"นิพิฏฐ์" ฟ้องศาลทุจริตกลาง เอาผิด กกต.กลางยกชุด

"นิพิฏฐ์" ฟ้องศาลทุจริตกลาง เอาผิด กกต.กลางยกชุด

"นิพิฏฐ์" ฟ้องศาลทุจริตกลาง เอาผิด กกต.กลางยกชุด

รูปข่าว : "นิพิฏฐ์" ฟ้องศาลทุจริตกลาง เอาผิด กกต.กลางยกชุด

"นิพิฏฐ์" รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.พัทลุง ยื่นฟ้องต่อศาลทุจริตกลาง เอาผิด กกต.กลางทั้งคณะ กระทำผิด ม.157

วันนี้ (29 มิ.ย.63) นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะอดีตผู้สมัคร ส.ส.พัทลุง เขต 2 แถลงยื่นฟ้องต่อศาลทุจริตกลาง เอาผิด กกต.กลางทั้งคณะ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เนื่องจากบุคคลทั้ง 7 คนเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ มีหน้าที่ต้องจัดการเลือกตั้ง ควบคุมดูแลให้สุจริตเที่ยงธรรม ต้องใช้อำนาจหน้าที่ปราศจากอคติ และต้องใช้ดุลยพินิจที่ซื่อสัตย์ เป็นที่ประจักษ์ตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย กกต. และกฎหมายการเลือกตั้ง ส.ส.แต่การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มี.ค.2562 กกต.สมคบคิดใช้อำนาจหน้าที่ทุจริ มีอคติ เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนใช้ดุลยพินิจตามอำเภอใจ ไม่มีข้อเท็จจริงและเหตุผลรองรับ ใช้อำนาจช่วยผู้สมัครพรรคภูมิใจไทยให้ชนะการเลือกตั้งเขต 2 จังหวัดพัทลุง แทนที่จะใช้อำนาจตามกฏหมายจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ เพราะมีหลักฐานปรากฏชัดว่าเต็มไปด้วยการทุจริตและมีการซื้อเสียง ไม่เที่ยงธรรมและไม่ชอบด้วยกฏหมาย สร้างผลเสียหายร้ายแรงต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และทำให้ตนเองได้รับความเสียหาย ซึ่งการกระทำของ กกต.ทั้ง 7 คน ใช้ดุลยพินิจไม่ได้อยู่บนพื้นฐานของความสมเหตุสมผล ใช้ดุลยพินิจตามอำเภอใจจนล้นนอกเขตความชอบด้วยกฏหมายรัฐธรรมนูญ ทุจริตตามนัยคำพิพากษาศาลฏีกาที่ 3509/2549 นอกจากนี้ยังทำลายและบั่นทอนระบอบประชาธิปไตย หากปล่อยให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจะเป็นเครื่องมือของนักการเมืองที่ทุจริตและเข้าไปแสวงหาอำนาจได้ประโยชน์ สร้างความเสียหายต่อระบอบประชาธิปไตยอย่างร้ายแรง

