ตำรวจ 57 นายลาออก หลัง 2 จนท.ถูกพักงานปมทำร้ายผู้ประท้วง

ตำรวจ 57 นายลาออก หลัง 2 จนท.ถูกพักงานปมทำร้ายผู้ประท้วง

ตำรวจ 57 นายลาออก หลัง 2 จนท.ถูกพักงานปมทำร้ายผู้ประท้วง

รูปข่าว : ตำรวจ 57 นายลาออก หลัง 2 จนท.ถูกพักงานปมทำร้ายผู้ประท้วง

สถานกงสุลใหญ่ ณ นครนิวยอร์ก รายงานสถานการณ์ล่าสุดพบยังมีผู้รวมตัวชุมนุมต่อเนื่องในหลายพื้นที่ ขณะที่ตำรวจ 2 นายถูกสั่งพักงาน เนื่องจากชนผู้ประท้วงวัย 75 ปีล้มจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่งผลให้ตำรวจ 57 นายร่วมกันลาออกคัดค้านเพราะเห็นว่าเป็นการทำตามหน้าที่

วันนี้ (6 มิ.ย.2563) สถานกงสุลใหญ่ ณ นครนิวยอร์ก รายงานข้อมูลและสถานการณ์ล่าสุดในนครนิวยอร์กเกี่ยวกับการชุมนุมหลังการเสียชีวิตของนายจอร์จ ฟลอยด์ โดยระบุว่า เมื่อช่วงคืน 4 มิ.ย.2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจ NYPD (New York Police Department) ได้จับกุมผู้ประท้วงในเขตมิดทาวน์ แมนฮัตตัน เนื่องจากออกมาชุมนุมตามท้องถนนฝ่าฝืนช่วงเวลาเคอร์ฟิวหลังจากที่ระหว่างวัน กลุ่มผู้ประท้วงส่วนใหญ่ชุมนุมอย่างสงบ โดยกลุ่มสุดท้ายของผู้ประท้วงที่มีจำนวนหลายร้อยคนได้เดินขบวนจาก lower end of Manhattan ไปยัง Central Park ซึ่งเมื่อถึงถนน 57th street ในช่วงเวลาเคอร์ฟิว เจ้าหน้าที่ NYPD จึงได้เริ่มจู่โจมและจับกุมตัวผู้ประท้วงโดยไม่ประกาศหรือเตือนล่วงหน้า


อีกด้านของแม่น้ำอีสต์ กลุ่มผู้ประท้วงเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่ NYPD ในเขตบรูคลิน แต่เหตุการณ์คลี่คลายด้วยดีเนื่องจากนาย เจฟฟรีย์ แมดดรีย์ ผู้ช่วยผู้การสายตรวจเขตบรูคลินเหนือ ได้พูดคุยรับฟังความต้องการและจับมือกับผู้ประท้วงอย่างฉันมิตร

ขณะที่นายไมรอน บราวน์ นายกเทศมนตรีเมืองบัฟฟาโล ได้ออกแถลงการณ์สั่งพักงานเจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 นายโดยไม่ได้รับเงินเดือนเนื่องจากชนและผลักนายมาติน กูกิโน ผู้ประท้วงซึ่งเป็นชายอายุ 75 ปีจนล้มได้รับบาดเจ็บสาหัสที่ศีรษะ ขณะนี้พักรักษาตัวอยู่ที่ Erie County Medical Center ซึ่งผู้บัญชาการตำรวจเมืองบัฟฟาโล ได้สั่งการให้เร่งสืบสวนเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว ทั้งนี้ ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์กได้ประณามเหตุการณ์ดังกล่าวผ่านทวิตเตอร์ รวมทั้งแจ้งว่าได้หารือกับนายบราวน์แล้ว

นอกจากนี้ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก ยังได้กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 นายที่ทำร้ายผู้ประท้วงอายุ 75 ปีที่เมือง buffalo สมควรถูกไล่ออก ขณะนี้อัยการเขตกำลังพิจารณารูปการว่าจะสามารถตั้งข้อหาคดีอาญาได้หรือไม่ รวมทั้งจะผลักดันการดำเนินการให้ยุติธรรมและรวดเร็วที่สุด โดยในภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทีมรับมือเหตุฉุกเฉินในเมืองบัฟฟาโล อย่างน้อย 57 คนได้ลาออกจากตำแหน่งหลังจากที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 นายที่ทำร้ายผู้ประท้วงอายุ 75 ปี ถูกสั่งพักงาน เนื่องจากเห็นว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งสองทำตามหน้าที่

พร้อมเรียกร้องให้รัฐนิวยอร์กผ่านวาระปฏิรูป "Say Their Name" ภายในสัปดาห์หน้า ซึ่งวาระดังกล่าวมาจากรายชื่อของประชาชนจำนวนมากที่เคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้อำนาจโดยมิชอบบนพื้นฐานของระบบยุติธรรม โดยชื่อนายจอร์จ ฟลอยด์จะปรากฏอยู่ส่วนท้ายของรายชื่อ และการฆาตกรรมจอร์จ ฟลอยด์เป็นจุดเปลี่ยนของระบบทีผ่านมาซึ่งประชาชนทุกคนเห็นพ้องกันว่าจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลง รวมทั้งควรหยุดยั้งการใช้อำนาจโดยมิชอบ รัฐนิวยอร์กจะเป็นแกนนำในการดำเนินการดังกล่าว

