The EXIT : เปิดเครือข่าย "ค้าประเวณีวัยเรียน"

The EXIT : เปิดเครือข่าย "ค้าประเวณีวัยเรียน"

The EXIT : เปิดเครือข่าย "ค้าประเวณีวัยเรียน"

รูปข่าว : The EXIT : เปิดเครือข่าย "ค้าประเวณีวัยเรียน"

สภาพสังคมและความต้องการฟุ้งเฟ้อ อีกทั้งค่านิยมทางวัตถุ กลายเป็นโอกาสให้เครือข่ายค้ามนุษย์ใช้เป็นเครื่องมือล่อลวงเด็กวัยเรียนก้าวสู่วงจรการค้ามนุษย์ ล่าสุดผลสำรวจพบเด็กหญิงในวัยเรียนเข้าสู่วงจรเครือข่าย หรือถูกชักชวนค้าประเวณีอย่างต่อเนื่อง

เด็กหญิงวัย 16 ปีคนหนึ่ง กลับมาอาศัยที่บ้านในต่างอำเภอของ จ.ชัยภูมิ หากเป็นช่วงเวลาปกติเธอจะต้องเรียนที่วิทยาลัยอาชีวะแห่งหนึ่งในตัวจังหวัด

เธอเล่าถึงพฤติกรรมการชักชวนจากคนในวงการค้ามนุษย์ ธุรกิจค้าประเวณี ให้ไปทำงานหารายได้เสริมจากร้านอาหาร ในช่วงเวลาหลังเลิกเรียนเมื่อปีการศึกษาที่ผ่านมา โดยตัดสินใจปฏิเสธการชักชวนครั้งแรก

คนมาชวนอายุ 30-40 ปี มากับเด็กวัยรุ่น ถามว่าไปทำงานกับน้าไหม เป็นเด็กเสิร์ฟต้องกลับดึกหน่อยนะ ถ้าจะไปให้มารอหน้าวิทยาลัยฯ เดี๋ยวจะให้คนมารับ

ต่อมาไม่นานเธอถูกชักชวนอีกครั้งโดยเพื่อนร่วมชั้นเรียนเดียวกัน อ้างว่าเป็นอาชีพเสิร์ฟอาหารและดูแลลูกค้าทั่วไป ทำงานตั้งแต่เวลา 18.00-24.00 น. แลกกับค่าจ้าง 100 บาท หรือได้รับทิปจากลูกค้าตามความพอใจ

ผู้ชักชวนจากเครือข่ายค้ามนุษย์ ยังโน้มน้าวว่า หากสนใจให้บริการลูกค้าเป็นพิเศษก็จะมีรายได้เพิ่มขึ้น ทำให้เธอตัดสินใจปรึกษาผู้ปกครองและครูฝ่ายปกครอง

เพื่อนชวนบอกว่าไปทำงานด้วยกันไหมได้เงินดี บอกว่าไม่ต้องกลัวที่นี่เป็นบ้านเราเอง แค่ไปเสิร์ฟ แต่ที่จริงเขาไม่ได้ไปเสิร์ฟ เพราะมีเพื่อนอีกกลุ่มหนึ่งเล่าให้ฟังแล้วว่าถ้าออกไปกับแขกจะได้เงินเยอะ ถ้าอยู่ในนั้นจะถูกลวนลามบ้าง ก็เลยกลัวและไม่กล้าไป

ไทยพีบีเอส ยังได้รับข้อมูลว่า การชักชวนเด็กทำงานในร้านอาหาร อาจแอบแฝงการค้าประเวณี เป็นพฤติกรรมที่เครือข่ายการค้ามนุษย์มีเป้าหมายไปที่โรงเรียนและวิทยาลัยอาชีวศึกษาหลายแห่ง เพื่อหาบุคคลหน้าใหม่ตอบสนองความต้องการลูกค้า โดยเลือกนักเรียนที่อาศัยตามหอพักเป็นเป้าหมายแรก ๆ

อรอุมา ไชยเศรษฐ ผอ.วิทยาลัยเทคโนโลยีชัยภูมิบริหารธุรกิจ กล่าวถึงมาตรการป้องกันของสถาบันจะใช้วิธีการจัดครูเวรออกตรวจ ตามป้ายรับสมัครงาน เช่น ตู้โทรศัพท์สาธารณะ ศาลารอรถประจำทาง หน้าโรงเรียน หรือวิทยาลัย เพราะป้ายรับสมัครงานบางตำแหน่งมีความสุ่มเสี่ยง เข้าข่ายการชักชวนเด็กนักเรียนเข้าสู่วงการค้าบริการทางเพศ


ผู้บริหารโรงเรียนแห่งนี้ ยอมรับว่า เคยมีนักเรียนแจ้งเบาะแสและขอคำแนะนำปัญหาการถูกล่อลวงจากเครือข่ายค้ามนุษย์ ที่โน้มน้าวด้วยรายได้ หรือค่าตอบแทน ทำให้กังวลว่าเหตุการณ์ลักษณะนี้อาจเกิดขึ้นและจะช่วยเหลือได้ไม่ทั่วถึง

ความพยายามหาแนวทางป้องกันด้วยตัวเองของครู แม้อาจช่วยป้องกันไม่ให้เครือขายค้ามนุษย์เข้าสู่วงจรการศึกษา แต่ทำได้ในระยะสั้น ๆ เท่านั้น และยังคงมีปัญหาที่สังคมต้องให้ความสนใจ โดยเฉพาะการให้ความรู้และการตรวจเยี่ยมที่ทำงานพิเศษของเด็ก เพื่อสกัดการหาประโยชน์ของเครือข่ายค้าประเวณี

 

 

กลับขึ้นด้านบน