"กรวัชร์" รับตำแหน่งอธิบดีดีเอสไอ พร้อมลุยคดีฟอกเงิน-เลี่ยงภาษี

"กรวัชร์" รับตำแหน่งอธิบดีดีเอสไอ พร้อมลุยคดีฟอกเงิน-เลี่ยงภาษี

"กรวัชร์" รับตำแหน่งอธิบดีดีเอสไอ พร้อมลุยคดีฟอกเงิน-เลี่ยงภาษี

รูปข่าว : "กรวัชร์" รับตำแหน่งอธิบดีดีเอสไอ พร้อมลุยคดีฟอกเงิน-เลี่ยงภาษี

อธิบดีดีเอสไอ เข้าทำงานที่กรมวันแรก พร้อมยืนยันสานต่องานโดยเฉพาะคดีการฟอกเงินและหลบเลี่ยงภาษีที่สร้างความเสียหายให้กับรัฐ และเตรียมไปเยี่ยมนางมึนอ ภรรยาของนายบิลลี่ วันพรุ่งนี้ (25 มิ.ย.63)

วันนี้ (24 มิ.ย.63) พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เข้าทำงานวันแรกหลังได้รับการโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่ง โดยก่อนเข้าทำงานได้อัญเชิญพระแก้วมรกตในห้องทำงานผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรมในตำแหน่งเดิมมาไว้ที่ห้องทำงานอธิบดีดีเอสไอ จากนั้นได้ไปสักการะพระพุทธวิชัยอภัยมารนิราศ พระพุทธรูปประจำดีเอสไอ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ตั้งอยู่ภายในดีเอสไอจากนั้นให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนโดยยืนยันว่าจะเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ตามคำขวัญของดีเอสไอที่ระบุว่า “เกียรติศักดิ์ เชี่ยวชาญ ซื่อสัตย์” พร้อมระบุว่าที่ผ่านมาปัญหาใหญ่ของโลกคือเรื่องการฟอกเงิน และดีเอสไอก็รับหน้าที่สืบสวนอยู่ หลังจากนี้ก็จะให้ความสำคัญในคดีเหล่านี้ ที่มีฐานรากมาจากคดียาเสพติดซึ่ง UNODC พบว่าแต่ละปีมีการฟอกเงินของขบวนการนี้มากกว่า 200,000 ล้านบาท

ส่วนคดีหลีกเลี่ยงภาษีก็เป็นคดีที่สร้างความเสียหายให้กับรัฐเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะคดีรถยนต์หรู ที่พบว่ากำลังมีกลุ่มที่หลบเลี่ยงการลักลอบนำเข้ารถอีกครั้ง ขณะนี้กำลังสืบสวนอยู่รวมทั้งคดีเก่าที่เคยสืบสวนมาก่อน ยืนยันว่าไม่มีการวิ่งเต้นคดีและไม่เคยรับสินบนในคดีนี้มาก่อน ฝากเตือนผู้ที่แอบอ้างว่าจะวิ่งเต้นคดีนี้ได้นั้นไม่เป็นความจริงและหากพบเจ้าหน้าที่ดีเอสไอเข้าไปเกี่ยวข้องจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

 

ส่วนคดีการหายตัวไปของนายพอละจี รักจงเจริญ หรือ บิลลี่ ที่อัยการไม่สั่งฟ้องในบางข้อหากับผู้ต้องหาที่ดีเอสไอได้ดำเนินคดีไปนั้น จะขอดูรายละเอียดความเห็นของอัยการก่อน และจะสรุปความเห็นส่งกลับไปยังอัยการอีกครั้ง และในวันพรุ่งนี้ ( 25 มิ.ย.63) จะเดินทางไปให้กำลังใจนางพิณนภา พฤกษาพรรณ หรือมึนอ ภรรยาของนายบิลลี่ ซึ่งเป็นผู้เสียหายในคดี หลังจากที่ผ่านมาในช่วงที่ทำคดีนี้ถูกโยกไปเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรม แต่นางมึนอได้ส่งข้อมูลในคดีมาให้เป็นจำนวนมากแต่ไม่สามารถดำเนินการได้เนื่องจากอยู่นอกเหนือหน้าที่

ขณะเดียวกันเมื่อวานนี้ คณะรัฐมนตรีมีมติให้ผ่านร่างกฎหมายพระราชบัญญัติอุ้มหาย แล้ว และส่งให้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาอยู่ โดยให้อำนาจการสอบสวนกับดีเอสไอเพียงหน่วยเดียว

พ.ต.ท.กรวัชร์ ยังกล่าวถึงเจ้าหน้าที่ดีเอสไอไปร่วมจับกุมคดีที่เห็นทับซ้อนกับหน่วยงานอื่น เช่น บ่อนการพนัน หรือสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ โดยยืนยันว่า การจับคดีดังกล่าวนั้น ดีเอสไอทำเฉพาะคดีที่ความเสียหายจำนวนมาก หรือกลุ่มผู้ค้ารายใหญ่ ผู้ผลิต เพราะจะเข้าข่ายการฟอกเงิน ที่ดีเอสไอดำเนินการอยู่

สำหรับ พ.ต.ท.กรวัชร์ ก่อนมาดำรงตำแหน่งอธิบดีดีเอสไอ ทำงานที่ดีเอสไอมาตั้งแต่ปี 2548 ในตำแหน่งพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ 8 ก่อนที่จะเติบโตในหน่วยจนถึงรองอธิบดี และถูกโยกย้ายไปเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรม เมื่อปี 2562 ในขณะที่กำลังทำคดีการสูญหายของนายบิลลี่ และได้รับการแต่งตั้งกลับมาเป็นอธิบดีดีเอสไอ

 

กลับขึ้นด้านบน