แจงลงโทษภาคทัณฑ์-กักยาม 5 ตร. คดีช่วย "บอส อยู่วิทยา"

แจงลงโทษภาคทัณฑ์-กักยาม 5 ตร. คดีช่วย "บอส อยู่วิทยา"

แจงลงโทษภาคทัณฑ์-กักยาม 5 ตร. คดีช่วย "บอส อยู่วิทยา"

รูปข่าว : แจงลงโทษภาคทัณฑ์-กักยาม 5 ตร. คดีช่วย "บอส อยู่วิทยา"

ตร.ชี้แจงรายละเอียดผลสอบสวนข้อเท็จจริงคดีตำรวจสังกัดตำรวจนครบาล 5 รวม 11 คน ช่วยเหลือทายาทกระทิงแดงไม่ให้ถูกดำเนินคดี หลัง ป.ป.ช.ชี้มีมูลความผิดทางวินัยไม่ร้ายแรง ยืนยันให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย โดยลงโทษทางวินัยแยกเป็นกลุ่ม ภาคภัณฑ์-กักยาม 5 นาย

วันนี้ (30 มิ.ย.2563) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีที่สื่อตั้งประเด็นคำถามและนำเสนอข่าว ตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดเจ้าหน้าที่ตำรวจ 7 นาย เมื่อวันที่ 29 ต.ค. 2562 ในกรณีสอบสวนช่วยเหลือนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอส ทายาทกระทิงแดง ไม่ให้ถูกดำเนินคดีนั้น

พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวว่า จากเดิมที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มีคำสั่งที่ 228/2559 ลงวันที่ 22 เม.ย.2559 สืบสวนข้อเท็จจริงข้าราชการตำรวจ สังกัดตำรวจนครบาล 5 รวม 11 คน กรณีถูกกล่าวหาว่าร่วมกันเป็นคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ในคดีจราจร ที่ 632/2555 ของสถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ และกรณีนายวรยุทธ ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดในคดีจราจร โดยสำนวนการสอบสวนคดีดังกล่าวเกิดความบกพร่องหลายประการว่ากระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ กระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรมหรือไม่ อย่างไร

คณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง ได้ส่งสำนวนดังกล่าวไปยังคณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาไต่สวนข้อเท็จจริง พร้อมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องตามที่ถูกกล่าวหาในประเด็นสอบสวนช่วยเหลือนายวรยุทธ ผู้ต้องหา ไม่ให้ถูกดำเนินคดีในฐานความผิดขับรถขณะเมาสุรา, ขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดและไม่ดำเนินการออกหมายจับผู้ต้องหาเพื่อให้ได้ตัวมาส่งอัยการฟ้องดำเนินคดีตามกฎหมาย เป็นเหตุให้ผู้ต้องหาหลบหนีและไม่ได้ตัวฟ้องภายในอายุความ

เมื่อวันที่ 29 ต.ค.2562 คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้พิจารณาสำนวนการไต่สวนข้อเท็จจริงแล้ว มีมติว่าการกระทำของ พล.ต.ต.กฤษฎิ์ เปียแก้ว, พล.ต.ต.สุคุณ พรหมายน, พ.ต.อ.ไตรเมต อู่ไทย, พล.ต.ต.ชุมพล พุ่มพวง, พ.ต.อ.สัมฤทธิ์ เกตุแย้ม, ว่าที่ พ.ต.อ.วิบูลย์ ถิ่นวัฒนากูล และ พ.ต.อ.วิลดล ทับทิมดี มีมูลความผิดทางวินัยไม่ร้ายแรง ฐานไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยความตั้งใจ อุตสาหะ เพื่อให้เกิดผลดีหรือความก้าวหน้าแก่ราชการ เอาใจใส่ ระมัดระวังรักษาผลประโยชน์ของทางราชการและประมาทเลินเล่อในหน้าที่ราชการ ตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 มาตรา 78(9) และส่งรายงานสำนวนการไต่สวนเอกสารหลักฐาน คำวินิจฉัยเพื่อให้ดำเนินการทางวินัยนั้น

