รองโฆษก ตร.ยืนยัน จับ ”เจ้าแม็กซ์ WBC” ทำตามขั้นตอน

รองโฆษก ตร.ยืนยัน จับ ”เจ้าแม็กซ์ WBC” ทำตามขั้นตอน

รองโฆษก ตร.ยืนยัน จับ ”เจ้าแม็กซ์ WBC” ทำตามขั้นตอน

รูปข่าว : รองโฆษก ตร.ยืนยัน จับ ”เจ้าแม็กซ์ WBC” ทำตามขั้นตอน

รองโฆษก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยืนยัน การจับ “เจ้าแม็กซ์ WBC” ตำรวจปฏิบัติการตามการสืบสวนขยายผล หลังจับกุมเครือข่ายยาเสพติด และขณะนี้คดีถือเป็นที่สิ้นสุดตามคำสั่งศาลชั้นต้นแล้ว เนื่องจากอัยการไม่ยื่นอุทธรณ์

จากกรณี นายอัจฉริยะ วิโรจน์สุโนบล หรือ เจ้าแม็กซ์ อัจฉริยะ อำนาจมวยไทยยิม อดีตแชมป์สภามวยแห่งเอเชีย (WBC เอเชีย) รุ่นซูเปอร์ไลท์เวท พร้อมด้วยครอบครัว ร้องขอความเป็นธรรม จากการถูกดำเนินคดีร่วมกันจำหน่ายยาเสพติด ซึ่งต้องถูกควบคุมขังในเรือนจำ เพื่อสู้คดี นาน 14 เดือน ก่อนที่ศาลชั้นต้นจะพิพากษายกฟ้อง เมื่อเดือนธันวาคม 2562 แต่ถูกขังไว้ระหว่างอุทธรณ์ ต่อมาอัยการไม่อุทธรณ์ จึงได้รับการปล่อยตัวเมื่อวันที่ 27 พ.ค. ที่ผ่านมานั้น

วันนี้ (6 มิ.ย.2563) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงคดีดังกล่าวว่า เป็นการขยายผลจากการจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญ ในพื้นที่ สภ.เมืองระนอง เมื่อวันที่ 13 พ.ย.2561 ผู้ต้องหา 5 คน ของกลางยาบ้า 3,437,080 เม็ด, ยาไอซ์ 4 กรัมและ อาวุธปืน 1 กระบอก

ซึ่งจากการสืบสวนขยายผล ออกหมายจับและจับกุมผู้กระทำผิดเพิ่มเติมอีก 6 คน รวมผู้ต้องหาที่ก่อเหตุทั้งหมด 11 คน ในข้อหาความผิดฐาน “ร่วมกับพวกที่หลบหนีมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมายและมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมายและพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร” โดยผู้ต้องหาที่ 6 เสียชีวิตในระหว่างออกหมายจับและติดตามจับกุม

 

ต่อมา พนักงานสอบสวนได้สรุปสำนวน เห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 11 คน แต่ผู้ต้องหาที่ 6 ได้เสียชีวิตไปก่อนหน้านี้ ทำให้สิทธิการนำคดีอาญามาฟ้องย่อมรับไปตาม ป.วิ อาญา มาตรา 38(1) โดยภายหลังทราบว่า ศาลจังหวัดระนอง ได้มีคำพิพากษาลงโทษ จำเลย 8 คน และ ยกฟ้อง จำเลย 2 คน ซึ่งเป็นจำเลยที่ 7 และ จำเลยที่ 9

รอง โฆษก ตร. กล่าวต่อว่า สำหรับคดีอาญา อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีศาลสูงภาค 8 และ ผู้บัญชาการ ภาค 8 ต่างมีความเห็นไม่อุทธรณ์ ในคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ซึ่งถือว่าคำพิพากษาคดีอาญาเป็นที่สิ้นสุด

ในส่วนการเรียกร้องค่าเสียหายทางแพ่งกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงนั้น เบื้องต้นทราบว่า อยู่ระหว่างการตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิด ว่าเป็นการกระทำอันเกิดจากจงใจ หรือ ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง หรือ โดยปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ ซึ่งเป็นเรื่องที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องดำเนินการ ตาม พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 ตลอดจน การช่วยเหลือ เยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้น ตามขั้นตอนและกระบวนการทางกฎหมาย

กลับขึ้นด้านบน