นายกฯ ปัดรัฐบาลทำเศรษฐกิจพัง ย้ำไม่มี COVID-19 ไม่ต้องกู้เงิน

นายกฯ ปัดรัฐบาลทำเศรษฐกิจพัง ย้ำไม่มี COVID-19 ไม่ต้องกู้เงิน

นายกฯ ปัดรัฐบาลทำเศรษฐกิจพัง ย้ำไม่มี COVID-19 ไม่ต้องกู้เงิน

รูปข่าว : นายกฯ ปัดรัฐบาลทำเศรษฐกิจพัง ย้ำไม่มี COVID-19 ไม่ต้องกู้เงิน

นายกรัฐมนตรี ชี้แจงปมรัฐบาลทำเศรษฐกิจพัง ย้ำที่ผ่านมา 5 ปี พยายามเต็มที่ ขอให้ทุกคนฟังบ้างรัฐบาลกู้เงินเพียง 1 ล้านล้านไม่ใช่ 1.9 ล้านล้าน ชี้เพราะ COVID-19 ทำให้ต้องกู้เงินวันนี้ ขอทุกฝ่ายร่วมมือกันในช่วงวิกฤต เพื่อให้สามารถกู้เงินไปช่วยเหลือประชาชนได้

วันนี้ (30 พ.ค.2563) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ลุกขึ้นชี้แจงกรณี ส.ส.ได้กล่าวถึงการบริหารงานด้านเศรษฐกิจล้มเหลว โดยระบุว่า ตลอด 3 วันที่ผ่านมา ได้ยินหลายท่านกล่าวว่า "รัฐบาลทำเศรษฐกิจพัง จนต้องมากู้" ขอให้มองด้วยความเป็นธรรมว่า เศรษฐกิจในประเทศที่ผ่านมาก็อยู่ในระดับนี้ และตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมารัฐบาลก็ได้พยายามทำให้ดีขึ้นอย่างเต็มที่ จะไปเทียบย้อนหลัง 10 ปี 20 ปี ก็ต้องต่างกันอยู่แล้ว เพราะสถานการณ์มีรูปแบบที่แตกต่างกัน ขณะนี้เศรษฐกิจของโลกตกต่ำ รวมกับปัญหาสงครามทางการค้า รัฐบาลพยายามอย่างเต็มที่แต่ทั่วโลกก็มีเศรษฐกิจขึ้นๆ ลงๆ ไม่ใช่เฉพาะประเทศไทย

พล.อ.ประยุทธ์ ระบุว่า ประเทศเราเป็นประเทศประชาธิปไตย ส่วนตัวก็ระวังทุกอย่าง ต้องรับฟังความคิดเห็นประชาชน ต้องทำประชาพิจารณ์ หรือการฟังความคิดเห็นจากสภา ระเบียบเราเยอะมาก ซึ่งก็ไม่เคยฝ่าฝืนอะไร แม้สิ่งเหล่านี้จะทำให้เราติดอยู่ตรงนี้พอสมควร แต่รัฐบาลก็พยายามแก้ไขด้วยพหุภาคี รัฐบาลวางแผนไปข้างหน้าเสมอ ทำเพื่ออนาคตของประเทศ ซึ่งต้องใช้เงินจำนวนมหาศาลเพื่อดูแลประชาชน

หากไม่มีเหตุการณ์ COVID-19 ก็คงไม่ต้องมากู้เงินวันนี้ แต่มันเป็นสถานการณ์ที่จำเป็นเร่งด่วน อย่าเอาอันนั้นมาพันอันนี้ อันนี้มาพันอันนั้น ไม่อย่างนั้นอภิปรายเท่าไหร่ก็ไม่จบ

พล.อ.ประยุทธ์ ย้ำว่า วันนี้ที่ประชุมมาร่วมอภิปราย พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท ในสถานการณ์ COVID-19 หลายคนก็ยังพูดกลับไปกลับมาว่ากู้เงิน 1.9 ล้านล้านบาท แต่ความจริงไม่ได้กู้ 9 แสนล้านบาท ซึ่งกังวลว่าประชาชนจะเข้าใจผิด เพราะเงินอีก 9 แสนล้านบาท เป็นของ ธปท.เป็นเงินคนละเรื่องกัน

ทั้งนี้ รัฐบาลเร่งดูแลและเยียวยาประชาชนอย่างเร่งด่วน แต่การเยียวยาเงิน 5,000 บาท เพียง 3 เดือนก็มีปัญหามากแล้ว หากสถานการณ์ยังยาวต่อเนื่องจะทำอย่างไร จึงต้องนำไปสู่การผ่อนปรนระยะที่ 3 และนำไปสู่การใช้กฎหมายเพื่อรับมือกับการผ่อนปรนให้เป็นมาตรฐานทั่วประเทศ เพื่อทำให้เกิดความสมดุลทั้งเศรษฐกิจและสาธารณสุข ที่ผ่านมารัฐบาลแทบไม่ได้ใช้เงินเลย มีบางอย่างที่ต้องสำรองจ่ายเร่งด่วน เมื่อได้เงินส่วนนี้มาก็จะไปชดเชยอย่างเงินคงคลังที่ใช้จ่ายไปพลางก่อน แต่หากกู้เงินไม่ได้ หรือกู้เงินช้า ระบบก็จะพังไปหมด


