โพลชี้ประชาชนส่วนใหญ่มองยังหาคนเหมาะเป็นนายกฯ ไม่ได้

โพลชี้ประชาชนส่วนใหญ่มองยังหาคนเหมาะเป็นนายกฯ ไม่ได้

โพลชี้ประชาชนส่วนใหญ่มองยังหาคนเหมาะเป็นนายกฯ ไม่ได้

รูปข่าว : โพลชี้ประชาชนส่วนใหญ่มองยังหาคนเหมาะเป็นนายกฯ ไม่ได้

"นิด้าโพล" เผยผลสำรวจคะแนนนิยมทางการเมืองรายไตรมาส ครั้งที่ 2 พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 44.06 ระบุยังไม่มีคนเหมาะสมเป็นนายกรัฐมนตรีในตอนนี้ ขณะที่พรรคเพื่อไทยมีคะแนนนิยมดีกว่าพรรคพลังประชารัฐ

วันนี้ (28 มิ.ย.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง “การสำรวจคะแนนนิยมทางการเมืองรายไตรมาส ครั้งที่ 2” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 22 – 24 มิ.ย.2563 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา และอาชีพทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น จำนวน 2,517 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการสำรวจคะแนนนิยมทางการเมือง การสำรวจอาศัย การสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างด้วยวิธีแบบง่าย (Simple Random Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่นที่ร้อยละ 95.0

"ประยุทธ์" รั้งอันดับ 2 ร้อยละ 25.47

จากการสำรวจเมื่อถามถึงบุคคลที่ประชาชนจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 44.06 ระบุว่าเป็น ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้ อันดับ 2 ร้อยละ 25.47 ระบุว่าเป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพราะบริหารงานดีอยู่แล้ว ทำงานตรงไปตรงมา มีความซื่อสัตย์ บ้านเมืองสงบไม่วุ่นวายช่วยเหลือประชาชนได้จริง และอยากให้ดำรงตำแหน่งต่อไป อันดับ 3 ร้อยละ 8.07 ระบุ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (พรรคเพื่อไทย) เพราะมีประสบการณ์การทำงาน การบริหารงานที่ผ่านมาได้ดี พูดจริง ทำจริง และชื่นชอบเป็นการส่วนตัว อันดับ 4 ร้อยละ 7.03 ระบุว่าเป็น ไม่ตอบ/ไม่สนใจ อันดับ 5 ร้อยละ 4.57 ระบุว่าเป็น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส (พรรคเสรีรวมไทย) เพราะเป็นคนตรงไปตรงมา พูดจริง ทำจริง มีความซื่อสัตย์ และชื่นชอบเป็นการส่วนตัว

อันดับ 6 ร้อยละ 3.93 ระบุว่าเป็น นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ (พรรคก้าวไกล) เพราะอยากได้คนรุ่นใหม่มาบริหารประเทศ และชื่นชอบนโยบายพรรค อันดับ 7 ร้อยละ 1.67 ระบุว่าเป็น นายกรณ์ จาติกวณิช (พรรคกล้า) เพราะมีวิสัยทัศน์ที่ดี มีความเป็นผู้นำ มีความสามารถทางด้านเศษฐกิจ และมีความเข้าใจการเมืองทั้งแบบเก่าและแบบใหม่ อันดับ 8 ร้อยละ 0.99 ระบุว่าเป็น นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ (พรรคเพื่อไทย) เพราะชอบผลงานของพรรคเพื่อไทย และเศรษฐกิจน่าจะดีขึ้น อันดับ 9 ร้อยละ 0.95 ระบุว่าเป็น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เพราะมีความเป็นผู้นำ การทำงานมีความยืดหยุ่น อันดับ 10 ร้อยละ 0.87 ระบุว่าเป็น นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ (พรรคเศรษฐกิจใหม่) เพราะมีนโยบายพรรคที่ชัดเจน น่าจะช่วยแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจได้ดี

อันดับ 11 ร้อยละ 0.83 ระบุว่าเป็น นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ (พรรคประชาธิปัตย์) เพราะไม่มีประวัติด่างพร้อย และมีวิสัยทัศน์ที่ดี อันดับ 12 ร้อยละ 0.44 ระบุว่าเป็น นายอนุทิน ชาญวีรกูล (พรรคภูมิใจไทย) เพราะมีผลงาน ในการทำงานที่ดี และบริหารจัดการงานได้ดี อันดับที่ 13 ร้อยละ 0.32 ระบุว่า นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา (พรรคประชาชาติ) เพราะชอบในการทำงาน และชื่นชอบเป็นการส่วนตัว และนายชวน หลีกภัย ในสัดส่วนที่เท่ากัน

