จับชาวกัมพูชา 12 คน หนีวิกฤต COVID-19 มาหางานในไทย

จับชาวกัมพูชา 12 คน หนีวิกฤต COVID-19 มาหางานในไทย

จับชาวกัมพูชา 12 คน หนีวิกฤต COVID-19 มาหางานในไทย

รูปข่าว : จับชาวกัมพูชา 12 คน หนีวิกฤต COVID-19 มาหางานในไทย

ทหารพรานตามจับชาวกัมพูชา 12 คน ขณะผู้นำพาขับรถยนต์พาหนี จากชายแดน จ.สระแก้ว มุ่งหน้า จ.ชลบุรี แต่พลาดชนต้นไม้ข้างทาง ถูกควบคุมตัวส่งตำรวจสอบสวน สารภาพจำเป็นต้องหลบหนีเข้าไทย เพราะหวังจะมีงานทำ หลังตกงานนานหลายเดือน เพราะสถานการณ์ไวรัสโควิด-19

เมื่อวันที่ 20 พ.ค.2563 ที่ผ่านมา ตำรวจ สภ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว สอบปากคำนายมุณี ศิลา ชายชาวกัมพูชา วัย 40 ปี หนึ่งใน 12 ผู้ต้องหาหลบหนีเข้าเมือง ซึ่งถูกทหารพราน จับกุมได้ขณะอยู่ในรถยนต์ที่ประสบอุบัติเหตุชนต้นไม้ริมถนนสายเขาฉกรรจ์-บ้านหนองใหญ่ รอยต่อระหว่าง อ.เขาฉกรรจ์ กับ อ.วังน้ำเย็น หลังจากคนขับรถพยายามขับหลบหนีการติดตามของทหารชุดจับกุม


นายมุนีรับสารภาพว่า ตัวเขาและชาวกัมพูชาอีก 11 คน ซึ่งถูกทหารพรานควบคุมตัวได้ก่อนส่งให้ตำรวจดำเนินคดี เดินทางมาจากเมืองโพสะ ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของ จ.พระตะบอง ของกัมพูชา โดยจ่ายเงินให้กับกลุ่มผู้นำพาเข้าไทยมานอนพักที่ไร่อ้อยแห่งหนึ่งใน อ.คลองหาด คนละ 3,000 บาท


หลังจากนั้น มีคนไทยทราบชื่อว่าบอย ขับรถยนต์มารับเพื่อเดินทางต่อไปทำงานที่ จ.ชลบุรี แต่ระหว่างทางพบกับทหารจึงถูกติดตามจับกุม นายบอยพยายามขับรถหนี แต่พลาดขับรถตกข้างทางชนกับต้นไม้และได้หนีไป ทิ้งให้นายมุนี และชาวกัมพูชาที่เดินทางมาด้วยถูกทหารควบคุมตัว


ส่วนสาเหตุที่ต้องเดินทางเข้าประเทศไทยทั้งที่ด่านชายแดนปิด เพราะสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ทำให้ตกงานหลายเดือน ตัดสินใจหลบหนีเข้าประเทศไทย เพราะหวังจะมีงานทำ

กลับขึ้นด้านบน