"แอมเนสตี้" ออกแถลงการณ์วอนรัฐอย่าใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ละเมิดสิทธิ

"แอมเนสตี้" ออกแถลงการณ์วอนรัฐอย่าใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ละเมิดสิทธิ

"แอมเนสตี้" ออกแถลงการณ์วอนรัฐอย่าใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ละเมิดสิทธิ

รูปข่าว : "แอมเนสตี้" ออกแถลงการณ์วอนรัฐอย่าใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ละเมิดสิทธิ

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ออกแถลงการณ์ขอให้รัฐบาลรับประกันว่าการต่ออายุใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน รับมือ COVID-19 ต้องไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชน หรือจำกัดสิทธิเฉพาะที่จำเป็นเท่านั้น พร้อมเรียกร้องคุ้มครองสิทธิคนชายขอบ

วันนี้ (27 พ.ค.2563) แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ออกแถลงการณ์หลังเมื่อวานนี้ (26 พ.ค.) รัฐบาลไทยเห็นชอบให้ขยายการประกาศใช้อำนาจฉุกเฉินตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) พ.ศ.2548 ซึ่งมีการประกาศใช้มาตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค.2563 เพื่อรับมือกับการระบาดของโรค COVID-19 และได้ถูกใช้เพื่อควบคุมการเดินทาง การชุมนุมอย่างสงบ ความเป็นส่วนตัว และเสรีภาพในการแสดงออก โดยมีบทลงโทษทั้งจำคุกและปรับ

ในระหว่างที่รัฐบาลไทยทบทวนมาตรการฉุกเฉินที่จะนำมาใช้รับมือกับการระบาดของโรค COVID-19 หลังมีการล็อกดาวน์มานาน 2 เดือน แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลขอให้ทางการไทยรับประกันว่า การจำกัดการใช้สิทธิที่จะเกิดขึ้น ต้องเป็นไปอย่างได้สัดส่วนและจำเป็น นอกจากนั้นยังเรียกร้องทางการให้มีมาตรการเพื่อคุ้มครองสิทธิของกลุ่มคนชายขอบ ที่มีความเสี่ยงมากกว่ากลุ่มอื่น เนื่องจากพวกเขาไม่สามารถปกป้องตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพในช่วงการระบาดของโรค ต้องเผชิญกับอุปสรรคในการเข้าถึงข้อมูลและการเข้าถึงการดูแลและบริการด้านสุขภาพที่เพียงพอ หรือขาดศักยภาพที่จะปฏิบัติตามมาตรการต่าง ๆ ของรัฐ

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ยังขอให้ทางการไทยยกเลิกการดำเนินคดีกับบุคคล ซึ่งถูกลงโทษเพราะใช้สิทธิที่จะมีเสรีภาพในการแสดงออก ยุติการกักตัวผู้ลี้ภัยและผู้เข้าเมืองโดยพลการ และงดเว้นการใช้มาตรการจำกัดสิทธิโดยพุ่งเป้าไปที่เป็นผู้วิพากษ์วิจารณ์รัฐ ทั้งยังมีการลงโทษที่ไม่ได้สัดส่วนจากแรงจูงใจทางการเมือง แม้การจำกัดสิทธิที่จะมีเสรีภาพในการชุมนุมอย่างสงบเป็นสิ่งที่กระทำได้เมื่อจำเป็นและได้สัดส่วนเพื่อคุ้มครองการสาธารณสุข แต่ผู้ที่ถูกดำเนินคดีเนื่องจากการชุมนุมที่เป็นการละเมิดมาตรการรักษาระยะห่างทางกายภาพจะต้องไม่ถูกลงโทษด้วยการจำคุก

กลับขึ้นด้านบน