รัฐสภาเปิดตัวแอปพลิเคชั่น "จริงใจ" คุมเข้ม COVID-19

รัฐสภาเปิดตัวแอปพลิเคชั่น "จริงใจ" คุมเข้ม COVID-19

รัฐสภาเปิดตัวแอปพลิเคชั่น "จริงใจ" คุมเข้ม COVID-19

รูปข่าว : รัฐสภาเปิดตัวแอปพลิเคชั่น "จริงใจ" คุมเข้ม COVID-19

รัฐสภา แถลงเปิดตัวแอปพลิเคชัน "จริงใจ"ใช้ติดตามข้อมูล และเส้นทางบุคคลที่เข้าออกภายในรัฐสภาผ่านข้อมูลเลขบัตรประชาชน เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 พร้อมเริ่มทดลองใช้ในสัปดาห์นี้ โดยย้ำถึงการรักษาความปลอดภัยข้อมูลส่วนตัว

วันนี้ (27 พ.ค.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รัฐสภาแถลงความพร้อมในการเปิดใช้แอปพลิเคชั่น ติดตามข้อมูลผู้ที่เดินทางเข้าออกภายในอาคารรัฐสภา เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ภายใต้ชื่อ “แอปพลิเคชั่นจริงใจ”

นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร ระบุว่า รัฐสภามีมาตรการสำคัญในการควบคุม COVID-19 อยู่แล้ว 3 แนวทาง คือ การตรวจคัดกรองอุณหภูมิ ให้ทุกคนสวมหน้ากากอนามัย และมาตรการรักษาระยะห่าง

สำหรับมาตรการสวมหน้ากาก ทำได้ดีในกรณีของผู้ที่ไม่ได้อธิบาย แต่ผู้ที่ลุกขึ้นอภิปรายบางคนไม่ได้สวมหน้ากาก เนื่องจากไม่ถนัดหากต้องพูดผ่านหน้ากากอนามัย นอกจากนี้ยอมรับว่าการรักษาระยะห่างภายในพื้นที่ยังหละหลวม เช่น จำนวนคนใช้ลิฟท์มากเกินไป ซึ่งจะต้องมีการหารือเพื่อปรับปรุงต่อไป

 

น.ส.ศิริภา อินทวิเชียร ผู้ช่วยเลขานุการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ประธานสภาผู้แทนราษฎร สั่งการให้จัดทำแอปพลิเคชั่นจริงใจ เพื่อเป็นมาตรการเพิ่มเติมในการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ภายในอาคารรัฐสภา เพื่อติดตามข้อมูลการเข้า-ออก ของบุคคลภายในรัฐสภา หากพบผู้ติดเชื้อก็จะตรวจสอบเส้นทางของบุคคลนั้นที่ใช้พื้นที่ภายในรัฐสภา รวมทั้งบุคคลที่เกี่ยวข้อง และจะสามารถคัดกรองได้อย่างละเอียดมากขึ้น ซึ่งจะทำให้ทราบถึงจำนวนและข้อมูลบุคคลที่เข้าออกภายในรัฐสภา และยังจำกัดจำนวนบุคคลเข้าออกในสภาได้ด้วย

ส่วนความเคลื่อนไหวอื่นๆ ที่รัฐสภา ระหว่างการประชุมพิจารณา พ.ร.ก.เงินกู้ มีกลุ่มต่างๆ เข้ายื่นหนังสือ เช่น กลุ่มเครือข่ายด้านสตรี เข้ายื่นหนังสือเรียกร้องถึงคณะกรรมาธิการกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการกลุ่มชาติพันธุ์ และผู้มีความหลากหลายทางเพศ

โดยมีนางมุกดา พงษ์สมบัติ ประธานกรรมาธิการฯ มารับหนังสือ ระบุว่า แม้รัฐบาลต้องเร่งแก้ไขสถานการณ์ COVID-19 แต่ก็ต้องไม่ละเลยการดูแลช่วยเหลือกลุ่มที่มีความอ่อนไหวสูงทั้งเด็กและสตรี ให้ได้รับความเท่าเทียมและให้การช่วยเหลือที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน

 

ขณะที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ รับเรื่องร้องเรียน จากกลุ่มเกษตรกร จ.อำนาจเจริญ ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการครอบครองที่ดินสปก 4-01 โดยข้อเรียกร้องขอส่งคืนที่ดินสปก 4-01 เพื่อให้รัฐเข้าไปดำเนินการแก้ไขปัญหา

รวมทั้งขอให้ตรวจสอบคำสั่งด้วยวาจาที่หัวหน้าวนอุทยานภูสิงห์-ภูผาผึ้ง จ.อำนาจเจริญ สั่งห้ามประชาชนที่ได้รับสิทธิ์สปก 4-01 เมื่อปี 2553 ว่าชอบหรือไม่ และขอให้สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หาทางแก้ปัญหาให้ประชาชน และถอนการฟ้องร้องดำเนินคดีอาญา ทั้งนี้ ร.อ.ธรรมนัสรับเรื่องไว้ดำเนินการและยืนยันว่า จะให้ความช่วยเหลือประชาชนทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียมกัน

กลับขึ้นด้านบน