The EXIT : มวยตู้ 10,000 ล้าน

The EXIT : มวยตู้ 10,000 ล้าน

The EXIT : มวยตู้ 10,000 ล้าน

กีฬามวยถูกสั่งห้ามจัดแข่งขันเพราะ COVID-19 ไม่ได้ส่งผลต่อวงการมวยหรือมวยอาชีพเท่านั้น แต่ธุรกิจการแข่งขันกีฬามวยยังแฝงผลประโยชน์ในวงการกลุ่มมวยตู้ มีรายงานวิจัยเรื่องโครงสร้างและพฤติกรรมการพนันมวยไทยประมาณการว่าวงเงินพนันมวยไทยมีมูลค่าถึง 1.4 หมื่นล้านบาท

รูปข่าว : The EXIT : มวยตู้ 10,000 ล้าน

ราคาการต่อรองระหว่างสีแดงและสีน้ำเงินบนบอร์ดขาว สะท้อนให้เห็นว่าเคยใช้บอกรายชื่อคู่มวยที่เตรียมแข่งขันในแต่ละรอบการชก โปสเตอร์มวย รวมไปถึงสิ่งอำนวยความสะดวกไว้รับรองบรรดาเซียนมวย อาจบอกได้ว่าสถานที่แห่งนี้เคยเปิดให้มีกิจกรรมรูปแบบมวยตู้

แต่วันนี้ สถานที่แห่งนี้ปิดตัวไม่ต่างไปจากสนามมวย ไม่มีเสียงเชียร์ เสียงต่อรองราคา หลังจากเกิดการระบาดของโรค COVID-19 ซึ่งคำบอกเล่าจากเจ้าของสถานที่ ระบุว่า สาเหตุที่ต้องปิดตัวชั่วคราว เพราะไม่มีเงินหมุนเวียนจากการเก็บค่าเข้าดู

 

ไทยพีบีเอส เจาะข้อมูลจากคนในวงการมวยตู้ แม้ในวงการมวยตู้อาจมีราคาแตกต่างกันตามสิ่งอำนวยความสะดวก แต่ราคาเรียกเก็บค่าเข้าชมอาจมีราคาเรียกเก็บเฉลี่ยได้ตามนี้ บ่อนใหญ่ระดับเขตถึงระดับจังหวัด จำนวน 100-200 คน เรียกเก็บค่าเข้าดู 100-500 บาท บ่อนเล็ก จำนวน 50-100 คน เรียกเก็บค่าเข้าดู 50-100 บาท โดยมวยตู้ที่ได้รับความนิยมของนักพนันคือ มวยถ่ายทอดสด 3 ยกและ 5 ยก ปัจจุบันมีถ่ายทอดสด 13 ช่อง 50 คู่ต่อสัปดาห์ หรือ 2,500 คู่ต่อปี

จุดเปลี่ยนที่ทำให้วงการพนันมวยต้องชะงัก เกิดขึ้นช่วงกลางเดือน มี.ค. สาเหตุมาจากการระบาดของโรค COVID-19 การประกาศให้หยุดแข่งขัน ส่งผลกระทบต่อนักกีฬา ผู้จัดและค่ายมวย แน่นอนว่าคนในวงการสีเทาก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน โดยเฉพาะเซียนมวย หรือที่เรียกกันอย่างกว้างขวางว่า "หูมวย" ซึ่งเป็นคนที่ทำให้เกิดการพนันมวยตู้

ชายคนนี้ยึดอาชีพหูมวยมานานกว่า 10 ปี หน้าที่หลักคือบริการส่งข้อมูลทางโทรศัพท์ให้กับสมาชิกที่จ่ายเงินรายเดือน ข้อมูลส่วนใหญ่เป็นราคาต่อรองระหว่างมวยยก นอกจากนั้นยังเป็นผู้ให้ข้อมูลการชั่งน้ำหนัก การฟิตซ้อม รวมไปถึงข้อมูลเชิงลึกต่างๆ ของมวยคู่ที่กำลังจะขึ้นชก เขาระบุว่า เรียกเก็บเงินค่าสมาชิก 1,000 บาทต่อคน แต่หลังรัฐบาลประกาศห้ามจัดการแข่งขันก็ต้องสูญเสียงรายได้ต่อเดือนหลักแสนบาท

 

ปัจจุบันไม่มีสถิติแน่ชัดว่ามีคนทำอาชีพ "หูมวย" กี่คน แต่เซียนมวยเปิดเผยว่ามีมากกว่า 1,000 คนทั่วประเทศ แต่ละคนยึดเป็นอาชีพและอาชีพเสริม มีรายได้ต่อเดือนไม่น้อยกว่า 50,000 - 100,000 บาท

รายงานวิจัยเรื่องโครงสร้างและพฤติกรรมการพนันมวยไทย ของ ผศ.ดร.รัตพงษ์ สอนสุภาพ รองคณะบดีฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยรังสิต ประมาณการว่า วงเงินการพนันมวยไทยเฉพาะเวทีลุมพินี และราชดำเนิน ที่สามารถเล่นการพนันในสนามได้ตามกฎหมายมีมูลค่าประมาณ 1.4 หมื่นล้านบาท ส่วนวงเงินการพนันมวยไทยผิดกฎหมาย มีมูลค่าประมาณ 2.8-3.6 หมื่นล้านบาทต่อปี เมื่อประมาณการทั้งระบบจะมีมูลค่ารวมกัน 4-5 หมื่นล้านบาทต่อปี

เงินพนันที่มีมูลค่ามากจากการจัดแข่งในสนามมวย ย่อมปฏิเสธไม่ได้ว่ามีผู้แสวงหาผลประโยชน์ต่อเนื่องไปสู่วงพนันมวยตู้ และปัจจุบันไม่ได้มีเพียงแค่ผลประโยชน์พนันจากมวยตู้เท่านั้น กิจกรรมแข่งขันมวยขยายวงไปสู่เว็บไซด์พนันออนไลน์ ซึ่งพบว่าเปิดรับแทงพนันมวยเพิ่มเข้าไปในออนไลน์ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่รัฐบาลต้องประเมินสถานการณ์และกำหนดนโยบายสาธารณะเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง

 

กลับขึ้นด้านบน