ราคาน้ำมันดิบปรับขึ้น หลัง "คลายล็อกดาวน์-ลดกำลังผลิต"

ราคาน้ำมันดิบปรับขึ้น หลัง "คลายล็อกดาวน์-ลดกำลังผลิต"

ราคาน้ำมันดิบปรับขึ้น หลัง "คลายล็อกดาวน์-ลดกำลังผลิต"

รูปข่าว : ราคาน้ำมันดิบปรับขึ้น หลัง "คลายล็อกดาวน์-ลดกำลังผลิต"

"ไทยออยล์" ระบุว่าราคาน้ำมันดิบปรับขึ้น จากการคลายล็อกดาวน์ และการลดกำลังผลิตของกลุ่มโอเปกพลัส ขณะที่ศูนย์วิจัยทองคำรายงานแนวโน้มทิศทางราคาทองคำ ตั้งแต่ 4-8 พ.ค.นี้ นักลงทุนยังมองทองคำเป็นบวก ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญคาดใกล้เคียงกับสัปดาห์ที่ผ่านมา

วันนี้ (5 พ.ค.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์ข้อมูลด้านราคาน้ำมัน กลุ่มไทยออยล์ ออกบทวิเคราะห์รายวัน ประจำวันนี้ เกี่ยวกับสถานการณ์ราคาน้ำมัน โดยระบุว่า ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากความต้องการใช้น้ำมันเริ่มปรับตัวเพิ่มขึ้น จากการที่หลายประเทศทั่วโลก เช่น อิตาลี ฟินแลนด์ และสหรัฐฯ เริ่มผ่อนคลายมาตรการปิดเมือง หลังการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ชะลอตัวลง และต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศให้ฟื้นตัวขึ้น

ขณะที่กำลังการผลิตน้ำมันดิบเริ่มปรับตัวลดลง หลังกลุ่มโอเปกและประเทศพันธมิตรหรือที่เรียกว่ากลุ่มโอเปกพลัส ได้เริ่มปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบตามข้อตกลงที่ระดับ 9.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.2563

"ทรัมป์" ขู่เก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนรอบใหม่

อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน มีแนวโน้มกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่เก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนรอบใหม่ เพื่อตอบโต้จีนจากกรณีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ที่ส่งผลกระทบไปทั่วโลก

ราคาน้ำมันเบนซินปรับตัวลดลงสวนทางราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากตลาดถูกกดดันจากปริมาณน้ำมันเบนซินในตลาดที่อยู่ในระดับสูง โดยปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังสิงคโปร์ปรับตัวสูงขึ้น หลังความต้องการใช้ในภูมิภาคอ่อนตัวลงจากมาตรการปิดเมือง

ราคาน้ำมันดีเซลปรับตัวลดลงสวนทางราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังปริมาณน้ำมันดีเซลในเอเชียปรับตัวสูงขึ้น โดยอินเดียเพิ่มการส่งออกน้ำมันดีเซล เนื่องจากความต้องการใช้ในประเทศปรับตัวลดลงหลังมีการขยายระยะเวลาการปิดเมืองเพิ่มอีก 2 สัปดาห์

นักลงทุนยังมองทองคำในสัปดาห์นี้เป็นบวก

ส่วนแนวโน้มทิศทางราคาทองคำในประเทศรายสัปดาห์ ระหว่างวันที่ 4-8 พ.ค.2563 จากการสำรวจ GRC Gold Survey โดยศูนย์วิจัยทองคำ ซึ่งระบุว่า 12 ผู้เชี่ยวชาญในตลาดทองคำที่ได้มีส่วนร่วมตอบแบบสำรวจ ในจำนวนนี้มี 4 ราย หรือเทียบเป็น 33% คาดว่าราคาทองคำในสัปดาห์นี้จะปรับเพิ่มขึ้น ส่วนจำนวน 3 ราย หรือเทียบเป็น 25% คาดว่าราคาทองคำจะลดลง และจำนวน 5 ราย หรือเทียบเป็น 42% คาดว่าราคาทองคำจะใกล้เคียงกับสัปดาห์ที่ผ่านมา

สำหรับนักลงทุนทองคำ ได้เข้าร่วมตอบแบบสำรวจ จำนวน 302 ราย ในจำนวนนี้มี 138 ราย หรือเทียบเป็น 46% คาดว่าราคาทองคำในประเทศของสัปดาห์นี้จะปรับเพิ่มขึ้น ส่วนจำนวน 101 ราย หรือเทียบเป็น 33% คาดว่าราคาทองคำจะลดลง และจำนวน 63 ราย หรือเทียบเป็น 21% คาดว่าราคาทองคำจะใกล้เคียงกับสัปดาห์ที่ผ่านมา

แนะจับตา 3 ปัจจัยสำคัญกระทบราคาทองคำ

สถานการณ์ราคาทองคำ พบว่าราคาทองคำแท่งในประเทศ 96.5% ตามประกาศสมาคมค้าทองคำ ในสัปดาห์ที่ผ่านมาเคลื่อนไหวอยู่ระหว่าง 25,800 - 26,350 บาท ต่อบาททองคำ โดยราคาทองคำปิดอยู่ที่ระดับ 26,100 บาท ต่อบาททองคำ ปรับลดลง 250 เมื่อเปรียบเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า

ขณะที่ปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ 1. การประชุมนโยบายทางการเงินของธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) นักลงทุนคาดการณ์ว่าจะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 0.10% 2. การเลื่อนไหวของดัชนีดอลลาร์สหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มขยับตัวขึ้นในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย หลังจากสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจที่อ่อนแอ และ 3. สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ในสหรัฐฯ

 

 

กลับขึ้นด้านบน