รมว.คลัง เตรียมออกมาตรการช่วยกลุ่มเอสเอ็มอีเพิ่ม

รมว.คลัง เตรียมออกมาตรการช่วยกลุ่มเอสเอ็มอีเพิ่ม

รมว.คลัง เตรียมออกมาตรการช่วยกลุ่มเอสเอ็มอีเพิ่ม

รูปข่าว : รมว.คลัง เตรียมออกมาตรการช่วยกลุ่มเอสเอ็มอีเพิ่ม

รมว.คลัง เตรียมออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเพิ่มเติม จากผลกระทบการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เน้นกลุ่มเอสเอ็มที่ยังไม่มีประสบการณ์กู้เงินกับสถาบันการเงิน

วันนี้ (28 พ.ค.2563) นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ชี้แจงมาตรการช่วยผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1) เพื่อพิจารณากฎหมายว่าด้วยการเงิน 4 ฉบับ รวมวงเงิน 1.98 ล้านล้านบาทว่า ในเรื่องผู้ประกอบการเอสเอ็มอี มีความหลากหลายมากทั้งในเรื่องธุรกิจที่ทำและโครงสร้างของธุรกิจ หรือรูปแบบ ส่วนที่ทำมานานก็เป็นบริษัทจดทะเบียนไปแล้ว ส่วนที่เพิ่งเริ่มก็มีจำนวนมาก เริ่มจากวิสาหกิจ ชุมชน จากการรวมกันตั้งกลุ่ม ยังไม่ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ก็ถือว่าเป็นผู้ประกอบการรายเล็กเหมือนกัน และยังมีความแตกต่างเรื่องประสบการณ์ในการทำธุรกิจ เรื่องที่สำคัญคือทุน ขนาดทุนที่มี ความสามารถที่จะเข้าถึงแหล่งทุน ดังนั้น ประสบการณ์และความต้องการมีความแตกต่างมากพอสมควร กลุ่มเอสเอ็มอี อาจจะต่างจากบริษัทที่ใหญ่ขึ้นมา ที่เรื่องทุนมีไม่แตกต่างกันเท่ากับกลุ่มเอสเอ็มอี

ไม่ได้นิ่งนอนใจ หามาตรการช่วยเพิ่ม

เมื่อโควิด-19 ส่งผลต่อเศรษฐกิจ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีถูกกระทบรุนแรง โดยเฉพาะในเรื่องของเงินทุน ทำอย่างไรให้มีเงินทุนเพียงพอที่จะสามารถอยู่ได้ในช่วงนี้ ประคองกันไปได้ ซึ่งรัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยเฉพาะกระทรวงการคลัง ที่ได้รับมอบหมายให้ทำงานร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สมาคมธนาคารพาณิชย์ สถาบันการเงินของรัฐ เพื่อหารือผู้ประกอบการในการกำหนดและออกมาตรการออกดูแลผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และหลากหลายมาตรการได้นำเสนอออกมาแล้ว แต่เมื่อสถานการณ์ยังมีความไม่แน่นอนมากในเรื่องของเศรษฐกิจ เราตระหนักดีว่าจากการที่รับฟังความเห็น ข้อชี้แนะ เราจำเป็นต้องมีมาตรการและคิดถึงมาตรการต่อไป เพื่อให้สอดรับสอดคล้องกับสถานการณ์ที่ยังมีความไม่แน่นอนและยังมีการเปลี่ยนแปลงไป

แย้มอาจออกมาในรูปแบบของกองทุน

ทั้งนี้ เมื่อวันอังคารที่ 26 พ.ค.2563 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีการออกมาตรการเข้ามาดูแลผู้ประกอบการเอสเอ็มอีให้มีความครอบคลุมยิ่งขึ้น ซึ่งได้รับความเห็นชอบจาก ครม.แล้ว คาดว่าจะใช้เวลาไม่นาน ซึ่งจะเป็นมาตรการที่ดูแลกลุ่มเอสเอ็มอีที่ยังไม่เข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุนจากธนาคารพาณย์ได้เต็มที่ แม้ว่าจะมีมาตรการที่เป็นส่วนหนึ่งของ พ.ร.ก.ซอฟต์โลน อยู่แล้ว ซึ่งมาตรการใหม่จะเน้นกลุ่มเอสเอ็มอีที่ยังไม่มีประสบการณ์การกู้เงินกับสถาบันการเงิน หรือเป็นกลุ่มที่เรียกว่าอาจจะยังไม่เข้มแข็งในเรื่องของเงินทุน ขนาดยังไม่ใหญ่นัก ยังจัดเป็นขนาดเล็กที่อยู่ในระยะเริ่มต้น เป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ถ้าในภาวะปกติน่าจะเติบโตไปได้หลายราย

อย่างไรก็ตาม ในภาวะเช่นนี้จะเป็นที่น่าเสียดายมากว่าเขาถูกกระทบจนกระทั่งดำเนินธุรกิจต่อไม่ได้และล้มหายตายจากไปในที่สุด เพราะยังอยู่ในช่วงของการเติบโตในช่วงแรกของเอสเอ็มอี เพราะฉะนั้น มาตรการที่จะออกมา เรากำลังดูอยู่ มีความเป็นไปได้ แต่ขอดูรายละเอียดก่อนว่าจะเป็นรูปของกองทุน ซึ่งจะต่างจากสินเชื่อ เป็นกองทุนประกอบเงื่อนไขที่เหมาะสม ส่งเสริมให้เข้าถึงแหล่งทุนและในขณะเดียวกัน ก็ส่งเสริม เสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีกลุ่มนั้นๆ ไปในตัว ซึ่งเป็นมาตรการที่กำลังเร่งดำเนินการเพิ่มเติมสำหรับกลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอี

กลับขึ้นด้านบน