กสทช.เคาะเยียวยาคลื่น 2600 กว่า 3.2 พันล้านบาท

กสทช.เคาะเยียวยาคลื่น 2600 กว่า 3.2 พันล้านบาท

กสทช.เคาะเยียวยาคลื่น 2600 กว่า 3.2 พันล้านบาท

รูปข่าว : กสทช.เคาะเยียวยาคลื่น 2600 กว่า 3.2 พันล้านบาท

กสทช.เคาะเยียวยาคลื่นความถี่ 2600 เมกะเฮิรตซ์ ของ อสมท คิดอายุการถือครองคลื่นความถี่ 6 ปี 5 เดือน เป็นเงิน 3,235.836 ล้านบาท พร้อมอนุมัติเงิน 149.811 ล้านบาท สนับสนุนโรงพยาบาลและสถานพยาบาลของรัฐอีก 62 แห่ง สู้โควิด-19

วันนี้ (10 มิ.ย.2563) นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม กสทช.ได้พิจารณาเรื่องการทดแทน ชดใช้ หรือจ่ายค่าตอบแทนในการเรียกคืนคลื่นความถี่ย่าน 2500 - 2690 เมกะเฮิรตซ์ ของบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) โดยที่ประชุม กสทช.มีมติดังนี้ 1.การกำหนดระยะเวลาการถือครองคลื่นความถี่ของ บมจ.อสมท เพื่อใช้กำหนดค่าทดแทน ชดใช้ หรือจ่ายค่าตอบแทนการถูกเรียกคืนคลื่นความถี่ ให้นับเอาระยะเวลาตั้งแต่วันที่ กสทช.มีมติให้คืนคลื่นความถี่จนถึงวันที่ 3 เม.ย.2565 เป็นระยะเวลาประมาณ 3 ปี

รวมกับระยะเวลาการพิจารณาสิทธิในการใช้งานคลื่นความถี่ดังกล่าว ที่ทำให้ บมจ.อสมท ขาดความชัดเจนในสิทธิการใช้งานคลื่นความถี่ดังกล่าว โดยเป็นห้วงเวลาตั้งแต่วันที่แผนแม่บทบริหารคลื่นความถี่มีผลบังคับใช้ (20 เม.ย.2565) ถึงวันที่ บมจ.อสมท ได้รับทราบสิทธิการใช้งานคลื่นความถี่ดังกล่าว (23 ก.ย.2568) เป็นระยะเวลาประมาณ 3 ปี 5 เดือน รวมทั้ง 2 ช่วงเวลาเป็นระยะเวลาประมาณ 6 ปี 5 เดือน มูลค่าของการทดแทน ชดใช้ หรือจ่ายค่าตอบแทนจำนวน 3,235,836,754.93 บาท

2.รับทราบและให้ บมจ.อสมท ปฏิบัติตามหนังสือของ อสมท ที่ นร 6100/1250 ลงวันที่ 4 มิ.ย.2563 ต่อไป และ 3.มอบหมายให้สำนักงานฯ ดำเนินการจ่ายเงินให้กับ บมจ.อสมท ตามข้อ 2 และตามเงื่อนไขของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่ได้ศึกษาเรื่องนี้

นายฐากร กล่าวอีกว่า ที่ประชุม กสทช.ได้พิจารณาเรื่องการสนับสนุนสถานพยาบาลและโรงพยาบาลของรัฐสู้โควิด-19 เพื่อให้การช่วยเหลือภาครัฐได้ทันท่วงทีและมากที่สุด จึงเห็นควรมีมติอนุมัติให้หน่วยงานหรือส่วนราชการที่มีภารกิจสนับสนุนการด้านสาธารณสุขสามารถยื่นขอรับการสนับสนุนงบประมาณดำเนินงานของสถานพยาบาลและโรงพยาบาลของรัฐ เพื่อต่อสู้สถานการณ์โควิด-19 ได้ จากเดิมที่ให้โรงพยาบาลและสถานพยาบาลของรัฐเป็นผู้ขอเท่านั้น จากนั้นที่ประชุม กสทช.ได้อนุมัติงบประมาณสนับสนุนสถานพยาบาลและโรงพยาบาลภาคสนามของรัฐสู้สถานการณ์โควิด-19 อีกจำนวน 62 แห่ง รวม 63 โครงการ วงเงินรวม 149.811 ล้านบาท ดังนี้