อันดับ 14 ร้อยละ 0.20 ระบุว่าเป็น นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อันดับ 15 ร้อยละ 0.16 ระบุว่าเป็น นายอุตตม สาวนายน (พรรคพลังประชารัฐ) อันดับที่ 16 ร้อยละ 0.08 ระบุว่าเป็น หม่อมราชวงศ์จัตุมงคล โสณกุล เพราะ มีประสบการณ์ในการทำงานที่ยาวนาน และน่าช่วยแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ดี และอันดับ 17 ร้อยละ 0.04 ระบุว่าเป็น นางสาวกัญจนา ศิลปอาชา (พรรคชาติไทยพัฒนา)

นักการเมืองหลายคนมีคะแนนลดลง

และเมื่อเปรียบเทียบกับผลการสำรวจ คะแนนนิยมทางการเมืองรายไตรมาส ครั้งที่ 1 เดือน ธ.ค.2562 พบว่า ผู้ที่ระบุว่า คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์, นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, นายอนุทิน ชาญวีรกูล, นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา, นายชวน หลีกภัย, ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล และ น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา มีสัดส่วนลดลง ซึ่งในขณะที่ผู้ที่ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส, นายกรณ์ จาติกวณิช, นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์, นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์, นายอุตตม สาวนายน ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้ และไม่ตอบ/ไม่สนใจ มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น

ประชาชนไม่สนับสนุนพรรคการเมืองใด

ท้ายที่สุด เมื่อถามถึงพรรคการเมืองที่ประชาชนจะสนับสนุนในวันนี้ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 32.38 ระบุว่าเป็น ไม่สนับสนุนพรรคการเมืองใดเลย อันดับ 2 ร้อยละ 20.70 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย อันดับ 3 ร้อยละ 15.73 ระบุว่าเป็น พรรคพลังประชารัฐ อันดับ 4 ร้อยละ 13.47 ระบุว่าเป็น พรรคก้าวไกล อันดับ 5 ร้อยละ 7.75 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์ อันดับ 6 ร้อยละ 3.42 ระบุว่าเป็น ไม่ตอบ/ไม่สนใจ อันดับ 7 ร้อยละ 2.50 ระบุว่าเป็น พรรคเสรีรวมไทย อันดับ 8 ร้อยละ 1.43 ระบุว่า พรรคภูมิใจไทย อันดับ 9 ร้อยละ 1.11 ระบุว่าเป็น พรรคกล้า อันดับ 10 ร้อยละ 0.60 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อชาติ

อันดับ 11 ร้อยละ 0.36 ระบุว่าเป็น พรรคชาติไทยพัฒนา อันดับ 12 ร้อยละ 0.20 ระบุว่าเป็น พรรคเศรษฐกิจใหม่ อันดับ 13 ร้อยละ 0.16 ระบุว่าเป็น พรรคประชาชาติ อันดับ 14 ร้อยละ 0.11 ระบุว่าเป็น พรรคชาติพัฒนา และอันดับ 15 ร้อยละ 0.08 ระบุว่าเป็น พรรครวมพลังประชาชาติไทย

พรรคร่วมรัฐบาลส่วนใหญ่มีคะแนนลดลง

และเมื่อเปรียบเทียบกับผลการสำรวจ คะแนนนิยมทางการเมืองรายไตรมาส ครั้งที่ 1 เดือน ธ.ค.2562 พบว่า ผู้ที่ระบุว่า พรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคเศรษฐกิจใหม่ และพรรคประชาชาติ มีสัดส่วนลดลง ซึ่งในขณะที่ผู้ที่ระบุว่า พรรคเพื่อไทย พรรคเสรีรวมไทย พรรคเพื่อชาติ พรรคชาติพัฒนา ไม่สนับสนุนพรรคการเมืองใดเลย และไม่ตอบ/ไม่สนใจมีสัดส่วนเพิ่มขึ้น และผู้ที่ระบุว่า พรรครวมพลังประชาชาติไทย มีสัดส่วนเท่าเดิม

กลับขึ้นด้านบน