สั่งขยายผลเอาผิดกลุ่มลักลอบตัดไม้ อช.น้ำตกพาเจริญ

สั่งขยายผลเอาผิดกลุ่มลักลอบตัดไม้ อช.น้ำตกพาเจริญ

สั่งขยายผลเอาผิดกลุ่มลักลอบตัดไม้ อช.น้ำตกพาเจริญ

รูปข่าว : สั่งขยายผลเอาผิดกลุ่มลักลอบตัดไม้ อช.น้ำตกพาเจริญ

อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช สั่งขยายผลหากลุ่มลักลอบตัดไม้ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกพาเจริญ

วันนี้ (27 พ.ค. 63) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่สำนักป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า (สปฟ.) โดยนายศักดิ์ชัย จงกิจวิวัฒน์ ผู้อำนวยการ สปฟ. นายสมศักดิ์ ภู่เพ็ชร์ ผู้อำนวยการส่วนยุทธการด้านป้องกันและปราบปราม และนายชัยชาญ ศรียงค์ หัวหน้าสำนักงานสนับสนุนการป้องกันและปราบปรามที่ 3 (ภาคเหนือ) สั่งการให้หน่วยปฏิบัติการพิเศษที่ 3 และหน่วยปฏิบัติการพิเศษที่ 4 เข้าตรวจสอบขยายผลการลักลอบตัดและแปรรูปไม้, การบุกรุกถือครองที่ดินบริเวณป่าท้ายหมู่บ้านขุนห้วยส้มป่อย หมู่ที่ 5 ต.ด่านแม่ละเมา อ.แม่สอด จ.ตาก อยู่ในพื้นที่เขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่สอด และเขตพื้นที่เตรียมการอุทยานแห่งชาติน้ำตกพาเจริญ ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบพื้นที่ดังกล่าว พบมีการตัดโค่นไม้ 80 ตอ อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่สอด 56 ตอ และอยู่ในเขตพื้นที่เตรียมการอุทยานแห่งชาติน้ำตกพาเจริญ 24 ตอ

ภาพ : กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

ภาพ : กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

 

สำหรับการลงพื้นที่ในวันนี้เป็นไปตามที่นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช สั่งการให้เจ้าหน้าที่ของ (สปฟ.) ขยายผลเพิ่มเติมในกรณีดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เข้าดำเนินการในพื้นที่ดังกล่าว รวมถึงตรวจสอบพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่ว่ามีการปล่อยปละละเลย รู้เห็นเป็นใจ หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดครั้งนี้หรือไม่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ (สปฟ.) ดำเนินการอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่วันที่ 25 -27 พ.ค.ที่ผ่านมา ผลการตรวจสอบปรากฏ ดังนี้

  • พบไม้ท่อน 71 ท่อน โตเฉลี่ย 120-150 ซม. ยาวตั้งแต่ 3-30 เมตร
  • พบไม้แปรรูป 21 แผ่น/เหลี่ยม
  • พบตอไม้สัก 131 ตอ
ภาพ : กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

ภาพ : กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

 

ทั้งนี้ กรมอุทยานแห่งชาติฯ โดยสำนักป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า และสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 14 (ตาก) จะเร่งดำเนินการรวบรวมข้อมูลและหาผู้อยู่เบื้องหลังการกระทำผิดเพื่อกล่าวโทษร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนในพื้นที่ต่อไป ส่วนการลาดตระเวนในพื้นที่ จะต้องเพิ่มความเข้มงวดมากขึ้น เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดการลักลอบตัดไม้อีก พร้อมทั้งเตรียมตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จในกรณีดังกล่าวด้วย

 

กลับขึ้นด้านบน