"พระพยอม" ยื่น 2 ทางสู้ปมที่ดิน ให้เจ้าของเดิมซื้อคืน-วัดซื้อต่อ

"พระพยอม" ยื่น 2 ทางสู้ปมที่ดิน ให้เจ้าของเดิมซื้อคืน-วัดซื้อต่อ

"พระพยอม" ยื่น 2 ทางสู้ปมที่ดิน ให้เจ้าของเดิมซื้อคืน-วัดซื้อต่อ

รูปข่าว : "พระพยอม" ยื่น 2 ทางสู้ปมที่ดิน ให้เจ้าของเดิมซื้อคืน-วัดซื้อต่อ

"พระพยอม" พร้อมคืนที่ดินโฉนดถุงกล้วยแขกให้เจ้าของที่ดิน หากจ่ายเงินค่าซื้อที่ดิน 10 ล้านบาทให้กับมูลนิธิวัดสวนแก้ว นอกจากนี้ยังพร้อมซื้อที่ดินต่อในราคา 3 ล้านบาทตามที่เคยตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้

วันนี้ (17 มิ.ย.2563) นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีอาญาธนบุรี เปิดเผยแนวทางการต่อสู้ทางกฎหมายของมูลนิธิวัดสวนแก้ว กรณีข้อพิพาทที่ดิน 1 ไร่ 1 งาน 55 ตารางวา ที่ซื้อในราคา 10 ล้านบาท เมื่อปี 2547 แล้วถูกฟ้องร้องจากเจ้าของที่ดินเดิมว่าเป็นการซื้อขายที่ดินโดยมิชอบ ซึ่งศาลฎีกาได้พิพากษาให้วัดสวนแก้วไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าว

โดยขณะนี้ยังสามารถยึดหลักกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1332 ที่บัญญัติว่า “บุคคลผู้ซื้อทรัพย์สินมาโดยสุจริตในการขายทอดตลาด หรือในท้องตลาด หรือจากพ่อค้าซึ่งขายของชนิดนั้น ไม่จำต้องคืนให้แก่เจ้าของแท้จริง เว้นแต่เจ้าของจะชดใช้ราคาที่ซื้อมา” ฉะนั้นหากเจ้าของที่ดินจะมายึดที่ดินคืนก็จะต้องชำระเงินจำนวน 10 ล้านบาท ที่ทางมูลนิธิฯ ซื้อไว้กับนางวันทนา เนื่องจากทางมูลนิธิได้ซื้ออย่างสุจริตเปิดเผยและมีการสอบถามกับกรมที่ดินมาก่อนแล้ว

นายปรเมศวร์ ระบุอีกว่า ขณะนี้ทางวัดยังคงดำเนินการภายในที่ดินดังกล่าวได้ แต่หากเจ้าของที่ดินมาฟ้องขับไล่ออกนอกพื้นที่ ทางมูลนิธิก็สามารถเรียกร้องเงินที่ซื้อที่ดินไปได้ แต่หากเจ้าของที่ดินไม่ยินยอมจ่ายก็จะต้องดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งวิธีนี้เป็นวิธีการที่จะสามารถคุ้มครองผู้ที่ซื้อที่ดินอย่างเปิดเผย แต่ถูกฟ้องยึดที่ดินคืนและเป็นไปตามกฎหมาย ซึ่งขณะนี้ทีมอัยการจังหวัดนนทบุรีได้เข้ามาช่วยเหลือในการดำเนินการทางกฎหมายกับทางวัดแล้ว

พร้อมฝากถึงผู้ที่มีที่ดินในครอบครองแล้วปล่อยให้ผู้อื่นเข้ามาอยู่อาศัยจนไปร้องขอครอบครองปรปักษ์ได้นั้น ควรจะต้องหมั่นไปดูแลทรัพย์สินของตัวเอง เพราะอาจจะทำให้เกิดปัญหาในภายหลังเช่นเดียวกับกรณีนี้ได้ และอาจจะต้องเป็นผู้ชำระเงินค่าซื้อที่ดินให้กับผู้ที่ซื้อไปหากต้องการได้ที่ดินคืน

 

ขณะที่พระราชธรรมนิเทศ หรือ พระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว เปิดเผยว่า หลังจากนี้ก็ให้เป็นไปตามกฎหมาย ซึ่งมีผู้รู้กฎหมายเข้ามาช่วยเหลือทางมูลนิธิจำนวนมาก และหากเจ้าของที่ดินจ่ายเงิน 10 ล้านบาทที่เป็นค่าซื้อที่ดินคืนให้กับทางมูลนิธิ ก็จะยอมออกจากพื้นที่ หรือให้ทางวัดซื้อที่ดินต่อในราคา 3 ล้านบาทตามที่เคยได้ตกลงกันไว้ ก็จะยอมซื้อเพื่อนำมาทำสาธารณประโยชน์ต่อไป

พร้อมระบุอีกว่า หากหลังจากนี้ผลจะเป็นเช่นไรก็ไม่อยากให้โทษใคร โดยเฉพาะนางวันทนา ที่ขณะนี้มีอาการป่วยและทราบว่าเงินที่ได้จากการขายที่ดินมานั้น ไม่ได้เป็นคนที่ใช้เงินดังกล่าว และคงไม่มีเงินนำมาคืนให้กับทางมูลนิธิ แต่อยากฝากให้ระบบข้าราชการที่ออกเอกสารสิทธิ์ให้กับประชาชน ควรจะต้องศึกษาข้อกฎหมายให้ดีก่อนที่จะบอกกับประชาชน เพราะอาจทำให้เกิดข้อผิดพลาดในภายหลังได้

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

"วัดสวนแก้ว" รอหมายศาลเตรียมรื้อถอนที่ดินพิพาท

"พระพยอม" ขายถุงผ้าสกรีนโฉนดถุงกล้วยแขก

 

กลับขึ้นด้านบน