ตอนนี้ไทยมีระบบการเงินการคลังที่เข้มแข็งมาก ผมอาจไม่เก่ง แต่คนของผมเก่ง และผมจริงใจในการแก้ปัญหา เรามาร่วมมือกันได้ไหมในสถานการณ์พิเศษช่วงนี้ หากสถานการณ์ปกติ อะไรก็ได้ที่รัฐบาลทำก็ค้านทุกเรื่อง ผมถามว่าประเทศไทยจะอยู่ตรงไหน ไม่มีใครเก่งกว่าใครหรอก

ส่วนเรื่องการทุจริต ต้องเป็นเรื่องที่มีหลักฐาน พิสูจน์ได้ เป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม มีการอภิปรายว่ารัฐบาลจะทุจริต ต้องถามไปว่ารู้ได้อย่างไร แสดงว่าก่อนหน้านี้เคยมีการทุจริตหรือไม่ แล้วหากมีการทุจริตจริงก็ขอให้ทุกคนช่วยกันแก้ไขในตอนนี้ แต่การแก้ปัญหาทุจริตก็ต้องแก้จากข้างล่างขึ้นข้างบน ทั้งงบท้องถิ่น งบกลุ่มจังหวัด ซึ่งมีหน่วยงานต่างๆ พร้อมจะจับตาดูและตรวจสอบอยู่แล้ว ทั้ง สตง.จับตาก่อนแล้ว ป.ป.ช. ป.ป.ท. และ ปปง. โดยยืนยันว่า ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับกระบวนการตรวจสอบ ส่วนที่มีสถิติทุจริตมาก อาจไม่ใช่เพราะเกิดการทุจริตมากแต่เพราะได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมมากขึ้นเท่านั้น

ผมย้ำเสมอว่าอย่าทุจริต ให้ทำงานอย่างโปร่งใส รัฐมนตรีทุกคนก็ตอบได้ทุกวัน ท่านฟังหรือเปล่า หรือท่านถามแล้วก็ไป มีแต่คนพูด ไม่มีคนฟัง ถ้าออกไปฟังข้างนอก ผมก็ยอมรับได้ แต่ท่านชอบว่ารัฐบาลไม่ฟัง ผมขอถามท่านกลับบ้าง ตอนนี้สถานการณ์บ้านเมืองมันไม่ปกติ เงินก้อนนี้เป็นเพียงก้อนหนึ่งในการแก้ปัญหาเท่านั้น

ทั้งนี้ ภายหลังจากที่นายกรัฐมนตรีได้ชี้แจง นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ ได้ลุกขึ้นประท้วงนายกรัฐมนตรีเป็นการใช้วาจาเสียดสีต่อรัฐสภา กรณีนายกฯ ให้สัมภาษณ์สื่อด้านนอกว่า ที่ประชุมมีแต่ผู้พูดไม่มีผู้ฟัง และอ้าง ส.ส.ไม่มีใครฟัง แล้วยังได้มากล่าวย้ำในสภาว่า สมาชิกไม่อยู่ในที่ประชุม ไม่มีใครฟัง ซึ่งถือเป็นความเสียหายในสภาโดยรวม โดยจะไม่ขอให้นายกฯ ถอนคำพูดเพราะไม่ใช่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่เพื่อให้เกิดความชัดเจนเชื่อว่าเพื่อนสมาชิกอยู่ในบริเวณที่ประชุม แต่อาจจะออกไปพักผ่อนข้างนอก

 

คนที่ต้องฟังมากที่สุด คือ ครม.ที่ต้องมาฟังอยู่ตรงนี้ เพราะต้องขออนุมัติร่าง พ.ร.ก.ทั้ง 3 ฉบับ แต่รัฐมนตรีอภิปรายจบก็ออกไปแล้ว นั่นต่างหากที่เสียหาย

อย่างไรก็ตาม นายจุลพันธ์ ได้ฝากให้ประธานสภาฯ เชิญสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเข้ามาในห้องประชุมด้วย พร้อมย้ำว่า หากอีก 30 นาทียังพบว่ามีจำนวนสมาชิกบางตาจะขอใช้สิทธิ์นับองค์ประชุมต่อไป

 

 

 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

"มิ่งขวัญ" ตำหนิรัฐบาลบริหารศก.ล้มเหลว-เล็งเงินกู้มาโปะ

ผู้ว่าฯ ธปท.ยันซอฟต์โลนไม่เอื้อนายทุน SMEs 1.7 ล้านรายเข้าถึงได้

รมว.แรงงาน ยืนยันกองทุนว่างงานเบิกได้ 1.6 แสนล้าน

"องอาจ" เสนอ 5 ข้อตรวจสอบ พ.ร.ก.กู้เงิน ให้โปร่งใส 

 

 

กลับขึ้นด้านบน