1.โครงการเช่าให้บริการระบบ Call Center (1668 ต้าน COVID 19) ของกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข งบประมาณจำนวน 422,000 บาท
2.โครงการพัฒนาระบบปรึกษาการแพทย์ทางไกล (Tele – consult) ของกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข งบประมาณจำนวน 17.415 ล้านบาท
3.โครงการเฝ้าระวังป้องกัน และควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID 19) ของโรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ จ.นครสวรรค์ งบประมาณจำนวน 8.6 ล้านบาท
4.โครงการเตรียมความพร้อมป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคติดต่ออุบัติใหม่ (COVID 19) ของโรงพยาบาลอุดรธานี งบประมาณจำนวน 7.55 ล้านบาท
5.โครงการคนร้อยเอ็ดปลอดภัยจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของโรงพยาบาลร้อยเอ็ด งบประมาณจำนวน 8.248 ล้านบาท
6.โครงการจัดทำ ICU Negative pressure Room และห้อง Negative pressure ที่ ER โรงพยาบาลลำปาง (โครงการที่ 2) ของโรงพยาบาลลำปาง งบประมาณจำนวน 7.04 ล้านบาท
7.โครงการพัฒนาระบบการให้บริการผู้ป่วยโรคโควิท-19 ของโรงพยาบาลสกลนคร งบประมาณจำนวน 6.7 ล้านบาท
8.โครงการจัดตั้งศูนย์ผ่าตัดและดูแลผู้ป่วย COVID 19 ของศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทร์วิโรฒ งบประมาณจำนวน 9.45 ล้านบาท
9.โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ สนับสนุนวงเงิน 9.379 ล้านบาท
10.โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้ว จ.สระแก้ว สนับสนุนวงเงิน 9.268 ล้านบาท

11.โรงพยาบาลพระจอมเกล้า จ.เพชรบุรี สนับสนุนวงเงิน 5.5 ล้านบาท
12.โรงพยาบาลค่ายประจักษ์ศิลปาคม จ.อุดรธานี สนับสนุนวงเงิน 3.576 ล้านบาท
13.โรงพยาบาลบุรีรัมย์ สนับสนุนวงเงิน 2.537 ล้านบาท
14.โรงพยาบาลบ้านหมี่ ลพบุรี สนับสนุนวงเงิน 2.97 ล้านบาท
15.โรงพยาบาลกลาง สำนักการแพทย์ กรุงเทพฯ สนับสนุนวงเงิน 3.3 ล้านบาท
16.โรงพยาบาลทหารเรือกรุงเทพ กรุงเทพฯ สนับสนุนวงเงิน 0.84 ล้านบาท
17.โรงพยาบาลทหารอากาศ (สีกัน) กรมแพทย์ทหารอากาศ กรุงเทพฯ สนับสนุนวงเงิน 5.15 ล้านบาท
18.โรงพยาบาลยางตลาด อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ สนับสนุนวงเงิน 3.65 ล้านบาท
19.โรงพยาบาลกมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ สนับสนุนวงเงิน 4.25 ล้านบาท
20.โรงพยาบาลหนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ สนับสนุนวงเงิน 1.133 ล้านบาท

21.โรงพยาบาลบุรฉัตรไชยากร กรุงเทพฯ สนับสนุนวงเงิน 1.95 ล้านบาท
22.โรงพยาบาลวัฒนานคร จ.สระแก้ว สนับสนุนวงเงิน 1.133 ล้านบาท
23.โรงพยาบาลห้วยผึ้ง จ.กาฬสินธุ์ สนับสนุนวงเงิน 1.503 ล้านบาท
24.โรงพยาบาลปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช สนับสนุนวงเงิน 1.35 ล้านบาท
25.โรงพยาบาลบ้านนา จ.นครนายก สนับสนุนวงเงิน 0.595 ล้านบาท
26.โรงพยาบาลลืออำนาจ อ.ลืออำนาจ จ.อำนาจเจริญ สนับสนุนวงเงิน 2.058 ล้านบาท
27.โรงพยาบาลสิงหนคร จ.สงขลา สนับสนุนวงเงิน 0.629 ล้านบาท
28.โรงพยาบาลบันนังสตา จ.ยะลา สนับสนุนวงเงิน 1.951 ล้านบาท
29.โรงพยาบาลควนขนุน จ.พัทลุง สนับสนุนวงเงิน 0.845 ล้านบาท
30.โรงพยาบาลยะหริ่ง จ.ปัตตานี สนับสนุนวงเงิน 2.379 ล้านบาท