ทั้งนี้ วาระปฏิรูปดังกล่าวมี 4 ด้านหลัก ได้แก่ (1) ความโปร่งใสเกี่ยวกับโทษทางวินัยที่ผ่านมา  (2) ห้ามการใช้วิธีรัดคอซึ่งอาจปิดกั้นหลอดลม  (3) การแจ้งความเท็จผ่านสายด่วน 911 บนพื้นฐานอคติด้านเชื้อชาติถือเป็นอาชญากรรมที่ก่อให้เกิดความเกลียดชัง และ (4) อัยการสูงสุดจะทำหน้าที่เป็นโจทก์ในคดีฆาตกรรมเจ้าหน้าที่ตำรวจ 

ตำรวจรัฐนิวเจอร์ซีย์คุกเข่าร่วมประท้วงกับผู้ชุมนุม

รัฐนิวเจอร์ซีมีการเดินขบวนประท้วงอย่างน้อย 30 ครั้งในรัฐนิวเจอร์ซีย์  ซึ่งกรมตำรวจนิวเจอร์ซีย์คาดการณ์ว่าในช่วงสุดสัปดาห์นี้ จะมีการเดินขบวนประท้วงไม่ต่ำกว่า 100 ครั้ง อย่างไรก็ดี การประท้วงส่วนใหญ่ในรัฐเป็นไปโดยสันติ ทั้งนี้ นาย Phil Murphy ผู้ว่าการรัฐนิวเจอร์ซีย์ได้เรียกร้องให้กลุ่มผู้ประท้วงสวมใส่หน้ากาก พยายามรักษาระยะห่างทางสังคม และเข้ารับการตรวจทดสอบการติดเชื้อไวรัส COVID-19

ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจากกรมตำรวจ Ocean City ในรัฐนิวเจอร์ซีย์ได้คุกเข่าร่วมกับผู้ประท้วง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งเป็นคนผิวสีได้กล่าวสุนทรพจน์ที่สร้างความประทับใจให้กับทั้งสองฝ่ายโดยกล่าวว่า หากตนไม่ใส่เครื่องแบบ ตนก็จะไม่แปลกแยกกับคนผิวสี ดังนั้น จึงรับรู้ความรู้สึกของทั้งสองฝ่าย ปัญหาคือการขาดการศึกษา ระบบการศึกษาในสหรัฐฯ ล้มเหลวเนื่องจากไม่ได้มีหลักสูตรสอนประวัติศาสตร์ที่แท้จริงของสหรัฐฯ ไม่ได้สอนถึงรากเหง้ารวมทั้งการบุกเบิกทั้งหลายของบรรพบุรุษชาวผิวสีในสหรัฐฯ ทั้งนี้ กรมตำรวจ Ocean City ได้ขอบคุณและพร้อมที่จะรับฟังข้อห่วงกังวลของกลุ่มผู้ประท้วง รวมทั้งจะร่วมสนับสนุนข้อเรียกร้องให้ยุติความโหดร้ายของตำรวจ

ผู้ว่าการรัฐโอไฮโอสั่งพักงาน จนท.ปมโพสต์คตินิยม "white supremacist"

ผู้ว่าการรัฐโอไฮโอแถลงข่าวเกี่ยวกับสมาชิกกองกำลัง National Guard ที่ถูกปลดจากภารกิจที่กรุงวอชิงตัน หลังจากที่ FBI พบข้อมูลว่า สมาชิกคนนั้นแสดงความเห็นเกี่ยวกับคตินิยม "white supremacist" ในอินเทอร์เน็ต ก่อนได้รับมอบหมายภารกิจว่า ขณะที่ตนสนับสนุนสิทธิในการแสดงความเห็นของทุกคน แต่เจ้าหน้าที่ National Guard ได้สาบานตนว่าจะปกป้องพลเมืองทุกคนโดยไม่คำนึงถึงเชื้อชาติ ชาติพันธุ์ หรือศาสนา และเจ้าหน้าที่ National Guard อยู่ในฐานะที่ได้รับความไว้วางใจและอำนาจในช่วงเวลาวิกฤต ดังนั้น หากมีผู้ใดที่แสดงเจตนามุ่งร้ายต่อกลุ่มคนอเมริกันกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง จะไม่มีที่อยู่ในกองกำลัง National Guard ของรัฐโอไฮโอ

ทั้งนี้ กองกำลัง National Guard และกรมความปลอดภัยสาธารณะรัฐโอไฮโอ กำลังร่วมมือกับ FBI ในการสอบสวนเรื่องดังกล่าว โดยเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวได้ถูกพักงานจากทุกภารกิจ ซึ่งมีผลบังคับใช้ทันที และสองหน่วยงานของรัฐกำลังพิจารณาหาระเบียบวิธีการเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ในอนาคต

ขณะนี้สถานกงสุลใหญ่ ณ นครนิวยอร์ก ยังไม่ได้รับทราบข้อมูลว่ามีคนไทยหรือธุรกิจไทยได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ครั้งนี้ อย่างไรก็ดีสถานกงสุลใหญ่ ณ นครนิวยอร์ก จะติดตามพัฒนาการและรายงานสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ชุมนุมเดือด! ไม่พอใจ ตร.สหรัฐฯ ใช้เข่ากดคอหนุ่มผิวสีเสียชีวิต

"นิวยอร์ก" ขยายคำสั่งเคอร์ฟิวรับมือประท้วงรุนแรง

ประท้วงลุกลามทั่วสหรัฐฯ เคอร์ฟิวแล้ว 25 เมือง

"ทรัมป์" หลบภัยห้องใต้ดิน หนีกลุ่มประท้วงรอบทำเนียบขาว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน