สบอ.13 ชี้แจงไม้เก่าของพ่อค้าไม้ ไม่ใช่ชิ้นส่วนบอมเบย์เบอร์มา

สบอ.13 ชี้แจงไม้เก่าของพ่อค้าไม้ ไม่ใช่ชิ้นส่วนบอมเบย์เบอร์มา

สบอ.13 ชี้แจงไม้เก่าของพ่อค้าไม้ ไม่ใช่ชิ้นส่วนบอมเบย์เบอร์มา

รูปข่าว : สบอ.13 ชี้แจงไม้เก่าของพ่อค้าไม้ ไม่ใช่ชิ้นส่วนบอมเบย์เบอร์มา

ผอ.สบอ.13 (แพร่) ยืนยันตรวจร้านรับซื้อไม้เก่า หมู่บ้านปงท่าข้าม อ.สูงเม่น จ.แพร่ หลังถูกเชื่อมโยงซื้อไม้เรือนเก่า 127 ปี "บอมเบย์เบอร์มา" มีหลักฐานประมูลซื้อมาจากโรงเรียนอนุบาลแพร่ ขณะที่เจ้าของกิจการ ระบุเตรียมดำเนินคดีกับผู้ที่นำข้อมูลเท็จไปโพสต์

วันนี้ (19 มิ.ย.2563) ไทยพีบีเอสออนไลน์สัมภาษณ์ นายอิศเรศ สิทธิโรจนกุล ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 (แพร่) ยืนยันว่า จากการตรวจสอบสอบถามเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องไม่มีการลักลอบขายไม้เก่า ของอาคารบอมเบย์เบอร์มา ตามที่เป็นข่าว ทางสวนรุกขชาติเชตวัน มีการทำบัญชีไม้ทุกชิ้นอย่างละเอียด มีการติดตั้งกล้องวงจรปิดเพื่อดูแลไม้ที่รื้อออกมา ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะมีการลักลอบขายไม้เก่า

นายอิศเรศ กล่าวอีกว่า กรณีที่มีภาพข่าวการขนย้ายไม้มีลักษณะเดียวกัน ตรวจสอบแล้วเจ้าของไม้ ที่ระบุว่า เป็นไม้ที่มีลักษณะคล้ายกัน แต่เจ้าของไม้ประมูลไม้เก่ามาจากวัด และโรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่งในจ.แพร่ ไม่เกี่ยวกับไม้ของอาคารบอมเบย์เบอร์มา 

ตอนนี้ได้ทำบัญชีไม้ไว้อย่างละเอียด ไม่ปล่อยให้ลักลอบนำไม้เก่าไปขายแน่นอน และช่วงบ่ายวันนี้ จะประชุมร่วมกับผู้รับจ้างเหมาอาคาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

 

ตรวจร้านรับซื้อไม้เก่าถูกเชื่อมโยงซื้อไม้เรือนเก่า 120 ปี

วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ชุดพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ ร่วมกับฝ่ายปกครองจังหวัดแพร่ ตำรวจและอีกหลายหน่วยงาน เข้าตรวจสอบบ้านพัก ในหมู่บ้านปงท่าข้าม อ.สูงเม่น จ.แพร่ หลังได้รับแจ้งเบาะแสว่า เป็นที่ตั้งของร้านซื้อ-ขายไม้เรือนเก่า ที่อาจเกี่ยวข้องกับการลักลอบซื้อไม้ที่รื้อถอนจากอาคารศูนย์เรียนรู้การป่าไม้ อายุกว่า 120 ปี ภายในสวนรุกขชาติเชตวัน

 

นายสมพงษ์ ไชยวุฒิ เจ้าของกิจการ ระบุว่า ไม้แปรรูป และส่วนประกอบของบ้านที่มีสีฟ้าอ่อน คล้ายกับไม้สักที่รื้อจากอาคารที่กำลังเป็นข่าว เป็นไม้ที่ชนะการประมูลมาจากโรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่ง ไม่ได้เป็นไปตามที่ถูกกล่าวหา หลังจากนี้จะรวบรวมเอกสาร เพื่อฟ้องดำเนินคดีกับผู้ที่นำข้อมูลเท็จไปโพสต์จนทำให้เสื่อมเสีย เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบภายในบ้านและบริเวณโดยรอบ พร้อมตรวจเอกสารที่เจ้าของบ้านนำมายืนยัน ไม่พบสิ่งผิดปกติ จึงได้ลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน

กรมศิลป์-รองอธิบดีอุทยานหารือภาคประชาชน 

วันเดียวกันตัวแทนภาคประชาชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมชี้แจงปัญหาโครงการซ่อม แซมอาคารศูนย์เรียนรู้การป่าไม้ หลังการรื้อบ้านทั้งหลังทำให้ประชาชนไม่พอใจ และต้องการคำอธิบาย การหารือมีการแสดงความคิดเห็นที่หลากหลาย บางส่วนต้องข้อสังเกตถึงสัญญาจ้างที่อาจไม่โปร่งใส และเป็นสาเหตุให้กลายเป็นการรื้อทำลาย

ขณะที่ตัวแทนบริษัทผู้รับเหมาชี้แจงว่า อาคารหลังนี้ ไม่ได้สร้างจากไม้สักทั้งหลัง มีไม้จำนวนมากถูกปลวกกินเสียหาย ขณะที่ฐานของตัวบ้านทรุดตัว เนื่องจากปลูกสร้างค่อนข้างตื้น ลึกลงไปในชั้นดินเพียง 50 เซ็นติเมตร ส่วนคอนกรีดและอิฐก็เสื่อมสภาพ จึงจำเป็นต้องรื้อเพื่อสร้างฐานให้แข็งแรง จากนั้นจึงจะประกอบตัวบ้านขึ้นมาใหม่ โดยไม้เดิมจะนำมาตกแต่งด้านนอก ส่วนภายในต้องใช้วัสดุทดแทนของเก่าที่เสื่อมสภาพ

ด้านเจ้าหน้าที่สำนักศิลปากรที่ 7 จังหวัดเชียงใหม่ ระบุว่าการสร้างใหม่จะใช้ไม้เก่าเดิมที่มีอยู่และสร้างให้ใกล้เคียงของเดิมที่สุด โดยจะเข้าร่วมตรวจสอบ กับหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

ขณะที่นายสมหวัง เรืองนิวัติศัย รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เปิดเผยว่า บ้านหลังนี้ อยู่ในพื้นที่รับผิดชอบ ยืนยันว่างบประมาณจะไม่มีปัญหา และจะเร่งดำเนินการให้อาคารหลังนี้กลับคืนมาโดยเร็วที่สุด พร้อมกล่าวขอโทษชาวจังหวัดแพร่เกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้น

 

 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

"ศรีสุวรรณ" ยื่นสอบรื้ออาคารเก่าบอมเบย์เบอร์มา "ขาย" พ่อค้าไม้

กรมศิลปากร เร่งฟื้นฟูโบราณสถาน "อาคารบอมเบย์เบอร์มา"

ขอโทษคนแพร่! กรมอุทยานฯ ชี้ "รื้อเพื่อซ่อม"อาคารบอมเบย์เบอร์มา

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน