบริการตรวจคัดกรองและตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อยืนยันการติดเชื้อ COVID-19 จะต้องดำเนินการ ณ ที่พัก หรือสถานที่กักกันเท่านั้น ห้ามตั้งจุดในพื้นที่สาธารณะ หรือแหล่งชุมชนที่มีการสัญจรพลุกพล่านโดยเด็ดขาด หากตรวจพบจะดำเนินการเอาผิดตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ.2541 ทันที โดยผู้ดำเนินการสถานพยาบาลจะถือว่ามีความผิด ฐานไม่ควบคุมและดูแลให้ผู้ประกอบวิชาชีพในสถานพยาบาลปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพของตน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

หากตรวจพบว่าผู้ให้บริการไม่ใช่ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม หรือผู้ประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ จะถือว่ามีความผิดตามพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ.2525 ฐานประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยไม่ได้ขึ้นทะเบียนและรับอนุญาต ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และพระราชบัญญัติวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ พ.ศ.2547 ฐานประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์โดยไม่ได้ขึ้นทะเบียนและรับอนุญาต ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

ทั้งนี้ หากผู้ใดพบเห็นการจัดตั้งจุดบริการตรวจคัดกรองโรค COVID-19 ของสถานพยาบาลเอกชนในพื้นที่สาธารณะหรือแหล่งชุมชน ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดความเสี่ยงให้เกิดการแพร่กระจายของโรค ในเขต กทม.ให้รีบแจ้งมาที่ศูนย์รับเรื่องร้องเรียน สบส. หมายเลขโทรศัพท์ 02 193 7057 หรือที่เฟซบุ๊ก ศูนย์รับเรื่องร้องเรียน สบส. กระทรวงสาธารณสุข ในส่วนภูมิภาคให้แจ้งที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดในพื้นที่เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย

 

อ่านข่าวเพิ่มเติม สบส.ปลดล็อก รพ.เอกชน บริการตรวจเชื้อ COVID-19 ถึงบ้าน 

 

กลับขึ้นด้านบน