แนะใช้เงินกู้ 1 ล้านล้านยกระดับ รพ.สต. สร้างความมั่นใจนักท่องเที่ยว

แนะใช้เงินกู้ 1 ล้านล้านยกระดับ รพ.สต. สร้างความมั่นใจนักท่องเที่ยว

แนะใช้เงินกู้ 1 ล้านล้านยกระดับ รพ.สต. สร้างความมั่นใจนักท่องเที่ยว

รูปข่าว : แนะใช้เงินกู้ 1 ล้านล้านยกระดับ รพ.สต. สร้างความมั่นใจนักท่องเที่ยว

"ภราดร" ส.ส.พรรคภูมิใจไทย แนะใช้งบประมาณเงินกู้ 1 ล้านล้านบาท ยกระดับระบบสาธารณสุข เพิ่มศักยภาพ รพ.สต.สร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวช่วยฟื้นด้านเศรษฐกิจและสุขภาพ

วันนี้ (28 พ.ค.2563) นายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.พรรคภูมิใจไทย อภิปรายงบประมาณ พ.ร.ก.เงินกู้ 1 ล้านล้านบาท เพื่อเยียวยาจากมาตรการที่รัฐบาลได้ใช้ไปในช่วงก่อนหน้านี้ โดยเห็นด้วยกับงบประมาณ 5.55 แสนล้านแบบให้เปล่าซึ่งเห้นด้วยกับการดำเนินการดังกล่าว เนื่องจากประชาชนได้รับผลกระทบอย่างยิ่ง แต่มีปัญหาในทางปฏิบัติเนื่องจากไม่มีฐานข้อมูของประชาชนทั้งประเทสที่ชัดเจน หรือไม่มี Bigdata ทำให้ไม่สามารถบริหารจัดการเงินให้กับประชาชนได้ทั่วถึงและทันเวลา

ขณะที่งบประมาณ 4.5 แสนล้านบาทที่จะนำไปฟื้นฟูเยียวยาเศรษฐกิจ ส่วนหนึ่งนำไปกระตุ้นการท่องเที่ยว ซึ่งอนาคตจะเปลี่ยนไปด้วยวิถีชีวิตใหม่แบบ New Normal การสร้างสมาร์ตฟาร์มเมอร์ แต่นักท่องเที่ยวจะต้องมีความมั่นใจในการท่องเที่ยวด้วย โดยเฉพาะการสร้างความมั่นใจด้านสาธารณสุข แต่งบประมาณกระทรวงสาธารณสุขได้รับจัดสรรงบประมาณ 4.5 หมื่นล้านบาท โดยเป็นเงินสร้างขวัญกำลังใจ ซึ่งต้องจัดสรรให้กับหน่วยงานอื่น ๆ ด้วย รวมถึงไปใช้ในด้านวัคซีน การกักตัว และเผื่อสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งการจะสร้างความเข้มแข็งกับระบบสาธารณสุขน้อยมาก โดยงบประมาณที่ได้จัดสรรอยู่ที่ 4.5 หมื่นล้านบาทหรืออยู่ที่ร้อยละ 4.5 ของงบประมาณ 1 ล้านล้านบาท

ขณะที่การยกระดับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ที่ควรยะระดับกับเครือข่าย รพ.สต.กว่า 10,000 แห่ง ซึ่งสามารถนำระบบ Telemed มาเสริมศักยภาพโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลได้ โดยให้กับโรงพยาบาลอำเภอเป็นพี่เลี้ยงให้กับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ทั้งนี้เพื่อคัดกรองคนไข้เพื่อลดความแออัดก่อนที่จะเดินทางไปรักษาในโรงพยาบาลระดับอำเภอ

 

"ที่ผ่านมาเราประกาศชัยชนะของระบบสาธารณสุขของประเทศไทย แต่เป็นชัยชนะบนความพ่ายแพ้อย่างราบคาบของระบบเศรษฐกิจ แต่หวังว่าหลังจากกู้เงินแล้ว หวังว่าชัยชนะจะเกิดขึ้นสำหรับคนคนไทยทั้งประเทศบนความสำเร็จทั้งด้านสุขภาพและเศรษฐกิจไปพร้อมกัน" นายภราดร กล่าวทิ้งท้าย

กลับขึ้นด้านบน