ครม.ไฟเขียว "เที่ยวปันสุข" รัฐช่วยจ่ายค่าเครื่องบิน-ที่พัก 40%

ครม.ไฟเขียว "เที่ยวปันสุข" รัฐช่วยจ่ายค่าเครื่องบิน-ที่พัก 40%

ครม.ไฟเขียว "เที่ยวปันสุข" รัฐช่วยจ่ายค่าเครื่องบิน-ที่พัก 40%

รูปข่าว : ครม.ไฟเขียว "เที่ยวปันสุข" รัฐช่วยจ่ายค่าเครื่องบิน-ที่พัก 40%

ครม.ไฟเขียวเที่ยวปันสุข 3 แพ็กเกจกระตุ้นการท่องเที่ยวหลัง COVID-19 ให้กำลังใจอสม.-บุคลากรการแพทย์ 1.2 ล้านคนเที่ยว ส่วนประชาชนทั่วไปแพ็กเกจ เราไปเที่ยวกัน หนุนจ่ายค่าที่พักรวม 5 ล้านคืนในอัตราร้อยละ 40 ส่วนTravel Bubble อยู่ขั้นตอนการเจรจา

วันนี้ (16 มิ.ย.2563) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ความเห็นชอบมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยว "เที่ยวปันสุข" ตามที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และกระทรวงการคลังเสนอเข้าที่ประชุม เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวในประเทศ โดยได้รายงานต่อพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ซึ่งกำชับให้ดำเนินการมาตรการต้องทำให้โปร่งใสสำหรับโครงการเที่ยวปันสุขแบ่งออกเป็น 3 แพ็กเกจ ได้แก่

1. กำลังใจ รัฐบาลสนับสนุนค่าเดินทางของอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) รวม 1,200,000 คน ให้เดินทางโดยการใช้บริการกับบริษัทนำเที่ยว ซึ่งรัฐจะสนับสนุนงบเดินทางไม่เกินคนละ 2,000 บาทต่อคน สำหรับการเดินทาง 2 วัน 1 คืน ใช้งบ 2,400 ล้านบาท

2.เที่ยวปันสุข รัฐบาลสนับสนุนการเดินทางของประชาชน จำนวนไม่น้อยกว่า 2,000,000 คน โดยการจำหน่ายบัตรโดยสารของผู้ประกอบการขนส่งด้านการท่องเที่ยว 3 กลุ่ม ได้แก่ สายการบินในประเทศไทย รถขนส่งไม่ประจำทางข้ามจังหวัด และรถเช่าในอัตราร้อยละ 40 แต่ไม่เกิน 1,000 บาท ใช้งบ 2,000 ล้านบาท

 

 

3. เราไปเที่ยวกัน รัฐบาลสนับสนุนค่าโรงแรมที่พักในลักษณะร่วมจ่าย (Co-pay) จำนวน 5,000,000 คืน ในอัตราร้อยละ 40 ของค่าห้องพักแต่ไม่เกิน 3,000 บาทต่อคืน และสนับสนุนค่าอาหารและค่าใช้จ่ายสถานที่ท่องเที่ยวที่เข้าร่วมโครงการและ ททท. จะแจ้งรายชื่อแก่ธนาคารกรุงไทย จำนวน 600 บาทต่อห้องต่อคืน โดยจะต้องมีที่ตั้งอยู่ในจังหวัดอื่นที่ไม่ใช่จังหวัดในทะเบียนบ้านของประชาชนผู้จองที่พัก ใช้งบ 18,000 ล้านบาท

 

ชี้ Travel Bubble ยังต้องดูรายละเอียด

นายอนุทิน กล่าวว่า  ส่วน Travel Bubble ยังอยู่ขั้นตอนการเจรจา ต้องดูความเหมาะสม และการหารือจับคู่ประเทศเชื่อมต่อการเดินทางระหว่างประเทศ ที่สามารถจัดการ COVID-19 ได้ดีเท่าๆ กันเบื้องต้น จะเปิดกว้างสำหรับทุกประเทศที่มีความพร้อม เพื่อที่จะมาจับคู่กัน เช่น จีน สิงคโปร์ ซึ่งทั้งหมด จะต้องนำเสนอต่อที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) พิจารณาให้เกิดความเข้าใจตรงกันทุกฝ่าย เพื่อหาขั้นตอนที่ปลอดภัยที่สุด

ส่วนกรณีจีนพบผู้ติดเชื้อมากขึ้นควรต้องพิจารณาที่การบริหารจัดการ รวมถึงการเฝ้าระวังคัดกรองผู้ป่วยมากกว่าตัวเลขของผู้ติดเชื้อ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

 รอลุ้น! "หมอบุ๋ม" แย้มคลังเล็งแจกเงิน 3,000 บาทท่องเที่ยว 

 

กลับขึ้นด้านบน