ทลายเครือข่ายยาเสพติด 4 กลุ่ม ยึดทรัพย์กว่า 370 ล้าน

ทลายเครือข่ายยาเสพติด 4 กลุ่ม ยึดทรัพย์กว่า 370 ล้าน

ทลายเครือข่ายยาเสพติด 4 กลุ่ม ยึดทรัพย์กว่า 370 ล้าน

รูปข่าว : ทลายเครือข่ายยาเสพติด 4 กลุ่ม ยึดทรัพย์กว่า 370 ล้าน

นายกรัฐมนตรี ร่วมงาน ป.ป.ส. แถลงผลการยึดทรัพย์เครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญ 4 เครือข่าย ติดตามยึดทรัพย์ได้กว่า 2,000 รายการ มูลค่ารวมมากกว่า 372.2 ล้านบาท

วันนี้ ( 8 พ.ค.2563) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม แถลงผลการยึดทรัพย์เครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญ 4 เครือข่าย ซึ่งเป็นผลจากการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการยึดทรัพย์สินเครือข่ายยาเสพติด ที่มุ่งเน้นความเข้มข้นในการทำลายเครือข่ายและติดตามยึดทรัพย์สินของผู้กระทำความผิดและผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด สามารถยึดทรัพย์ได้กว่า 2,000 รายการ มูลค่ารวมกว่า 372.2 ล้านบาท

แบ่งออกเป็นเครือข่ายที่ 1 เครือข่ายนายฟ้าใส หรือ ท้าวโต่น ไชยะสิงห์ ชาวลาว พ่อค้ายาเสพติดข้ามชาติ ที่ลักลอบนำยาเสพติดจากฝั่งประเทศลาว ผ่านเข้ามาในประเทศไทย เพื่อส่งไปขายต่อที่ประเทศมาเลเซีย โดยศาลได้อนุมัติหมายจับผู้เกี่ยวข้อง 22 คน และเข้าตรวจค้น 31 เป้าหมายใน 9 จังหวัดสามารถยึดทรัพย์สิน เป็นอพาร์ตเมนต์ คอนโดมิเนียม รถยนต์ รถบรรทุกพร้อมหางพ่วง มูลค่ารวม 33 ล้านบาท

 

เครือข่ายที่ 2 คือเครือข่ายของนายสุภาพ แซ่ส้ง เครือข่ายยาเสพติดทางภาคเหนือ ที่ถูกจับกุมพร้อมกับพวกรวม 2 คน เจ้าหน้าที่ขยายผลยึดทรัพย์เป็นบ้านพร้อมที่ดิน มูลค่ากว่า 4 ล้านบาท

เครือข่ายที่ 3 คือเครือข่ายนายอิศเรศ จริตงาม กับพวก เครือข่ายยาเสพติดภาคใต้ ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมและตรวจยึดทรัพย์เป็นบ้านพร้อมที่ดิน 3 แห่งใน จ.เชียงใหม่ และ จ.เชียงราย มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท

เครือข่ายที่ 4 เป็นเครือข่ายของนายคิม ชี ชอง ชาวสิงคโปร์ ที่หนีหมายจับคดียาเสพติดของศาลอาญากรุงเทพใต้ และได้นำทรัพย์สินที่ได้มาจากการค้ายาเสพติดไปให้ น.ส.นันท์นภัส ยงค์วานิช เป็นผู้ถือครองทรัพย์สินแทน ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถยึดทรัพย์สิน เป็นโรงงานเฟอร์นิเจอร์ และบ้านพร้อมที่ดินอีก 3 แห่งใน จ.เชียงใหม่ มูลค่ารวมกว่า 27 ล้านบาท

 

นอกจากนี้เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานยังได้สนธิกำลังเข้าจับกุม และยึดทรัพย์สินเครือข่ายยาเสพติดพร้อมกันทั่วประเทศมากกว่า 60 จุด ภายใต้ยุทธการ “พิทักษ์ไทย ยึดทรัพย์ตัดวงจรยาเสพติด ครั้งที่ 1/63” ตรวจยึดทรัพย์สินได้กว่า 106.8 ล้านบาท และหากนับตั้งแต่มีการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการยึดทรัพย์สินเครือข่ายยาเสพติดเมื่อเดือน ก.พ.2563 สำนักงาน ป.ป.ส.ได้มีคำสั่งยึดอายัดทรัพย์สินรวมทั้งสิ้น 2,932 รายการ รวมมูลค่าประมาณ 372.2 ล้านบาท เป็นเงินสดประมาณ 29.4 ล้านบาท และทรัพย์สินอื่น ๆ ประมาณ 342.9 ล้านบาท

 

นายอุทัย สินมา รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคดียาเสพติด เปิดเผยว่า จากการสืบสวนสอบสวนธุรกรรมการเงิน พบว่า มีธุรกรรมการเงินที่มากผิดปกติของการซื้อขายถูกโอนเข้ามาที่บัญชีธนาคารสาขาแม่สอด ซึ่งเป็นบัญชีต่างด้าว เมื่อตรวจสอบจึงพบว่าเป็นการรับโอนเงินจากเครือข่ายยาเสพติดเข้ามายังบัญชี ก่อนจะโอนต่อไปยังผู้บงการ จากนั้นก็จะถอนเงินไปชำระค่าน้ำมัน บ่อนการพนัน และสินค้าต่าง ๆ ตามแนวชายแดน เพื่อฟอกเงินกลับไปยังท้องถิ่น นำไปเป็นทุนกลับไปผลิตยาเสพติดล็อตใหม่ เข้าข่ายสมคบกันฟอกเงิน ศาลจึงได้ออกหมายจับเจ้าของบัญชีแล้วกว่า 20,000 บัญชี วงเงินหมุนเวียนกว่า 35,000 ล้านบาท เจ้าหน้าที่จึงได้อายัดบัญชีเพื่อให้เงินตกเป็นของแผ่นดิน และเป็นการตัดเส้นทางการเงินของกลุ่มเครือข่ายยาเสพติด

 

ขณะที่นายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า จากผลปฏิบัติตามพบว่า ตำรวจภูธรภาค 3 , 5 และ 8 เป็นพื้นที่ที่เป็นช่องทางเข้าออกของแหล่งผลิตยาเสพติด ดังนั้นเจ้าหน้าที่ต้องเข้มงวดมากขึ้น เพื่อกวดขันจับกุมตั้งแต่ต้นทาง ไม่ให้ยาเสพติดเข้ามาในพื้นที่ รวมถึงตรวจสอบว่าเครือข่ายเหล่านี้ มีความเชื่อมโยงกับบุคคลใดและไปฟอกเงินกับใคร หากตัดเส้นทางการเงินได้ ไม่มีเงินยาเสพติดก็จะไม่มีเช่นกัน นอกจากนี้ยังกำชับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานเข้าจับกุมหากมีการปะทะกับกลุ่มเครือข่ายยาเสพติด ให้ระมัดระวังการใช้อาวุธปืนซึ่งอาจมีประชาชนผู้บริสุทธิ์ถูกลูกหลง

 

 

กลับขึ้นด้านบน