"ประชาธิปัตย์" แท็กทีมฝ่ายค้าน หนุนตั้ง กมธ.วิสามัญ สอบใช้เงินกู้

"ประชาธิปัตย์" แท็กทีมฝ่ายค้าน หนุนตั้ง กมธ.วิสามัญ สอบใช้เงินกู้

"ประชาธิปัตย์" แท็กทีมฝ่ายค้าน หนุนตั้ง กมธ.วิสามัญ สอบใช้เงินกู้

รูปข่าว : "ประชาธิปัตย์" แท็กทีมฝ่ายค้าน หนุนตั้ง กมธ.วิสามัญ สอบใช้เงินกู้

ถก พ.ร.ก.เงินกู้ วันที่ 3 “ประชาธิปัตย์” มีมติพรรคหนุนตั้ง กมธ.สอบใช้เงินกู้ “สาทิตย์” ห่วงมีฮั้วผู้รับเหมาปัดฝุ่นโครงการเก่าขอเงิน ด้านนายกฯ โยนฝ่ายค้าน-ฝ่ายรัฐบาลตกลงกัน

เข้าสู่วันที่ 3 การถก พ.ร.ก.เงินกู้ 1.9 ล้านล้านบาท เป้าใหญ่ที่ ส.ส.ฝ่ายค้าน หรือแม้แต่ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล ร่วมถลุงหมัดตรวจสอบ คือการใช้ “เงินกู้” 1 ล้านล้านบาท ที่ใช้ไปกับ การแก้ไข เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจ

จึงเป็นเป้าใหญ่ที่ ส.ส.ฝ่ายค้าน รุมถลุง หรือแม้กระทั่ง ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล ที่ร่วมตั้งข้อสังเกตด้วย โดยเฉพาะ ส.ส.จากพรรคร่วมฝ่ายรัฐบาลอย่าง “ประชาธิปัตย์”

วันนี้จึงเป็น 1 วันสำคัญ ที่ประชาธิปัตย์แสดงจุดยืนชัดเจนกลางสภาฯ ว่าควรตั้ง กมธ.วิสามัญ ตรวจสอบการใช้ “เงินกู้” ซึ่งตรงกับ 1 ในเงื่อนไขของฝ่ายค้านที่รับปากจะโหวต “ผ่าน” พ.ร.ก.เงินกู้ ต่อเมื่อรัฐบาลรับเงื่อนไข

หวั่นมี "ฮั้ว" ปัดฝุ่นโครงการเก่าถลุงงบฯ

เหตุผลที่ ส.ส.ประชาธิปัตย์ แสดงจุดยืนไว้อย่างน่าสนใจ คือ การอภิปรายของ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตั้งข้อสังเกตการใช้เงินไว้ 3 ประการ

1.การอนุมัติโครงการ (ที่จะรับเงินจาก “เงินกู้” เกี่ยวกับการฟื้นฟูเศรษฐกิจ) ต้องระวังไม่ให้มีการฮั้วกับผู้รับเหมา ปัดฝุ่นโครงการเก่าของบฯ ใหม่ ซึ่งคาดว่าแต่ละจังหวัดจะได้เงินจากเงินกู้กองนี้ จังหวัดละ 5,000 ล้านบาท

2.ควรจัดสัดส่วนภาคประชาสังคม ติดตามการทุจริต และอยู่ใน คกก.กลั่นกรองการใช้เงินกู้ด้วย และ 3.ควรเปิดเผยข้อมูลโครงการที่มีการเสนอมาของบฯ

ฝ่ายรัฐบาลด้วยกันน่าจะเห็นประโยชน์ตรงกัน ไม่เช่นนั้นอาจเกิดผลกระทบกับเงิน 400,000 ล้านบาท ได้ใช้เงินแต่ไม่เกิดประโยชน์

ด้วยเหตุผลนี้ นายสาธิตย์ จึงเสนอให้ตั้ง กมธ.วิสามัญตรวจสอบการใช้งบฯ

 

ตามสำทับด้วย นายเทพไท เสนพงษ์ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ที่อ้างว่าเป็น “มติพรรค” หนุนตั้ง กมธ.วิสามัญตรวจสอบการใช้เงินกู้ 1 ล้านล้านบาท

ถ้ารัฐบาลบริสุทธิ์ใจ ใจกว้าง และเปิดให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วม ก็ควรตั้ง กมธ.ฯ ประชาธิปัตย์เองก็เชื่อมั่นในนายกฯ แต่คนรอบข้างนายกฯ ไม่สามารถตรวจสอบได้

ซึ่ง นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ประธานวิปประชาธิปัตย์ ได้ยืนยันแล้วว่าพรรคมีมติจริง เท่ากับว่า 52 ส.ส.ของประชาธิปัตย์มีมติหนุนญัตตินี้

กางกลไกจ่าย "เงินกู้"

เบื้องหลัง ประชาธิปัตย์ และ ฝ่ายค้าน ต้องย้ำประเด็นนี้ เพราะมีช่องโหว่ที่การใช้เงินอาจรั่วไหล โดยเฉพาะกลไกการตรวจสอบที่ยัง “ไม่เข้มข้น”

