ภัยเงียบ "ไวรัสตับอักเสบ" เสี่ยงตับแข็ง-มะเร็งตับ

ภัยเงียบ "ไวรัสตับอักเสบ" เสี่ยงตับแข็ง-มะเร็งตับ

ภัยเงียบ "ไวรัสตับอักเสบ" เสี่ยงตับแข็ง-มะเร็งตับ

รูปข่าว : ภัยเงียบ "ไวรัสตับอักเสบ" เสี่ยงตับแข็ง-มะเร็งตับ

กรมควบคุมโรค เตือนประชาชนระวังภัยเงียบจากการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ สามารถถ่ายทอดเชื้อสู่ผู้อื่นได้และเป็นสาเหตุนำไปสู่ภาวะตับอักเสบ ตับแข็ง และมะเร็งตับ

วันนี้ (13 มิ.ย.2563) นพ.อัษฎางค์ รวยอาจิณ รองอธิบดีและโฆษกกรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีที่มีดารานักแสดงเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งตับ ซึ่งมีผลมาจากการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ โดยให้ข้อมูลเกี่ยวกับการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบว่า ไวรัสตับอักเสบสามารถถ่ายทอดเชื้อสู่ผู้อื่นได้ และเป็นสาเหตุนำไปสู่ภาวะตับอักเสบ ตับแข็ง และมะเร็งตับได้ โดยมี 5 ชนิด ได้แก่ ไวรัสตับอักเสบเอ บี ซี ดี และอี โดยไวรัสตับอักเสบที่เป็นปัญหาสำคัญในประเทศไทย ได้แก่ ไวรัสตับอักเสบบีและซี

โดยสามารถแบ่งอาการออกเป็น 2 ระยะคือ โรคตับอักเสบเฉียบพลัน และโรคตับอักเสบเรื้อรัง โดยอาการของโรคตับอักเสบเฉียบพลันคือ ตัวเหลือง ตาเหลือง มีไข้ ปวดท้องบริเวณใต้ชายโครงขวา เซลล์ตับถูกทำลาย ซึ่งผู้ที่เป็นโรคไวรัสตับอักเสบบี มีเพียงร้อยละ 5-10 ที่มีโอกาสเป็นตับอักเสบเรื้อรัง

ส่วนโรคตับอักเสบบีเรื้อรัง จะมีอาการนานเกินกว่า 6 เดือน โดยแบ่งได้อีกเป็น 2 ชนิด ได้แก่ 1.ชนิดตับอักเสบเรื้อรังไม่รุนแรง (Chronic Persistent) แบบค่อยเป็นค่อยไป 2.ชนิดตับอักเสบเรื้อรังแบบรุนแรง (Chronic Active Hepatitis) เป็นอาการอักเสบที่เกิดจากตับถูกทำลายไปมากและเกิดอาการตับแข็ง ในผู้ที่เป็นโรคตับอักเสบเรื้อรัง ผู้ป่วยมักไม่มีอาการเกิดขึ้น แต่เชื้อไวรัสจะทำลายตับไปเรื่อยๆ จนเกิดอาการตับแข็งและท้ายสุดจะกลายเป็นมะเร็งตับ

เกิดก่อนปี 2535 กลุ่มเสี่ยงไวรัสตับอักเสบบี

นพ.อัษฎางค์ กล่าวอีกว่า สถานการณ์โรคไวรัสตับอักเสบในประเทศไทย พบว่ามีจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรัง ประมาณ 2.2-3 ล้านคน มีอัตราความชุกประมาณร้อยละ 4-5 ของประชาชนที่เกิดก่อนปี 2535 ทำให้ปัจจุบันพบการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรัง ในประชากรที่อายุ 30 ปีขึ้นไปเป็นส่วนมาก ส่วนประชาชนที่เกิดหลังปี 2535 ได้มีการบรรจุวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี ในแผนการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคด้วยวัคซีนของประเทศ ทำให้พบอัตราความชุกที่ลดลง ร้อยละ 0.6

ดังนั้น กลุ่มเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี คือกลุ่มประชากรที่เกิดก่อนปี 2535 ซึ่งต้องมาตรวจคัดกรองโรคไวรัสตับอักเสบบี เพื่อป้องกันการติดเชื้อ หรือเข้าสู่ระบบการรักษาต่อไป ส่วนผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซี ประมาณ 7.5 แสนคน พบมากในผู้ติดเชื้อเอชไอวีและผู้ใช้สารเสพติดชนิดฉีด

สำหรับไวรัสตับอักเสบซี ไม่สามารถพยากรณ์โรคได้ว่าจะเป็นแบบไวรัสตับอักเสบบี เนื่องจากหลังการติดเชื้ออาจเกิดมะเร็งตับ โดยไม่ต้องมีภาวะตับแข็งก่อนได้ และการรักษาโดยใช้ยาต้านไวรัสตับอักเสบซีที่ครอบคลุมทุกสายพันธุ์ สามารถรักษาให้หายได้เพียงรับประทานยาต่อเนื่อง 4 เดือน

ทั้งนี้ ในเดือน ส.ค.นี้ จะมีการรณรงค์ให้ประชาชนเข้ารับการตรวจคัดกรองโรคไวรัสตับอักเสบบีและซีได้ฟรี ที่โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขที่เข้าร่วมโครงการ ประชาชนสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

วงการบันเทิงสูญเสีย "ตั้ว ศรัณยู" ป่วยมะเร็งตับ

"เปิ้ล หัทยา" เล่าอาการป่วย "ตั้ว ศรัณยู" จากไปกะทันหัน

 

กลับขึ้นด้านบน