เมื่อวันที่ 31 มี.ค.2563 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มีคำสั่งที่ 167/2563 เรื่องลงโทษกักยาม ภาคทัณฑ์ และยุติเรื่อง โดยอาศัยอำนาจตามความใน มาตรา 98 แห่ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 มาตรา 89 ประกอบ กฎ ก.ตร.ว่าด้วยอำนาจการลงโทษข้าราชการตำรวจ อัตราโทษ และการลงโทษภาคทัณฑ์ ทัณฑกรรม กักยาม กักขัง หรือตัดเงินเดือน พ.ศ.2547 และคำสั่งที่เกี่ยวข้อง โดยแบ่งการดำเนินการเป็น 4 กลุ่ม ดังนี้

  • กลุ่มที่ 1 ลงโทษภาคทัณฑ์ คือ พล.ต.ต.สุคุณ พรหมายน, พล.ต.ต.ชุมพล พุ่มพวง, พ.ต.อ.สัมฤทธิ์ เกตุแย้ม, ว่าที่ พ.ต.อ.วิบูลย์ ถิ่นวัฒนากูล
  • กลุ่มที่ 2 ลงโทษกักยาม พ.ต.อ.วิลดล ทับทิมดี กำหนด 3 วัน
  • กลุ่มที่ 3 แยกเรื่องไว้พิจารณา เนื่องจากการพิจารณากำหนดโทษ พ.ต.อ.ไตรเมต อู่ไทย ซึ่งได้เกษียณอายุราชการแล้ว เมื่อวันที่ 1 ต.ค. 2559 และ พล.ต.ต.กฤษฎิ์ เปียแก้ว เกษียณอายุราชการแล้ว เมื่อวันที่ 1 ต.ค. 2556 แต่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดทางวินัย เมื่อวันที่ 29 ต.ค. 2562 โดย พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2562 มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 6 เม.ย. 2562 และไม่มีบทยกเว้นหรือบทเฉพาะกาล ที่บัญญัติให้มีผลใช้บังคับย้อนหลัง ถือได้ว่าปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมาย จึงได้แยกเรื่องการพิจารณาไว้แล้วส่วนหนึ่ง
  • กลุ่มที่ 4 ยุติเรื่องในส่วน พ.ต.อ.อัครวินต์ สุคนธวิท, พ.ต.อ.วิชัย ณรงค์, ว่าที่ พ.ต.ท.กิติศักดิ์ พรสงวนทรัพย์ และ พ.ต.ต.หญิงสิริภา ศรีทรัพย์ ไม่ปรากฏพยานหลักฐานที่จะฟังได้ว่าผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 4 คน ได้ร่วมกระทำตามที่ถูกกล่าวหา ข้อกล่าวหาไม่มีมูลจึงตกไป

รองโฆษก ตร. กล่าวต่ออีกว่า ขอเรียนยืนยันว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเป็นองค์กรต้นธารของการอำนวยความยุติธรรม ทั้งการดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำความผิดกฎหมายบ้านเมืองและการรักษาความสงบเรียบร้อยในสังคม มีความตระหนักและให้ความสำคัญถึงเรื่องนี้มาโดยตลอด ซึ่งในประเด็นข้อสงสัย กระแสวิพากษ์วิจารณ์ของสังคม ถึงความบกพร่อง ย่อหย่อน ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในขั้นตอนการดำเนินคดีตามกฎหมายและให้ความเป็นธรรมกับญาติ ครอบครัวผู้เสียชีวิต โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่ได้นิ่งนอนใจในประเด็นที่เกิดขึ้น ได้มีการดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ตลอดจนดำเนินการลงโทษทางวินัยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความั่นใจให้กับพี่น้องประชาชน

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

อัยการมั่นใจตามตัว "บอส วรยุทธ" กลับมาดำเนินคดีได้ก่อนหมดอายุความ   

คดี "บอส"ทายาทเครื่องดื่มชูกำลัง หมดอายุความ 1 ข้อหา วันนี้ 

พล.ต.ท.ศานิตย์ เผย เอกสารส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน “บอส” มีปัญหาทางเทคนิค 

ป.ป.ช.ฟันวินัย ตร.ไม่แจ้งข้อหา "บอส อยู่วิทยา" 

 

กลับขึ้นด้านบน