31.โรงพยาบาลกะเปอร์ จ.ระนอง สนับสนุนวงเงิน 1.039 ล้านบาท
32.โรงพยาบาลเจ้าคุณไพบูลย์พนมทวน อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี สนับสนุนวงเงิน 1.589 ล้านบาท
33.โรงพยาบาลนากลาง จ.หนองบัวลำภู สนับสนุนวงเงิน 1.299 ล้านบาท
34.โรงพยาบาลปะเหลียน จ.ตรัง สนับสนุนวงเงิน 0.158 ล้านบาท
35.โรงพยาบาลปากท่อ จ.ราชบุรี สนับสนุนวงเงิน 0.07 ล้านบาท
36.โรงพยาบาลสองแคว จ.น่าน สนับสนุนวงเงิน 1.233 ล้านบาท
37.โรงพยาบาลห้างฉัตร อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง สนับสนุนวงเงิน 1.065 ล้านบาท
38.โรงพยาบาลหนองแค ต.หนองแค อ.หนองแค จ.สระบุรี สนับสนุนวงเงิน 2.058 ล้านบาท
39.โรงพยาบาลธัญบุรี อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี สนับสนุนวงเงิน 5.651 ล้านบาท
40.โรงพยาบาลวังทอง อ.วังทอง จ.พิษณุโลก สนับสนุนวงเงิน 0.275 ล้านบาท

41.โรงพยาบาลโคกสูง จ.สระแก้ว สนับสนุนวงเงิน 0.296 ล้านบาท
42.โรงพยาบาลพ่อท่านคล้ายวาจาสิทธิ์ จ.นครศรีธรรมราช สนับสนุนวงเงิน 0.803 ล้านบาท
43.โรงพยาบาลปากพลี จ.นครนายก สนับสนุนวงเงิน 0.435 ล้านบาท
44.โรงพยาบาลหนองขาหย่าง จ.อุทัยธานี สนับสนุนวงเงิน 0.213 ล้านบาท
45.โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านสงเปลือย อ.นามน จ.กาฬสินธุ์ สนับสนุนวงเงิน 0.059 ล้านบาท
46.โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านอุ่มเม่า ต.เหล่าหลวง อ.เกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด สนับสนุนวงเงิน 0.061 ล้านบาท
47.โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลดงกลาง อ.จตุรพักตรพิมาน จ.ร้อยเอ็ด สนับสนุนวงเงิน 0.061 ล้านบาท
48.โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลโคกล่าม อ.จตุรพักตรพิมาน จ.ร้อยเอ็ด สนับสนุนวงเงิน 0.061 ล้านบาท
49.โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลน้ำใส อ.จตุรพักตรพิมาน จ.ร้อยเอ็ด สนับสนุนวงเงิน 0.061 ล้านบาท
50.โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลดงแดง อ.จตุรพักตรพิมาน จ.ร้อยเอ็ด สนับสนุนวงเงิน 0.061 ล้านบาท

51.โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านป่าสังข์ อ.จตุรพักตรพิมาน จ.ร้อยเอ็ด สนับสนุนวงเงิน 0.061 ล้านบาท
52.โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเมืองหงส์ อ.จตุรพักตรพิมาน จ.ร้อยเอ็ด สนับสนุนวงเงิน 0.061 ล้านบาท
53.โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านร่องคำ อ.จตุรพักตรพิมาน จ.ร้อยเอ็ด สนับสนุนวงเงิน 0.061 ล้านบาท
54.โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลศรีโคตร อ.จตุรพักตรพิมาน จ.ร้อยเอ็ด สนับสนุนวงเงิน 0.061 ล้านบาท
55.โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลลิ้นฟ้า อ.จตุรพักตรพิมาน จ.ร้อยเอ็ด สนับสนุนวงเงิน 0.061 ล้านบาท
56.โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลอีง่อง อ.จตุรพักตรพิมาน จ.ร้อยเอ็ด สนับสนุนวงเงิน 0.061 ล้านบาท
57.โรงพยาบาลกระบี่ สนับสนุนวงเงิน 0.219 ล้านบาท
58.โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต จ.ภูเก็ต สนับสนุนวงเงิน 0.219 ล้านบาท
59.โรงพยาบาลกระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร สนับสนุนวงเงิน 0.219 ล้านบาท
60.โรงพยาบาลอ่าวลึก จ.กระบี่ สนับสนุนวงเงิน 0.219 ล้านบาท
61.โรงพยาบาลคลองท่อม จ.กระบี่ สนับสนุนวงเงิน 0.219 ล้านบาท
62.โรงพยาบาลเหนือคลอง จ.กระบี่ สนับสนุนวงเงิน 0.219 ล้านบาท
63.โรงพยาบาลลำทับ จ.กระบี่ สนับสนุนวงเงิน 0.219 ล้านบาท

ทั้งนี้ หลังจากนี้โรงพยาบาลและสถานพยาบาลของรัฐยังสามารถขอรับการสนับสนุนเข้ามาได้ที่ กสทช. โดยตรงจนถึงวันที่ 30 มิ.ย.2563 ซึ่ง กสทช. จะรีบพิจารณาโครงการ เพื่ออนุมัติเงินสนับสนุนให้ทันต่อสถานการณ์ เพื่อต่อสู้กับไวรัสโควิด-19

กลับขึ้นด้านบน