แจงปมรถนำขบวน "ประภัตร" เบียดรถชาวบ้าน

แจงปมรถนำขบวน "ประภัตร" เบียดรถชาวบ้าน

แจงปมรถนำขบวน "ประภัตร" เบียดรถชาวบ้าน

รูปข่าว : แจงปมรถนำขบวน "ประภัตร" เบียดรถชาวบ้าน

ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ชี้แจงกรณีขบวนรถที่มีโลโก้สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตร ขับเบียดรถประชาชน ซึ่งเป็นขบวนรถของ "ประภัตร โพธสุธน" รมช.เกษตรฯ พร้อมตักเตือนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกำชับไม่ให้ทำประชาชนเดือดร้อน แต่สำหรับคู่กรณีถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับการติดต่อกลับ

วันนี้ (17 มิ.ย.2563) สื่อสังคมออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับคลิปวิดีโอรถที่มีโลโก้สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตร ขับเบียดรถประชาชน โดยเจ้าของคลิปวิดีโอดังกล่าว คือ น.ส.พัชรินทร์ วิกิตเศรษฐ์ เล่าว่า ขณะขับรถมาตามปกติพบรถมีตราโล่ห์ และเปิดไซเรน เบียดเข้ามาเป็นคันแรก หลังจากนั้นมีรถตู้สีบรอนซ์อีก 2 คันที่มีสัญลักษณ์ สป.กษ.เบียดตามกันมาอย่างกระชั้นชิด อาจส่งผลกระทบต่อการขับขี่ได้ และอยากย้อนถามไปยังนายกรัฐมนตรี ที่เคยมีมติห้ามให้รถนำขบวนมีผลกระทบกับประชาชน

จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับการติดต่อใดๆ จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยส่วนตัวจึงยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะดำเนินการอย่างไร

ด้าน นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ชี้แจงว่า กระทรวงเกษตรฯ ได้เรียกผู้ที่เกี่ยวข้องมาสอบถามถึงเหตุการณ์ในวันที่เกิดเหตุโดยละเอียด พบว่าวันเกิดเหตุ คือ วันที่ 12 มิ.ย.เป็นขากลับจากการลงพื้นที่ปฏิบัติราชการของผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในพื้นที่ จ.จันทบุรี


สำหรับขบวนรถมีทั้งหมด 6 คัน ซึ่งในขณะเกิดเหตุเป็นถนนสวนกัน 2 เลน มีรถยนต์สัญจรไปมาคับคั่ง พนักงานขับรถได้ส่งสัญญาณขอทางแล้ว และมีปัจจัยหลายประการที่ทำให้ต้องรีบตัดสินใจในการควบคุมรถยนต์ให้ผ่านไปได้ทันขบวน จึงทำให้เห็นภาพรถยนต์ส่วนราชการ ขับผ่านรถยนต์คันหนึ่งไปอย่างรวดเร็ว

ทีมข่าวเดินทางไปที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พบว่า รถตู้หนึ่งในขบวนดังกล่าวจอดอยู่ แต่คนขับซึ่งเป็นลูกจ้างไม่ได้มาปฎิบัติหน้าที่ และมีรายงานข่าวแจ้งว่า ขบวนดังกล่าวเป็นขบวนภารกิจลงพื้นที่ของนายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้ง และติดตามมาตรฐานผลไม้ส่งออกที่ จ.ตราด และจันทบุรี มีข้าราชการร่วมขบวนรวม 20 คน


สำหรับหลักเกณฑ์การใช้รถตำรวจนำขบวน ตามหนังสือสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ระบุว่าผู้ที่มีสิทธิขอรถตำรวจนำขบวน เช่น ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นายกรัฐมนตรี, ประธานรัฐสภา, รองประธานรัฐสภา, รองนายกรัฐมนตรี, รัฐมนตรี และผู้นำฝ่ายค้าน โดยในเขตกรุงเทพมหานคร ให้ผู้บังคับการตำรวจจราจรมีอำนาจพิจารณาอนุญาตเป็นครั้ง ๆ ส่วนนอกเขตให้ผู้บังคับการตำรวจทางหลวง มีอำนาจพิจารณาอนุญาต

 


ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ในกรณีนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ได้สั่งตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วว่าเป็นของตำรวจหน่วยงานใด และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้เคยย้ำแล้วว่า รถนำขบวนต้องไม่ให้เกิดผลกระทบต่อจราจร และกระทบประชาชนให้น้อยที่สุด

 

 

กลับขึ้นด้านบน