"อนุทิน" ลุ้นนับถอยหลังครบ 14 วันคลายล็อกเฟส 2

"อนุทิน" ลุ้นนับถอยหลังครบ 14 วันคลายล็อกเฟส 2

"อนุทิน" ลุ้นนับถอยหลังครบ 14 วันคลายล็อกเฟส 2

รูปข่าว : "อนุทิน" ลุ้นนับถอยหลังครบ 14 วันคลายล็อกเฟส 2

รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ยังมั่นใจการ์ดไม่ตกแนวโน้มสถานการณ์ดีขึ้น เผยนายกฯ หนุนเต็มที่ให้ผลิตวัคซีนป้องกันไวรัส COVID-19 หวังว่าจะมีข่าวดีเร็วๆ นี้

วันนี้ (23 พ.ค.2563) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข กล่าวถึงสถานการณ์การควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 เชื่อว่าหลังจากนี้แนวโน้มการควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 จะดีขึ้นเรื่อยๆ หลังพบผู้ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่เป็นศูนย์ แต่ย้ำว่าต้องการ์ดไม่ตกโดยเด็ดขาด โดยเฉพาะต้องรอลุ้นหลังจากนี้ที่จะครบ 14 วัน หลังจากมีมาตรการคลายล็อกระยะที่ 2

นายอนุทินมั่นใจว่า ถ้าประชาชนคนไทยทุกคนร่วมมือกันกับรัฐบาลเป็นอย่างดีด้วยการไม่ประมาท ออกจากบ้านก็ยังสวมใส่หน้ากากอนามัย อย่างพร้อมเพียงกัน และต้องขอความกรุณาประชาชนทุกคน หากพบแหล่งชุมนุมหรือการรวมตัวกันของคนจำนวนมาก เช่น ในห้างสรรพสินค้า ที่รัฐบาลไม่สามารถห้ามคนไปห้างสรรพสินค้าหรือห้ามทําอะไรต่างๆ แต่ต้องการให้ทุกคนมีอิสระอย่างเต็มที่

ขอความร่วมมือหากไปในที่ที่มีคนจำนวนมากก็ต้องมีการเว้นระยะห่างและสวมหน้ากากอนามัย เพื่อช่วยลดการแพร่เชื้อได้อย่างมากและทำให้มีความปลอดภัย ขึ้นหลายเท่า

นายอนุทินกล่าวอีกว่า ในที่ประชุมศบค.ได้มีการรายงานการพัฒนาวัคซีนของไทยให้นายกรัฐมนตรีได้รับทราบ ซึ่งนายกฯ ได้ให้การสนับสนุนกระทรวงสาธารณสุขอย่างเต็มที่ ในฐานะที่ตัวเองเป็นประธานคณะกรรมการ วัคซีนแห่งชาติ ได้วางนโยบายอย่างชัดเจน ให้สถาบันวัคซีนฯ ไปหาความร่วมมือและไปลงทุน ในเรื่องการค้นคว้าวิจัยวัคซีนป้องกัน COVID-19

ไม่ว่าจะเป็นการร่วมมือกับสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งขณะนี้ได้มีการจัดสรรงบประมาณจำนวนหนึ่ง ให้สถาบันวัคซีนฯ ไปทำการเชิงรุกหาวิธีผลิตวัคซีนให้ได้ ซึ่งถือว่ามีโอกาส เพราะเรามีความพร้อมในเรื่องของทุน วิชาการและนักวิทยาศาสตร์ที่มีอยู่

เมื่อถามว่าจะมีข่าวดีเรื่องวัคซีนในเร็วๆ นี้ใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เราทุ่มเทขนาดนี้แล้ว ก็ต้องหวังว่าจะได้ข่าวดี แต่สิ่งที่เป็นข่าวดีมาจนถึงทุกวันนี้ในเรื่องโควิดเกิดมาจากความทุ่มเทอย่างเต็มที่ และการทำงานอย่างหนักของบุคลากรทางการแพทย์ และความร่วมมือของประชาชน

หาก 3 ปัจจัยหลักนี้ ยังคงความเข้มข้นอยู่ ประเทศไทยเราก็จะปลอดภัย พร้อมการสนับสนุนจากรัฐบาลอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะการที่นายกฯ มาเป็นประธาน ศบค.ประกอบกับความร่วมมือของประชาชน และความทุ่มเทของบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข ถ้าจับมือกันต่อสู้โควิดไม่มีแพ้อย่างแน่นอน นอกจากนี้อยากให้ทุกคนรีบไปฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ 4 สายพันธุ์กันด้วยในช่วงนี้

กลับขึ้นด้านบน