“ศรีสุวรรณ” ตั้งคำถาม กฟฝ. ซื้อเครื่องตรวจจับแก๊สรั่วแสนแพง

“ศรีสุวรรณ” ตั้งคำถาม กฟฝ. ซื้อเครื่องตรวจจับแก๊สรั่วแสนแพง

“ศรีสุวรรณ” ตั้งคำถาม กฟฝ. ซื้อเครื่องตรวจจับแก๊สรั่วแสนแพง

รูปข่าว : “ศรีสุวรรณ” ตั้งคำถาม กฟฝ. ซื้อเครื่องตรวจจับแก๊สรั่วแสนแพง

“ศรีสุวรรณ” เผยตรวจสอบพบ "กฟผ." ซื้อเครื่องตรวจจับแก๊สรั่วจากจีนเครื่องละ 3.5 แสนบาท ขณะที่ราคาขายปกติเครื่องละไม่น่าเกิน 12,000 บาท ระบุ ปัญหาจัดซื้อครุภัณฑ์แพงเป็นอีกสาเหตุค่าไฟแพง

วันนี้ (27 เม.ย.2563) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่สมาคมฯได้เปิดเผยการจัดซื้อจัดจ้างรถเข็นของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) มูลค่า 152,956.21 บาท/คันไปแล้ว ซึ่งเป็นต้นเหตุหนึ่งนำไปสู่การกำหนดราคาค่าไฟฟ้าแพง จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง ซึ่ง กฟผ.ได้แก้เกี้ยวโดยการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบให้ทราบผลภายใน 2 สัปดาห์และรีบระดมทีมงานออกมาแก้ตัวไปแบบน้ำขุ่นเป็นพัลวันนั้น

ปัญหาค่าไฟฟ้าแพงนั้นแม้รัฐบาลจะออกมาตรการช่วยเหลือค่าไฟฟ้าแก่ประชาชน 3 เดือน แต่เป็นเพียงการแก้ไขปัญหาระยะสั้นที่ไม่สามารถตอบโจทย์ปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อโรคไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ได้ทั้งหมด เพราะยังไม่มีใครตอบได้ว่าโรคดังกล่าวจะหมดไปเมื่อใด และรัฐบาลก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะยกเลิก พรก.ฉุกเฉิน ดังนั้นปัญหาราคาค่าไฟฟ้าแพงจะยังคงอยู่กับคนไทยตลอดไป หากไม่มีการจัดการปัญหาที่เป็นต้นเหตุทั้งหมดได้

ล่าสุดสมาคมฯได้ตรวจสอบพบว่า กฟผ. ยังได้มีการจัดซื้อครุภัณฑ์ต่างๆ เพื่อนำมาใช้ในสำนักงานและสถานีบริการไฟฟ้าต่างๆ ทั่วประเทศที่มีความผิดปกติอีกหลายประการ ล่าสุดพบว่า การจัดซื้อเครื่องตรวจจับแก๊สรั่ว ซึ่งเป็นยี่ห้อจากจีน (Portable SF6 Gas Leakage Detector) เพื่อใช้ในแผนงานโครงการ Supply and Construction of 500/230 kv(GIS) ซึ่งมีราคาต่อเครื่องถึง 350,431 บาท ซึ่งราคาขายปกติที่ซื้อขายกันโดยทั่วไปไม่น่าจะเกินเครื่องละ 12,000 บาท แต่ที่มีการซื้อขายในอินเตอร์เน็ตในอาลีบาบาดอทคอม จะมีราคาเพียง 5,303 บาทเท่านั้น แต่ กฟผ. กลับซื้อในราคาที่แพงลิบลิ่ว

ภาพ : เพจเฟซบุ๊ก ศรีสุวรรณ จรรยา

ภาพ : เพจเฟซบุ๊ก ศรีสุวรรณ จรรยา

ปัญหาการจัดซื้อครุภัณฑ์ของ กฟผ. ดังกล่าวเป็นเพียงขยะซุกใต้พรมที่แอบซุกไว้กันมาอย่างยาวนานและไม่มีการตรวจสอบกันอย่างจริงจัง แม้สมาคมฯจะพยายามนำเสนอให้มีการตรวจสอบกันอย่างโปร่งใสจริงจังแล้ว แต่กลับไม่ยอมรับความจริงกัน กลับก็มีกระบวนการชี้แจงตอบโต้ที่บิดเบือน และยังปล่อยข่าวทำลายเครดิตผู้ร้องเรียน ทั้งๆที่รูปและเอกสารต่างๆที่สมาคมฯนำมาร้องเรียนต่อ สตง. ซึ่งสื่อมวลชนนำไปรายงาน ก็ล้วนเป็นเอกสารที่มาจากคนภายใน กฟผ.ทั้งสิ้น

ที่สำคัญการปล่อยให้มีการจัดซื้อจัดหาครุภัณฑ์กันในราคาแพง เป็นต้นเหตุหนึ่งที่นำมาเป็นค่าใช้จ่ายที่จะถูกนำมาคิดเป็นต้นทุนในการบริหารจัดการไฟฟ้า และผลักภาระทั้งหมดมาให้ผู้ใช้ไฟฟ้าทุกครัวเรือนทั้งประเทศผ่านค่า FT นั่นเอง รัฐบาลจงอย่าคิดหลอกประชาชนในยุคโซเชียลอยู่เลย เพราะประชาชนไม่ได้กินหญ้ากินแกลบ ความลับไม่มีในโลก

 

 

กลับขึ้นด้านบน