ผอ.รร.เซ็ง ถูกสังคมมองเอี่ยวทุจริต “สนามฟุตซอล”

ผอ.รร.เซ็ง ถูกสังคมมองเอี่ยวทุจริต “สนามฟุตซอล”

ผอ.รร.เซ็ง ถูกสังคมมองเอี่ยวทุจริต “สนามฟุตซอล”

รูปข่าว : ผอ.รร.เซ็ง ถูกสังคมมองเอี่ยวทุจริต “สนามฟุตซอล”

ผอ.รร.จตุรพักตร์พิมานรัชดาภิเษก จ.ร้อยเอ็ด เสียความรู้สึก ตกเป็นจำเลยสังคมกรณีสนามฟุตซอล ที่เทศบาลสร้างแล้วมอบให้ ไม่ได้มาตรฐาน แต่ รร.ถูกมองว่ามีส่วนเกี่ยวข้องด้วย ทั้งๆ ที่ไม่มีส่วนรู้เห็น รายละเอียดในสัญญา และตรวจสอบไม่ได้ เพราะไม่มีอำนาจ

วันนี้ (25 มิ.ย.2563) นายเพิ่ม นาก้อนทอง ผู้อำนวยการโรงเรียนจตุรพักตรพิมานรัชดาภิเษก จ.ร้อยเอ็ด เชิญผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงเรียน 2 คน ซึ่งรู้ข้อมูลกรณีสนามฟุตซอลของโรงเรียน ที่ตกเป็นข่าวอื้อฉาวทางโซเชียลมา สอบถามรายละเอียดพร้อมกับเล่าข้อเท็จจริง ความเป็นมาของสนามฟุตซอลดังกล่าว ให้ทราบข้อเท็จจริงของเรื่องราวที่เกิดขึ้น

จากนั้น นายเพิ่มเปิดเผยว่า สภาพสนามฟุตซอลภายในโรงเรียนเป็นตามสภาพจริง แต่ทางโรงเรียนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง เนื่องจากไม่ได้ก่อสร้างโดยงบประมาณของโรงเรียน

สนามฟุตซอลดังกล่าว เป็นสนามของเทศบาลตำบลจตุรพักตรพิมาน เป็นคนจัดสรรงบประมาณ ดำเนินการก่อสร้าง ในวงเงิน 1,573,000 บาท (หนึ่งล้านห้าแสนเจ็ดหมื่นสามพันบาทถ้วน) เพื่อก่อสร้างสนามฟุตซอล ขนาดกว้าง 15 เมตร ยาว 25 เมตร ความหนาของพื้น 0.10 เมตร เป็นพื้นยางพารา เคลือบอะคริลิค เริ่มสัญญาเมื่อวันที่ 28 มี.ค.2561 สิ้นสุดสัญญาเมื่อวันที่ 26 ก.ค.2561 จากนั้นจึงส่งมอบให้กับโรงเรียนใช้ประโยชน์ แต่ปรากฏว่า เมื่อเริ่มใช้สนามได้ไม่นาน ก็เริ่มมีสภาพความเสียหาย พื้นหลุดร่อนตามสภาพที่มีการร้องเรียนทางโซเชียลมีเดีย

 

ผู้อำนวยการกล่าวต่อว่า การก่อสร้างสนามดังกล่าวทางโรงเรียนไม่ทราบรายละเอียดในการทำสัญญารับจ้างเหมา หรือการทำข้อตกลงแต่อย่างใด โรงเรียนเพียงแต่เป็นผู้รับมอบ โดยไม่มีสิทธิ์ตรวจสอบใดๆ ทั้งสิ้น เนื่องจากทุกอย่างเป็นอำนาจของคณะผู้บริหารเทศบาลจตุรพักตรพิมาน ดำเนินการเองทั้งหมด และดำเนินการก่อสร้างก่อนที่ตนจะย้ายมาเป็นผอ.โรงเรียนแห่งนี้ จึงต้องขอฟังรายละเอียดจากรองผู้อำนวยการทั้งสองคน ซึ่งทำหน้าที่อยู่ในช่วงเวลานั้นก่อน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นนำลงดูสภาพสนามฟุตซอล พบว่า มีสภาพตามที่มีการร้องเรียนเรื่องการก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐานและเสียหาย ไม่คุ้มกับงบประมาณ เพราะพังเสียหาน ตั้งแต่ปีแรกหลังจากเปิดใช้ได้ไม่นาน ก็พบว่าเสียหายจริง

และหลังจากมีการร้องเรียนปรากฏว่า มีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตลงมาตรวจสอบข้อเท็จจริงหลายชุด หลายครั้งซึ่งทางโรงเรียนก็ยืนยันข้อมูลเดิม คือไม่ทราบรายละเอียดของการดำเนินการ ว่าได้มาตรฐานตามแบบหรือไม่ อย่างไร เนื่องจากทางโรงเรียนไม่มีอำนาจในการที่จะตรวจสอบการดำเนินการก่อสร้าง การใช้งบประมาณ หรือความมาตรฐานของสนามดังกล่าวได้

 

เนื่องจากเมื่อมีการมอบให้ทางโรงเรียน โรงเรียนก็เป็นเพียงผู้รับเอาไว้ เพราะเห็นว่าจะเกิดประโยชน์ให้กับเด็กนักเรียน สามารถใช้ออกกำลังกายได้ โดยไม่มีสิทธิ์ที่จะตรวจสอบความมาตรฐานใดๆ ทั้งสิ้น และไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องร้องเรียนในลักษณะนี้เกิดขึ้น และทำให้ภาพพจน์ที่ดีของโรงเรียนเสียหาย
ผู้อำนวยการโรงเรียนกล่าวว่า ทางโรงเรียนเคยมีแนวคิดจะจัดสรรงบประมาณซ่อมแซม ให้คืนสู่มาตรฐาน ให้สามารถใช้แข่งขันกีฬา สำหรับเรียนได้ แต่จากการประชุมคณะกรรมการบริหารโรงเรียนแล้วมีความเห็นว่า ยังไม่สามารถดำเนินการซ่อมแซมได้ เนื่องจากอยู่ในช่วงของการเกิดการสอบสวนข้อเท็จจริง และตรวจสอบว่ามีการทุจริตก่อสร้าง ไม่ได้มาตรฐานตามงบประมาณที่จัดสรรมาหรือไม่ อย่างไร ให้ชัดเจนก่อน จึงดำเนินการซ่อมแซมให้สามารถใช้งานได้ตามปกติ

กลับขึ้นด้านบน