สั่งฟันจนท.เอี่ยวลอบขายไม้ของกลาง-ตัดไม้อำพรางปลูกบ้าน

สั่งฟันจนท.เอี่ยวลอบขายไม้ของกลาง-ตัดไม้อำพรางปลูกบ้าน

สั่งฟันจนท.เอี่ยวลอบขายไม้ของกลาง-ตัดไม้อำพรางปลูกบ้าน

รูปข่าว : สั่งฟันจนท.เอี่ยวลอบขายไม้ของกลาง-ตัดไม้อำพรางปลูกบ้าน

ทส.ระบุคดีรุกป่ามีแนวโน้มลดลงช่วง 8 เดือนจับกุมได้ 2,156 คดี มีผู้ต้องหา 378 คน ส่วนคดีไม้ 1,058 คดี กำชับจนท.รัฐเอี่ยวต้องลงโทษหนัก ตามเส้นทางการเงิน หลังจนท.ป่าไม้พื้นที่จ.ยโสธร เชื่อมโยงลอบขายไม้ของกลางในหน่วยป้องกัน ขณะที่พบการตัดไม้อำพรางปลูกบ้าน

วานนี้ (16 มิ.ย.2563) นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวว่า ภาพรวมผลการปฏิบัติงานในภาพรวมของศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่าในการดำเนินคดีบุกรุกป่า พบว่าในปีงบประมาณ 2562 ถึงปัจจุบัน แบ่งเป็นการดำเนินคดีบุกรุกป่ามีจำนวน 2,851 คดี มีผู้ต้องหา 521 คน คดีไม้ จำนวน 2,451 คดี มีผู้ต้องหา 1,255 คน ส่วนในปีงบประมาณ 2563 การดำเนินคดีบุกรุกป่ามีจำนวน 2,156 คดี มีผู้ต้องหา 378 คน และคดีไม้ มีจำนวน 1,058 คดี มีผู้ต้องหา 521 คน และในปี 2563 มีแนวโน้มว่าจะลดลง

ทั้งนี้เป็นผลจากการบูรณาการร่วมกับหลายหน่วยงานในการป้องกันและปราบปรามการลักลอบตัดไม้ทำลายป่า และแก้ไขปัญหาบุกรุกป่าเพื่อใช้เป็นพื้นที่อยู่อาศัยและพื้นที่ทำกิน และให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาการทำลายทรัพยากรป่าไม้ และเพื่อให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี 

กำชับให้ดำเนินคดีหากมีเจ้าหน้าที่ของรัฐที่รับผิดชอบมีส่วนรู้เห็น หรือกระทำความผิดเอง ต้องดำเนินการลงโทษให้หนักกว่าและเฉียบขาด และต้องตรวจสอบเส้นทางทางการเงินรายได้ เพราะเทียบกับการกระทำผิด โทษที่ได้รับอาจจะเบา จึงขอฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณา การลงโทษสถานหนักให้ถึงที่สุด เนื่องจากทรัพยากรธรรมชาติเหลือน้อย 

 

นายวราวุธ กล่าวอีกว่า ล่าสุดศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า ได้ตรวจยึดจับกุมผู้กระทำผิดในการลักลอบตัดไม้และนำไม้มาอำพรางเป็นสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่สอด จ.ตาก มาดำเนินคดี พร้อมทั้งวางมาตรการป้องกันการบุกรุกทำลายป่า โดยการตั้งจุดสกัดลาดตระเวนในพื้นที่ล่อแหลมอย่างต่อเนื่อง พร้อมเร่งรัดการดำเนินโครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล (คทช.) และยกระดับความเข้มข้นในการตรวจสอบการขออนุญาตขนย้ายไม้เรือนเก่า รวมไปถึงการขอความร่วมมือในการตรวจสอบเส้นทางการเงินจาก ปปง.

ผลักดัน "เทียนทะเล"เป็นไม้หวงห้าม

ส่วนการบุกจับขบวนการลักลอบตัดไม้เทียนทะเล บริเวณเกาะแตน จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นไม้ที่หายาก เป็นที่ต้องการของตลาดไม้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย ไต้หวัน ซึ่งตามข้อกฎหมายยังไม่สามารถดำเนินคดีกับกลุ่มขบวนการลักลอบตัดไม้ชนิดนี้ได้ เพราะเป็นไม้นอกบัญชีประเภทหวงห้าม ทางทส.จำเป็นต้องหารือพิจารณายกระดับความสำคัญของต้นเทียนทะเลให้เป็นไม้หวงห้าม หรือเสนอให้ขึ้นทะเบียนอยู่ในอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (ไซเตส) ในอนาคต หลังพบมีความเสี่ยงสูญพันธุ์เพราะมีอัตราการเติบโตช้า ขึ้นเฉพาะพื้นที่ชายหาดที่มีหิน น้ำต้องมีความสะอาด และน้ำท่วมถึงเท่านั้น

ภาพ:กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

ภาพ:กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

 

นอกจากนี้ศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า ยังได้ดำเนินการตรวจยึดและจับกุมขบวนการลักลอบตัดไม้พะยูงในอีกหลายพื้นที่ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่เชื่อมโยงกับขบวนการขโมยไม้ของกลางที่เก็บรักษาไว้ที่หน่วยป้องกันรักษาป่า ทั้งนี้ ศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่าได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขยายผลจนสามารถจับกุมกลุ่มขบวนการได้จำนวนมาก มีเจ้าหน้าที่ภาครัฐเกี่ยวข้องหลายหน่วยงาน และทั้งหมดได้ถูกแจ้งความดำเนินคดี

เบื้องต้นพญาเสือจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ 8 คน และผู้เกี่ยวข้องกับขบวนการอีก 14 คน ที่มีอดีตเจ้าหน้าที่ป่าไม้และเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นร่วมขบวนการด้วย ส่วนกรณีไม้พะยูงของกลางหายจากหน่วยป้องกันรักษาป่าของกรมป่าไม้ในหลายแห่ง อย่างหน่อวยป้องกันรักษาป่า ยส.2 (โพนงาม-ดงปอ) จ.ยโสธร ทำให้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของกรมป่าไม้มีมติให้เจ้าหน้าที่ 2 นายออกจากราชการทันที

 

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน