นายกฯ กำชับต้องคุมเข้มแก้ปัญหา COVID-19 หวั่นแพร่ระบาดซ้ำ

นายกฯ กำชับต้องคุมเข้มแก้ปัญหา COVID-19 หวั่นแพร่ระบาดซ้ำ

นายกฯ กำชับต้องคุมเข้มแก้ปัญหา COVID-19 หวั่นแพร่ระบาดซ้ำ

รูปข่าว : นายกฯ กำชับต้องคุมเข้มแก้ปัญหา COVID-19 หวั่นแพร่ระบาดซ้ำ

นายกรัฐมนตรี ขอให้ทุกฝ่ายเชื่อมั่นรัฐบาลแก้ปัญหา COVID-19 และร่วมมือปฏิบัติตามข้อกำหนดในช่วงเปลี่ยนผ่านไปสู่การผ่อนคลายเพิ่มเติมระยะที่ 2 ที่กำหนดไว้ในวันที่ 17 พ.ค.นี้ พร้อมชี้หากไม่ปฏิบัติตามอาจเกิดการแพร่ระบาด ซ้ำและจะแก้ปัญหายากลำบากขึ้น

วันนี้ ( 8 พ.ค.2563) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวขอบคุณผู้ประกอบการที่ให้ความร่วมมือปฏิบัติตามแนวทางหลังผ่อนคลายมาตรการรับมือสถานการณ์ COVID-19 ระยะแรกมากขึ้น โดยการประชุม ศบค.เมื่อวานนี้ได้เน้นให้กำหนดแนวทางปฏิบัติสำหรับกิจการทั้งขนาดใหญ่และรายย่อย เพื่อให้เป็นแบบอย่าง มาตรฐานเดียวกัน

นายกรัฐมนตรีระบุว่า รัฐบาลดำเนินการอย่างดีที่สุด เพื่อให้ประชาชนเกิดความมั่นใจไว้วางใจ และออกมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ ในช่วงที่ยังมีการแพร่ระบาดของ COVID-19 ซึ่งการปฏิบัติต่างๆยังต้องคงความเข้มงวด เพราะหากสถานการณ์กลับมาระบาดอีกครั้งจะทำให้การแก้ปัญหาก็จะยิ่งยากลำบากไปกว่านี้

หากประชาชนไม่ปฏิบัติตามแนวทางตามข้อกำหนดต่างๆ ก็จะเกิดปัญหา และขออย่าให้มีความขัดแย้งกัน เพราะทุกประเทศก็เผชิญกับปัญหา ซึ่งถือว่าประเทศไทยแก้ปัญหาอย่างดีที่สุด ในรูปแบบของเราเอง แต่ก็ต้องอาศัยความร่วมมือจากต่างประเทศด้วย

โดยขณะนี้ยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่า สถานการณ์ COVID-19 จะยาวนานแค่ไหน ดังนั้นจึงต้องทำให้เกิดความปลอดภัยในประเทศให้ได้มากที่สุด และระมัดระวังการแพร่ระบาดเข้ามาจากภายนอกประเทศอีกทางหนึ่ง

นายกรัฐมนตรียังกำชับว่า ภายในระยะเวลาอันใกล้จะมีการผ่อนคลายให้เปิดกิจการ และกิจกรรมเพิ่มเติม ขณะเดียวกันก็ต้องเตรียมการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ส่งเสริมการสร้างงาน แต่ในระยะนี้ต้องพยายามดำเนินการทุกอย่างให้ประชาชนออกมาประกอบอาชีพได้เหมือนเดิม พร้อมทั้งช่วยเหลือเยียวยาตามกฎหมาย

นายกรัฐมนตรีระบุว่า ขอให้ทุกฝ่ายเห็นใจรัฐบาลในการพยายามช่วยเหลือประชาชนทุกกลุ่ม เท่าที่จะทำได้และตามกรอบวงเงินงบประมาณ พร้อมทั้งขอให้เชื่อมั่นการทำงานของรัฐบาล

ผู้เกี่ยวข้องได้เตรียมวางแนวทางผ่อนคลายมาตรการในระยะที่ 2 ไว้ในวันที่ 17 พ.ค.นี้ แต่ก็ต้องขอฝากให้สื่อมวลชนช่วยกันเตือนให้ประชาชนทุกคนร่วมมือกับรัฐบาล
กลับขึ้นด้านบน