"พรรคก้าวไกล" ย้ำจำเป็นตั้ง กมธ.วิสามัญฯสอบใช้งบ COVID-19

"พรรคก้าวไกล" ย้ำจำเป็นตั้ง กมธ.วิสามัญฯสอบใช้งบ COVID-19

"พรรคก้าวไกล" ย้ำจำเป็นตั้ง กมธ.วิสามัญฯสอบใช้งบ COVID-19

รูปข่าว : "พรรคก้าวไกล" ย้ำจำเป็นตั้ง กมธ.วิสามัญฯสอบใช้งบ COVID-19

หัวหน้าพรรคก้าวไกล ชี้งบฯเยียวยา-ฟื้นฟูเศรษฐกิจ มีสัดส่วนนำไปใช้ในการบริหารร้อยละ 20 จึงต้องติดตามตรวจสอบเพื่อป้องกันการเกิดการทุจริตคอร์รัปชัน เพราะมีหลายโครงการที่ไม่มีรายละเอียดในการดำเนินการ

วันนี้ (6 พ.ค. 2563 ) นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวการเสนอญัตติด่วน ให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งกรรมาธิการวิสามัญติดตามตรวจสอบการใช้งบประมาณ แก้ไขปัญหาวิกฤตการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 ว่าบทบาทของกรรมาธิการชุดดังกล่าวไม่เพียงติดตามในแง่มุมของการทุจริตการใช้งบประมาณอย่างเดียว แต่ฝ่ายค้านต้องการให้เกิดประสิทธิผลและมีประสิทธิภาพ

โดยการใช้งบประมาณตาม พ.ร.ก. กู้เงินทั้ง 3 ฉบับวงเงินเกือบ 2 ล้านล้านบาท ซึ่งในจำนวนนี้คิดเป็นค่าบริหารจัดการร้อยละ 20 ฝ่ายค้านจึงจำเป็นต้องทวงติง เพื่อให้การเยียวยาประชาชนมีประสิทธิภาพมากที่สุด ขณะเดียวกันในแง่ของประสิทธิผลต้องติดตามว่าได้ใช้จ่ายงบประมาณได้ตรงตามเป้าหมายหรือไม่ เพราะการช่วยเหลือประชาชนต้องเป็นไปอย่างทั่วถึงทุกกลุ่มไม่ให้ตกหล่น

เป็นไปได้ว่าอาจมีปัญหาเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชัน เกิดขึ้นกับโครงการที่ไม่มีการเปิดเผยแผนงานโดยละเอียด เช่น แผนงานฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งเป็นโครงการเล็กน้อยจำนวนมาก และเห็นว่ากลไกที่จะสามารถใช้ป้องกันการทุจริต คือการสร้างกลไกให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบ

หัวหน้าพรรคก้าวไกลย้ำว่า แม้จะมีกรรมาธิการ 100 ชุด ไม่สามารถที่จะติดตามได้อย่างทั่วถึงและรอบด้านทุกมิติ ซึ่งหากได้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ขึ้นมา เพื่อเกิดกระบวนการติดตามตรวจสอบและเผยแพร่ให้ประชาชนได้รับทราบ ให้ช่วยกันจับตามองว่าข้อมูลและรายละเอียดเป็นอย่างไร สำหรับมาตรการของรัฐมีความโปร่งใสและตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนหรือไม่


สำหรับการตรวจสอบจำเป็นที่จะต้องมีการลงรายละเอียด โดยเฉพาะการบูรณาการการของแต่ละกระทรวง ทบวง กรม ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งหากมีคณะกรรมาธิการของฝ่ายนิติบัญญัติที่มีอำนาจหน้าที่ ในการเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการใช้งบประมาณมาสอบถามและชี้แจง ตลอดระยะเวลาของการใช้งบประมาณโครงการ น่าจะเป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย

โดยพรรคก้าวไกลต้องการที่จะเสนอผ่านกรรมาธิการชุดนี้คือ การสร้างความโปร่งใสผ่านกลุ่มแพลตฟอร์มของดิจิตอล เพื่อให้หน่วยงานต่างๆสามารถส่งแผนงานโครงการ ที่มีรายละเอียดโดยเฉพาะต้องมีที่มาและตัวชี้วัด และผลลัพธ์ที่ต้องการแก้ไขปัญหา ซึ่งสามารถรายงานผลการดำเนินงานเบิกจ่ายงบประมาณและรายละเอียดต่อกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ได้ ซึ่งจะทำให้การติดตามตรวจสอบเข้มข้นตรงจุดตรงประเด็น 

ต้องยอมรับว่ารัฐบาลชุดนี้ใช้งบประมาณกับการแก้ไขวิกฤตโควิด-19 เป็นวงเงินจำนวนมากมหาศาลเป็นประวัติการของไทย จึงจำเป็นที่จะต้องมีกลไกสำหรับการตรวจสอบถ่วงดุล


ทั้งนี้หากทางรัฐบาลไม่เห็นด้วยสำหรับการตั้งกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ ก็ต้องกลับไปใช้กลไกลของกรรมาธิการสามัญที่มีอยู่ แต่ต้องยอมรับว่าด้วยกรรมาธิการที่มีอยู่อาจจะไม่สามารถมองเห็นปัญหาได้อย่างรอบด้านครบทุกมิติ ขณะเดียวกันกรรมาธิการสามัญก็มีภารกิจมากอยู่แล้วในการติดตามแก้ไขปัญหาที่ได้รับหน้าที่มอบหมายมา ซึ่งอาจทำหน้าที่การตรวจสอบได้ไม่เต็มที่ และอาจทำให้การทำหน้าที่ไม่ได้อย่างที่ประชาชนได้คาดหวังไว้

 

 

กลับขึ้นด้านบน