สคบ.ตรวจเข้มสินค้าออนไลน์-บริการส่งอาหารเดลิเวอรี่

สคบ.ตรวจเข้มสินค้าออนไลน์-บริการส่งอาหารเดลิเวอรี่

สคบ.ตรวจเข้มสินค้าออนไลน์-บริการส่งอาหารเดลิเวอรี่

รูปข่าว : สคบ.ตรวจเข้มสินค้าออนไลน์-บริการส่งอาหารเดลิเวอรี่

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สั่งการให้เพิ่มการตรวจสอบขายสินค้าออนไลน์เชิงรุกในช่วง COVID-19 และลงนามความร่วมมือผู้ประกอบกิจการส่งอาหารแบบเดลิเวอรี่ 17 บริษัท ในการให้บริการลูกค้าตามมาตรฐานกระทรวงสาธารณสุข

วันนี้ (20 พ.ค.2563) นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์หลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคว่า ในช่วงสถานการณ์ COVID-19 มีประชาชนร้องเรียนเข้ามาที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคหรือ สคบ.จำนวนมาก โดยเฉพาะปัญหาการซื้อคอนโดมิเนียม บ้านจัดสรร รถยนต์ และการซื้อสินค้าทางออนไลน์ แต่ไม่ได้รับสินค้า

จึงได้สั่งการให้ สคบ.ติดตามช่วยเหลือประชาชน ซึ่งคาดว่า จะมีการร้องเรียนเพิ่มเข้ามาอีกในช่วงนี้ เช่น กรณีซื้อบ้านจัดสรร แต่สินเชื่อไม่ผ่าน จากผลกระทบ COVID-19 และโครงการไม่คืนเงินมัดจำให้ โดยจะให้ สคบ.ช่วยเป็นตัวกลางประสานเจรจากับสมาคมบ้านจัดสรร และสมาคมคอนโดมิเนียมช่วยเหลือผู้บริโภคกลุ่มนี้

นายเทวัญกล่าวต่อว่า ส่วนปัญหาหาประชาชนจองตั๋วโดยสารสายการบินต่างๆ แต่มีการชะลอเดินทางในช่วงสถานการณ์ COVID-19 นั้น เป็นเรื่องที่ทางกระทรวงคมนาคมดูแลอยู่ และให้ประชาชนสามารถเลื่อนตั๋วโดยสารเครื่องบินออกไปได้ ทั้งกรณีการซื้อตั๋วก่อนและหลังสถานการณ์ COVID-19 ซึ่งมีรายละเอียดที่กระทรวงคมนาคมประสานกับทางสายการบินไปแล้ว

ให้สคบ.ไปติดตามตรวจสอบเว็บไซต์ขายสินค้าออนไลน์ต่างๆ หากพบการขายสินค้าที่ไม่มีคุณภาพให้ดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายทันที โดยไม่ต้องรอให้ประชาชนร้องเรียนเข้ามาก่อน เนื่องจากในช่วงนี้สินค้าออนไลน์กำลังเป็นที่นิยมอย่างสูง โดยต้องอาศัยความร่วมมือและการทำข้อตกลงหรือ MOU กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงพาณิชย์

นายเทวัญกล่าวด้วยว่า การทำงานของ สคบ. เน้นเร่งติดตามและแจ้งประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ยกเว้นกรณีบุหรี่ไฟฟ้าที่ สคบ.สามารถจับกุมได้ทันที ซึ่งมีมูลค่าการจับกุม 30-40 ล้านต่อปี แต่ไม่สามารถจับกุมได้ทั้งหมด เพราะไม่ได้รับความร่วมมือจากสำนักเขตมากนัก โดยเฉพาะย่านคลองถม

นอกจากนี้สคบ.ยังเน้นตรวจสอบการให้บริการส่งอาหารแบบเดลิเวอรี่ และได้ลงนามความร่วมมือกับ 17 บริษัท ที่มีพนักงานส่งสินค้า อาหาร หรือ ไรเดอร์ เพื่อให้ประชาชนได้สินค้าที่มีคุณภาพและเป็นไปตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข โดยพนักงานบริการส่งอาหาร จะต้องมีข้อปฏิบัติป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 เช่น สวมใส่หน้ากากอนามัย ถุงมือ พกเจลล้างมือ และการดูแลอุปกรณ์ ขนส่งสินค้าให้มีความสะอาดถูกหลักอนามัย

 

กลับขึ้นด้านบน