ผู้สื่อข่าว-อธิบายขั้นตอนการใช้เงินกู้ เมื่อมีผู้ขอใช้เงินจากเงินกู้กองใหญ่ สมมติเป็นการขอเงินจากก้อน “ฟื้นฟูเศรษฐกิจ”
ผู้ขอ ต้องตั้งเรื่องมายัง “คกก.กลั่นกรอง” ซึ่งส่วนใหญ่เป็นข้าราชการและคนที่ นายกฯ แต่งตั้ง

ไม่มีคนนอก ไม่มีคนของสภาฯ และไม่มีภาคประชาชน

เมื่อ คกก.ชุดนี้เห็นชอบ จะส่งเรื่องไปยัง ครม. ซึ่งหาก ครม. เห็นชอบ เรื่องการใช้เงินจะถูกส่งต่อไปยัง “สนง.บริหารหนี้สาธารณะ” ที่มีหน้าที่บริหารจัดการ -เบิกจ่ายเงินกู้

สนง.บริหารหนี้สาธารณะ สังกัด ก.คลัง จึงเป็นหน้าที่ ก.คลัง ที่จะรายงานให้รัฐสภา “รับทราบ”

 

มาถึงขั้นตอนนี้ สิ่งที่รัฐสภาทำได้ มี 2 ทาง

1.“ทางการเมือง” คือตรวจสอบผ่านการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตั้งกระตู้ ตั้ง กมธ.ตรวจสอบ และ 2. “ทางกฎหมาย” ผ่านกลไกองค์กรอิสระ เช่น การตรวจสอบของ สตง. และ ป.ป.ช. เป็นต้น

กลไกการตรวจสอบที่ถูกครหาว่า “ไม่เข้มข้น” นอกจากจะถูกท้วงติงประเด็นที่มี คกก.กลั่นกรอง ไม่กี่คน อาจเป็นช่องโหว่ของการใช้เงินกู้ไม่ตรงเป้า

กว่าขั้นตอนเหล่านี้จะเข้าสู่การรายงานให้สภาฯ รับทราบ (60 วัน หลังสิ้นปีงบประมาณ ซึ่งทางปฏิบัติจะได้รายงานปีละ 1 ครั้ง) อาจทำให้การตรวจสอบล่าช้าไม่ทันการณ์ เพราะเงินนั้นถูกใช้ไปแล้ว

นายกฯ โยน ฝ่ายค้าน-รัฐบาล ตกลงกัน

แม้นายกฯ จะเน้นเรื่องกลไกการตรวจสอบที่รัดกุมตั้งแต่วันแรก และวันนี้ (29 พ.ค.2563) นายกฯ ก็ยังคงย้ำประเด็นเดิม ก่อนการร่วมประชุมสภาฯ

ยืนยันว่ามีหน่วยงานช่วยกลั่นกรองละเอียดยิบ มีทั้ง สตง.- ป.ป.ช. ที่ตรวจสอบการทุจริต และโครงการที่จะเสนอขึ้นมา ต้องผ่าน คกก.นโยบายการบริหารจังหวัด (ก.น.จ.) เท่ากับเป็นการตั้งเสนอโครงการมาจาก “ข้างล่าง”

 

ฟังเหมือน นายกฯ ไม่อยากจะให้ตั้ง กมธ.วิสามัญตรวจสอบการใช้เงิน แต่พอผู้สื่อข่าวถามย้ำก็ได้คำตอบดังนี้

เรื่องนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับผม เป็นเรื่องของฝ่ายค้านกับรัฐบาลไปว่ากันเอง

ตามขั้นตอนที่แนบท้ายกลไกการใช้เงินกู้ที่ นายกฯ อ้าง ฝ่ายค้าน –ประชาธิปัตย์ คงไม่เถียงว่ารัฐบาลมีกลไกตรวจสอบ ทว่ากลไกนั้นอาจยังไม่เข้มข้น

ยิ่งตรวจทานกับการใช้ เงินกู้ 1 ล้านล้านบาท ซึ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ นักตรวจสอบมืออาชีพ-ยี่ห้อประชาธิปัตย์ จึงกล้ากระโดดย้ายขั้วมาหนุนญัตตินี้

ท้ายสุดการตั้ง กมธ.วิสามัญขึ้นมาตรวจสอบ ต้องอาศัยเสียงเกิน “กึ่งหนึ่ง” ของสภาฯ เมื่อเช็กเสียงฝ่ายค้าน 211 บวกกับ ส.ส.ประชาธิปัตย์ 52 คน

ถ้า ส.ส.ประชาธิปัตย์โหวตครบ และไม่มีงูเห่าจากฝ่ายค้าน... มีลุ้นที่สภาฯ จะคลอด กมธ.วิสามัญ ติดตามและตรวจสอบการใช้เงินกู้

แท็ก

กลับขึ้นด้านบน