"รังสิมันต์" ชง กมธ.กฎหมายฯ เรียก ผบ.ตร.ชี้แจงปม "วันเฉลิม"

"รังสิมันต์" ชง กมธ.กฎหมายฯ เรียก ผบ.ตร.ชี้แจงปม "วันเฉลิม"

"รังสิมันต์" ชง กมธ.กฎหมายฯ เรียก ผบ.ตร.ชี้แจงปม "วันเฉลิม"

รูปข่าว : "รังสิมันต์" ชง กมธ.กฎหมายฯ เรียก ผบ.ตร.ชี้แจงปม "วันเฉลิม"

โฆษก กมธ.กฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน เตรียมเสนอที่ประชุมพิจารณาเรียก ผบ.ตร.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงกรณีการหายตัวไปของ "วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์" ขณะที่ครอบครัวได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้หน่วยงานของไทยและต่างชาติเร่งช่วยติดตามตัว

วันนี้ (8 มิ.ย.2563) นายรังสิมันต์ โรม โฆษกคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีการอุ้มหายนายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ที่เกิดขึ้นที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 4 มิ.ย.ที่ผ่านมา ว่า กมธ.ได้ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด แม้นายวันเฉลิมจะเป็นผู้ต้องหากระทำผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เมื่อปี 2561 แต่นายวันเฉลิมก็เป็นบุคคลสัญชาติไทย ซึ่งรัฐบาลมีพันธกรณีที่จะต้องให้ความคุ้มครองดูแล


ทั้งนี้ ได้เตรียมเสนอในที่ประชุมคณะกรรมาธิการฯ ครั้งต่อไปที่จะมีขึ้นในวันพุธที่ 10 มิ.ย.ให้พิจารณาเรียกหน่วยงานที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องมาชี้แจงและให้ข้อมูล ได้แก่ 1.ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้กำหนดนโยบายในการติดตามตัวนายวันเฉลิม 2. ผู้บังคับการกองบัญชาการตำรวจสันติบาล ในฐานะหน่วยงานที่ติดตามข้อมูลการข่าวของนายวันเฉลิมมาโดยตลอด 3.อธิบดีกรมการกงสุล หรือผู้อำนวยการกองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

ด้าน น.ส.สิตานัน สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ตัวแทนครอบครัวนายวันเฉลิมได้ออกแถลงการณ์หลังจากที่นายวันเฉลิม หายตัวไป 65 ชั่วโมง เรียกร้องให้องค์กรภาครัฐของไทยและองค์กรนานาชาติที่เกี่ยวข้อง ให้ช่วยดำเนินการสืบสวนหาข้อเท็จจริง เพื่อทำให้ความจริงปรากฏ เพราะเหตุการณ์ในครั้งนี้เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง และทำให้สังคมไทยตกอยู่ในความหวาดกลัว หวาดระแวง สิ้นหวัง พร้อมทั้งขอให้เป็นการอุ้มหายกรณีสุดท้ายที่เกิดขึ้น


ขณะที่นายโคทม อารียา ที่ปรึกษาสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล ให้ความเห็นกรณีนายวันเฉลิม ว่าทางสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงพนมเปญ มีหน้าที่ไต่ถาม แสดงความห่วงใย ขอข้อมูล เพราะสถานกงสุลและสถานทูตทุกแห่งของไทยมีหน้าที่ต้องดูแลคนไทยในประเทศนั้นๆ เมื่อมีข่าวนี้เกิดขึ้นไม่ควรเพิกเฉย

สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนอกราชอาณาจักร ก็ต้องขอความร่วมมือกับประเทศนั้นๆ และเชื่อว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จะเป็นกระแสขับเคลื่อน พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการบังคับสูญหายของไทย

สอดคล้องกับนางอังคณา นีละไพจิตร อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่กล่าวถึงกรณีนายวันเฉลิมที่หายตัวไปในประเทศกัมพูชาว่า ถือเป็นหน้าที่ของรัฐบาลกัมพูชาต้องดำเนินการ แต่รัฐบาลไทยต้องประสานกับกัมพูชาติดตามเรื่อง เมื่อรัฐบาลเงียบ ไม่ออกมาพูดอะไร ทำให้สังคมตั้งข้อสงสัยว่ารัฐบาลทำเองหรือไม่ ดังนั้นรัฐบาลก็ควรแสดงความบริสุทธิ์ใจ

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน