THE EXIT : ตรวจสอบปัญหาการเรียกบรรจุครู

THE EXIT : ตรวจสอบปัญหาการเรียกบรรจุครู

THE EXIT : ตรวจสอบปัญหาการเรียกบรรจุครู

รูปข่าว : THE EXIT : ตรวจสอบปัญหาการเรียกบรรจุครู

หลังไทยพีบีเอสนำเสนอขบวนการเรียกเงิน อ้างช่วยให้สอบบรรจุครูผู้ช่วยได้ ซึ่งกำลังจะเปิดสอบวันที่ 11 ก.ค.นี้ กว่า 4,000 ตำแหน่ง แต่การเปิดสอบใหม่กำลังถูกตั้งคำถาม

มีครูอัตราจ้างที่เคยสอบผ่าน อยู่ในบัญชีรอบรรจุเป็นครูผู้ช่วยตั้งแต่ปี 2561 อยู่ในลำดับท้าย ๆ เริ่มสิ้นหวังเมื่อบัญชีกำลังจะหมดอายุปีนี้ จึงเรียกร้องให้บรรจุครูจากบัญชีเดิมก่อนเปิดสอบใหม่

ครูอัตราจ้างคนหนึ่ง ใน จ.อุดรธานี ให้ข้อมูลว่าเป็น 1 ในจำนวนผู้สอบผ่านขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขัน เพื่อบรรจุครูผู้ช่วยปี 2561 เอกวิทยาศาสตร์ทั่วไป จ.อุดรธานี เช่นเดียวกับอีกกว่า 100 คน ที่ยังรอเรียกบรรจุแต่บัญชีรายชื่อกำลังจะหมดอายุเดือน ก.ย.นี้ และหากไม่ถูกเรียกบรรจุทุกคนต้องกลับไปเริ่มต้นแข่งขันสอบใหม่

ข้อมูลจากกลุ่มผู้สอบแข่งขันเพื่อบรรจุครูผู้ช่วยปี 2561 ในภาคอีสาน อ้างถึงปัญหาการบรรจุครูช่วงที่ผ่านมาว่า มีการบรรจุครูในสาขาที่ไม่ตรงกับความต้องการของโรงเรียน

ตั้งแต่ต้นเดือนที่ผ่านมา ผู้สอบแข่งขันได้เพื่อบรรจุครูผู้ช่วยปี 2561 ในหลายจังหวัดพยายาม เรียกร้องต่อศึกษาธิการ เพื่อให้เรียกบรรจุครูจากบัญชี ก่อนที่จะจัดสอบครูผู้ช่วยในปี 2563

 

เช่น เดียวกับสมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทยส่งหนังสือถึงผู้ว่าราชการทุกจังหวัด ในฐานะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด เพื่อขอให้สำรวจตำแหน่งว่างของโรงเรียนต่าง ๆ และเรียกบรรจุข้าราชการครูที่ขึ้นบัญชีไว้หรือขอใช้บัญชีข้ามจังหวัด

นายรัชชัยย์ ศรสุวรรณ นายกสมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า อ.ค.ศ.มีหนังสือเวียนแจ้ง ให้สามารถใช้บัญชีข้ามจังหวัดได้แล้ว เมื่อเปิดใช้ก็ต้องมีสารสนเทศให้ กศจ. ทั้งประเทศว่าจังหวัดไหนมีขึ้นบัญชีสาขาวิชาอะไรบ้างกี่คน เพราะฉะนั้นเวลาขอจะได้ใช้บัญชีที่ถูกต้องตามจังหวัด ไม่ใช่สุ่มถามเด็กจะเสียโอกาส

ความเคลื่อนไหวเรียกร้องให้บรรจุครูตรงตามตำแหน่งที่ขาดแคลนทำให้นิสิตนักศึกษาจบครู รวมทั้งครูอัตราจ้างหรือผู้ที่สอบบัญชี มีความหวังจะได้สอบบรรจุรับราชการแทนตำแหน่งที่ว่างนี้ เพราะข้อมูลจากกระทรวงศึกษาธิการ ที่ระบุว่าในปี 2562-2566 จะมีครูเกษียณกว่า 100,000 คน

นายอาวุธ ทองบุ ผู้อำนวยการโรงเรียนน้ำคำใหญ่วิทยา จ.ร้อยเอ็ด ในฐานะผู้ช่วยเลขานุการ คณะอนุกรรมาธิการพิจารณากฎหมายเกี่ยวกับการศึกษา สภาผู้แทนราษฎร สะท้อนปัญหาใหญ่ของการจัดการศึกษาที่ต้องเร่งหาทางออกคือโรงเรียนหลายแห่งได้รับการจัดสรรครูที่ไม่ตรงกับความต้องการ

 

 

ไม่ใช่แค่ปัญหาการเรียกบรรจุครูให้ตรงตามวิชาเอกที่โรงเรียนขาดแคลน แต่การสอบบรรจุข้าราชการครูผู้ช่วยกรณีพิเศษก็ถูกมองว่ามีช่องโหว่เอื้อต่อการทุจริต โดยเฉพาะเกณฑ์ให้คะแนน ภาค ค ประเมินความเหมาะสมกับตำแหน่ง ให้คะแนนจาก ประวัติและผลงาน ซึ่งได้รับการรับรองจากผู้อำนวนการสถานศึกษา 50 คะแนน

ทางเลือกหนึ่งที่คณะอนุกรรมาธิการพิจารณากฎหมายเกี่ยวกับการศึกษา สภาผู้แทนราษฎร กำลังพิจารณาว่าจะนำไปสู่การปฏิรูปการศึกษา และการกระจายอำนาจจากส่วนกลางมาที่โรงเรียนอย่างแท้จริง คือ ให้โรงเรียนมีสิทธิจัดการศึกษา และเลือกบรรจุครูตามที่ขาดแคลน

 

หากดูตามขั้นตอน เมื่อโรงเรียนแห่งหนึ่งอยากได้ครูที่ขาดแคลน ต้องเสนอไปที่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งจะรวบรวมและเสนอไปยังคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด หรือ กศจ. ซึ่ง กศจ. มีหน่วยงานที่ดูแลการบริหารงานบุคคล มีการเปิดโอนย้าย จัดสอบ และเรียกบรรจุครู โรงเรียนถึงจะได้ครูที่ผ่านขั้นตอนการจัดสรรตามระเบียบ

แต่แนวคิดที่จะให้โรงเรียน โดยผู้บริหาร ครู และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นผู้มีสิทธิ์คัดเลือกครูที่ต้องการ ไม่ผ่านขั้นตอนแบบเดิม แนวคิดนี้อยู่ระหว่างการพิจารณา ร่างหลักการ แนวทางปฏิบัติ และกำหนดหลักความรับผิดชอบ ก่อนผลักดันให้นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงกฎหมายการศึกษา ตามกลไกของสภาผู้แทนราษฎร

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

THE EXIT : เปิดขบวนการเรียกรับเงินแลกสอบบรรจุครู

 

 

กลับขึ้นด้านบน