3 ฉากทัศน์คาดการณ์ผู้ป่วย COVID-19 เพิ่มช่วงก.ย.หลังผ่อนปรน

3 ฉากทัศน์คาดการณ์ผู้ป่วย COVID-19 เพิ่มช่วงก.ย.หลังผ่อนปรน

3 ฉากทัศน์คาดการณ์ผู้ป่วย COVID-19 เพิ่มช่วงก.ย.หลังผ่อนปรน

รูปข่าว : 3 ฉากทัศน์คาดการณ์ผู้ป่วย COVID-19 เพิ่มช่วงก.ย.หลังผ่อนปรน

เปิด 3 ฉากทัศน์ COVID-19 ในไทยหลังผ่อนปรนถึง ก.ย.นี้ คาดการณ์จำนวนผู้ติดเชื้อใหม่เพิ่ม 24 คนต่อวัน ความชุกผู้ป่วยวิกฤต 105 คน ด้านโฆษก ศบค.ชี้ผ่อนปรนต้องยอมรับได้ตัวเลขเพิ่ม 2 หลักแน่แต่ขอลดการระบาดในชุมชนให้ได้ 70%

วันนี้ (15 พ.ค.2563) นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน ในฐานะโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) แถลงข่าวสถานการณ์ตัวเลขผู้ติดเชื้อ COVID-19 ว่า กระทรวงสาธารณ สุข ได้ทำฉากทัศน์ตัวเลขผู้ติดเชื้อ COVID-19 ในไทยขึ้นจนถึงเดือนก.ย.นี้ หลังจากศบค.มีมติผ่อนปรนกิจการและกิจกรรมระยะที่ 2 เพิ่มเติม

โดยมีการทำแบบจำลองคาดการณ์จำนวนผู้ติดเชื้อใหม่ ออกแป็น 3 แนว ทาง ดังนี้ ฉากทัศน์ที่ 1 หากดำเนินการตามมาตรการเดิม ที่มีการควบคุม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มาตรการปิดกิจการ กิจกรรมต่างๆ คาดการณ์จำนวนผู้ติดเชื้อใหม่ 15 คนต่อวัน ผู้ติดเชื้อที่รายงาน 3 คนต่อวัน ความชุกผู้ป่วยวิกฤตที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ อยู่ห้องไอซียู 15 คนต่อวัน สถานพยาบาลยังรองรับเพียงพอ

อ่านข่าวเพิ่ม 7 คนไทยกลับจาก "ปากีสถาน" ติดเชื้อ COVID-19

คาดการณ์ผู้ป่วยหลังผ่อนปรน-แนวโน้มตัวเลขเพิ่ม

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ส่วนฉากทัศน์ที่ 2 ผ่อนปรนมาตรการ คาดการณ์ว่ามีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นแน่นอน แต่จะปล่อยให้มีได้เท่าไหร่ ถ้าคาดการณ์จำนวนผู้ติดเชื้อใหม่ 114 คนต่อวัน ผู้ติดเชื้อที่รายงาน 24 คนต่อวัน ความชุกผู้ป่วยวิกฤต 105 คนก็จะเกิดปริมาณที่พอรับได้ไหว

ส่วนฉากทัศน์ที่ 3 ถ้าปลดล็อกมาตรการต่างๆ เปิดทุกกิจการ กิจกรรมคาดการณ์จำนวนผู้ติดเชื้อใหม่ 398 คนต่อวัน คาดการณ์รายงานผู้ติดเชื้อใหม่ เฉลี่ย 65 คนต่อวัน และคาดการณ์ความชุกผู้ป่วยวิกฤตใช้เครื่องช่วยหายใจและห้องไอซียู 289 คนต่อวัน 

ซึ่งไทยการเลือกในฉากทัศน์ที่ 2 น่าจะเหมาะสมและดีที่สุด ในการควบคุมโรคนี้

 

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวอีกว่า สำหรับ รูปแบบการระบาดของโรคติดเชื้อ COVID-19 โดยหากลดการแพร่กระจายเชื้อในชุมชมได้เพียง 30-50% หลังจากนี้จะมีผู้ติดเชื้อพุ่งขึ้นเรื่อยๆ แต่หากสามารถลดการแพร่กระจายเชื้อในชุมชนได้ 70% ขึ้นไปจะดีที่สุด คือจะกดกราฟลงมาและมีตัวเลขที่ไม่สูงมาก

สรุปบทเรียนจากแบบจำลองสถานการณ์ระบาดวิทยาในระดับประเทศ ประสิทธิผลของมาตรการเข้มข้นระยะสั้น ต้องลดอัตราการแพร่เชื้อในชุมชนลงให้เป็น 77% ของอัตราการแพร่เชื้อในชุมชน ตรงนี้ช่วยให้ไทยหลีกเลี่ยงการระบาดใหญ่

ส่วนมาตรการควบคุมโรคในระยะผ่อนคลาย ต้องมีประสิทธิผลจึงจะไม่เกิดการระบาดใหม่ซ้ำ ต้องติดตามให้การแพร่กระจายเชื้อในชุมชนต่ำกว่า 50% ของอัตราการแพร่กระจายเชื้อในชุมชนในระยะก่อนมีมาตรการระยะสั้น จะช่วยให้ประเทศไทยเลี่ยงการระบาดใหญ่ได้ นอกจากนี้ ยังต้องมี 3 T คือ trace การค้นหา test การทดสอบ และ treat การรักษา

การผ่อนปรนแบบนี้ ต้องยอมรับได้ว่าจะมีคนไข้เพิ่มขึ้นตัวเลข 2 หลัก ห้องไอซียู และเตียงต้องเพิ่มขึ้น

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

มติ ศบค.ขยับเคอร์ฟิว 5 ทุ่มถึง ตี 4 - เปิดห้างฯ 10.00-20.00 น.

เช็ก! ที่ไหนเปิด-ปิดต่อ ศบค.เคาะผ่อนปรนระยะ 2 ดีเดย์ 17 พ.ค.นี้

 

v

กลับขึ้นด้านบน