"สุราษฎร์ธานี" ห้ามซื้อขายหอยแครง 3 วัน กระทบรายได้ชาวบ้าน

"สุราษฎร์ธานี" ห้ามซื้อขายหอยแครง 3 วัน กระทบรายได้ชาวบ้าน

"สุราษฎร์ธานี" ห้ามซื้อขายหอยแครง 3 วัน กระทบรายได้ชาวบ้าน

รูปข่าว : "สุราษฎร์ธานี" ห้ามซื้อขายหอยแครง 3 วัน กระทบรายได้ชาวบ้าน

จ.สุราษฎร์ธานี ประกาศห้ามซื้อขายหอยแครง 3 วัน เพื่อแก้ปัญหาอ่าวบ้านดอนและลดแรงกดดัน พื้นที่หอยแครง 200,000 ไร่ ยังเป็นของนายทุน แต่ชาวบ้านตกเป็นฝ่ายขาดรายได้ ต้องหันไปเก็บหอยขาว ราคากิโลกรัมละ 10 บาท มาขายแทน

วันนี้ (3 มิ.ย.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวประมงพื้นบ้านหลายคนออกมาเก็บหอยขาวบริเวณอ่าวบ้านดอนในเขต อ.เมืองสุราษฎร์ธานี เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง หลังจาก จ.สุราษฎร์ธานี ขอความร่วมมือพ่อค้าหยุดรับซื้อหอยแครงจากชาวประมงพื้นบ้านเป็นเวลา 3 วัน เพื่อลดแรงกดดันจากกลุ่มผู้ประกอบการเลี้ยงหอย ซึ่งการหยุดรับซื้อหอยแครง ส่งผลกระทบต่อรายได้ของชาวบ้านเป็นอย่างมาก

 

แนะรับฟังข้อมูลรอบด้านก่อนออกมาตรการ

นายพัฒนพงษ์ ปลื้มพัฒน์ อดีตคณะกรรมการประมง จ.สุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า การที่ภาครัฐจะออกมาตรการใดๆ มาบังคับใช้จะต้องผ่านการรับฟังข้อมูลอย่างรอบด้าน เพราะขณะนี้มีความเหลื่อมล้ำทางสังคมระหว่างชาวประมงพื้นบ้านกับผู้ประกอบการคอกหอยเป็นอย่างมาก จนเป็นที่มาของคำพูดที่ว่าชาวบ้านจับหอยขาว ส่วนนายทุนจับหอยแครง

 

 

ราคาหอยแครง ซึ่งจำหน่ายในท้องตลาดจะมีราคาสูงถึงกิโลกรัมละ100-300 บาท แล้วแต่ขนาดเล็กใหญ่ ซึ่งแตกต่างกับหอยขาวเป็นอย่างมาก สามารถจำหน่ายได้เพียงกิโลกรัมละ10-20 บาทเท่านั้น และที่สำคัญชาวบ้านสะท้อนปัญหาว่าพื้นที่ในการเก็บหอยทุกชนิดถูกครอบงำไปเกือบทั้งหมดแล้ว

เรียกร้องนายกฯ เร่งแก้ไขปัญหาอ่าวบ้านดอน

นายทวีศักดิ์ สุขรัตน์ นักวิจัยชุมชน มองว่าภาพของเสาไม้ไผ่ รวมถึงขนำสำหรับเฝ้าคอกหอย ซึ่งถูกปลูกสร้างกลางทะเลอ่าวบ้านดอนเป็นจำนวนมาก เป็นภาพสะท้อนของทุนนิยมที่อยู่เหนือกลไกรัฐและที่สำคัญผืนน้ำของทะเลเป็นส่วนเชื่อมต่อระบบนิเวศที่หลากหลายเข้าด้วยกันไม่ควรถูกแบ่งแยกครอบครองด้วยคอกเลี้ยงหอย ซึ่งเปรียบเสมือนขยะทางสภาพแวดล้อม

 

 

นักวิจัยชุมชนยังเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีเร่งเข้ามาแก้ปัญหาด้วยตัวเองบนพื้นฐานข้อมูลทางวิชาการหนุนเสริม เพราะมองว่าลำพังหน่วยงานภาครัฐในระดับจังหวัด คงไม่สามารถแก้ปัญหาคอกหอยอ่าวบ้านดอน ซึ่งหมักหมมมานานหลายสิบปีได้

 

 

กลับขึ้นด้านบน