นายนิพิฏฐ์ กล่าวต่อว่า สืบเนื่องจากที่ได้ยื่นร้องเรียนทุจริตในเขตเลือกตั้งนี้รวม 4 กรณีคือ 1.พยานซึ่งก่อนหน้านี้ยอมรับว่าเป็นผู้ซื้อเสียง โดย กกต. จังหวัดชี้ว่า มีการซื้อเสียงจริงแต่ภายหลังพยานได้กลับคำให้การว่าให้เงินหลาน 4,000 บาทไปซื้อน้ำมันพืช ซึ่ง กกต.เชื่อตามนั้น และยกคำร้อง 2. มีคลิปภาพ เสียงและหลักฐานบัญชีรายชื่อในการจ่ายเงินซื้อเสียง โดยในคลิปมีชาวบ้านเดินเข้าไปรับเงิน และบอกให้เลือกเบอร์ 9 แต่ กกต.กลับยกคำร้อง โดยเชื่อพยานที่อ้างว่า ไม่ทราบว่าเป็นบัญชีอะไรและไม่ทราบว่าเป็นเงินใช้ทำอะไรเพราะไม่ได้ยินเสียงในคลิปว่า พูดอะไร ทั้งที่ข้อเท็จจริงในคลิปดังกล่าวทั้งภาพ-เสียงชัดเจนมาก 3. มีหลักฐานในไลน์ “กลุ่มเพื่อนนายฉลอง” ที่สั่งให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้านในกลุ่ม 400 คน ถ่ายบัตรประชาชน 35,000 ใบในเขตเลือกตั้งที่ 2 แลกกับการจ่ายเงินให้ประชาชนหัวละ 500 บาท แต่มีผู้ใหญ่บ้านคนหนึ่งโพสต์ว่าไม่สามารถทำตามได้เพราะต้องวางตัวเป็นกลางในการเลือกตั้ง ทำให้สารวัตรกำนันคนหนึ่งลบชื่อผู้ใหญ่บ้านคนนี้ ออกจากกลุ่มไลน์ ซึ่ง กกต.สอบและอ้างว่าได้เชิญผู้ใหญ่บ้านคนนี้มาให้การ และแจ้งว่า สำรวจคะแนนนิยมของพรรคภูมิใจไทย โดย กกต.เชื่อ และยกคำร้อง ทั้งที่ข้อเท็จจริงการสำรวจคะแนนนิยมจะไม่ใช้เจ้าหน้าที่ไปทำในช่วงที่มีพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้ง ตนโต้แย้งว่า หากเป็นการสำรวจคะแนนนิยมจริง ทำไมต้องลบชื่อผู้ใหญ่บ้านที่วางตัวเป็นกลางออกจากกลุ่ม  อีกทั้ง พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 ห้ามไม่ให้ทำการสำรวจในช่วงมีกฤษฎีกาเลือกตั้ง 4.ในกลุ่มไลน์ดังกล่าว ผู้สมัครรู้เห็นในการใส่ร้ายป้ายสีพรรคประชาธิปัตย์ โดยมีการโพสต์แจ้งลูกข่ายหัวคะแนนว่า ถ้าโดนจับได้ ให้โยนว่าเป็นเงินซื้อเสียงของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งกกต.จังหวัด ชี้ว่าเป็นการใส่ร้ายคะแนนนิยมทั้งของตนและพรรค แต่กกต.กลางให้ดำเนินคดีกับนายเปี่ยม คนเขียนโพสต์ไลน์เท่านั้น ทั้งที่ตามกฎหมายต้องสั่งจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ เนื่องจากเกิดความไม่สุจริต

นายนิพิฏฐ์ กล่าวว่า เปิดเผยข้อมูลเพียงบางส่วนเท่านั้น ถ้า กกต.รู้ว่าในมือมีข้อมูลมากกว่านี้ และขอยืนยันด้วยศักดิ์ศรีของทนายความและนักการกฏหมายตลอดชีวิตว่า เรื่องนี้มีพยานหลักฐานหนักแน่นมากกว่าคดีชุด พล.ต.อ.วาสนา ที่เคยติดคุกมาแล้ว และจะทำคดีนี้ให้ถึงที่สุด และถ้าเชื่อว่าพยานใส่ร้ายพรรคประชาธิปัตย์และสั่งดำเนินคดีนายเปี่ยมไปแล้ว แต่ทำไมไม่สั่งเลือกตั้งใหม่ และที่อ้างว่าเป็นเงินซื้อน้ำมันพืช ทำไมไม่ฟ้องตนเอง มันย้อนแย้ง กรณีนี้มันเป็นตรรกะ ที่ตนเองยื่นฟ้องครั้งนี้เพื่อต้องการให้ กกต.มีมาตรฐาน และมีพฤติกรรมเลวร้ายกว่าชุดในอดีตที่ติดคุกเสียอีก แต่ที่โกรธมาก คือ กกต.ได้รับการโปรดเกล้าฯจากพระเจ้าอยู่หัวด้วยความไว้วางพระราชหฤทัย ดังนั้น จะต้องสะอาด ถ้าไม่สุจริต ทำงานไม่ได้ แต่พรรคการเมืองอ่อนแอ สีดำ สีเทา มีการทุจริตจึงไม่กล้าฟ้อง แนะให้ดูว่า ประธานหลักสูตรการพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง หรือ พตส. ของกกต. ว่าใครเป็นประธาน พตส. ซึ่งก็คือหัวหน้าพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง ทั้งนี้ จะฟ้องต่อป.ป.ช.ต่อไป

กลับขึ้นด้านบน