งบฯ น้อยแต่ยังซื้อเรือดำน้ำ กห.แจงจำเป็นดูแล ศก.ทางทะเล

งบฯ น้อยแต่ยังซื้อเรือดำน้ำ กห.แจงจำเป็นดูแล ศก.ทางทะเล

งบฯ น้อยแต่ยังซื้อเรือดำน้ำ กห.แจงจำเป็นดูแล ศก.ทางทะเล

รูปข่าว : งบฯ น้อยแต่ยังซื้อเรือดำน้ำ กห.แจงจำเป็นดูแล ศก.ทางทะเล

รมช.กลาโหม ระบุเรือดำน้ำจำเป็นกับไทย เพื่อปกป้องเศรษฐกิจทางทะเล ที่มีมูลค่านำเข้าถึง 24 ล้านล้านบาท ขณะที่ฝ่ายค้านจวกเป็นหนี้ แทนที่จะนำมาช่วยประชาชน กลับมาซื้อเรือดำน้ำ

วันนี้ (1 ก.ค.2563) เวลา 18.45 น. นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า งบประมาณปี 64 จำนวน 3.3 ล้านล้านบาท มาจากรายได้สุทธิ 2.67 ล้านล้านบาท และกู้เงินชดเชยมา 6.2 แสนล้านบาท ก่อนหน้านี้สำนักงานเศรษฐกิจการคลังชี้แจงว่า รายได้ที่จัดเก็บคาดว่าจะต่ำกว่าเป้า 2 แสนล้านบาท ทำให้รัฐบาลต้องหาวิธีแก้ไข แต่ตอนนี้กู้เพิ่มไม่ได้แล้ว เพราะเต็มเพดาน ขอฝาก รมว.คลังด้วย

งบที่ได้มา แทนที่จะเอาไปช่วยประชาชน กลับเอาไปซื้อเรือดำน้ำ ขณะที่เศรษฐกิจไทยรัฐบาลไม่ได้ช่วยอะไร แต่เอกชนต้องช่วยกันเอง

งบฯ กระทรวงกลาโหมปีนี้ 2.23 แสนล้านบาท กองทัพบก 1.07 แสนล้านบาท กองทัพเรือ 4.8 หมื่นล้านบาท กองทัพอากาศ 4 หมื่นล้านบาท เมื่อมองงบกองทัพเรือแม้จะเกิด COVID-19 แต่กลับได้งบฯ มากขึ้นกว่า 1 พันล้านบาท

นายยุทธพงศ์กล่าวว่า สิ่งสำคัญคือเรือดำน้ำ 2 ลำที่ยังไม่หยุดซื้อ เพียงแค่ชะลอไม่ซื้อปี 63 แต่กลับมาซื้ออีกปี 64 จากมติ ครม.เรื่อง COVID-19 เห็นได้ชัดว่าเรือดำน้ำตัดได้ แต่ไม่ตัด แล้วนำเรือดำน้ำมาซ่อนไว้ในงบปี 64 ถามว่าจะซื้อไปรบกับใครทั้งที่ประชาชนลำบาก แต่กลับไม่มีเงินช่วย

จากนั้น พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม ชี้แจงว่า โครงการดังกล่าวเป็นปีงบฯ 63 โดยชะลอการดำเนินการ เพื่อปรับโอนมาเป็นงบฯ กลาง ซึ่งปัจจุบันทุกประเทศที่มีอาณาเขตติดต่อทางทะเลให้ความสำคัญอย่างมาก เรื่องความมั่นคงทางทะเลและเศรษฐกิจทางทะเล

ปีนี้ไทยและสหรัฐฯ จะกำหนดแนวทางความมั่นคงทางทะเลร่วมกันในอาเซียน และประเทศคู่เจรจาอีก 8 ประเทศ เน้นเรื่องเศรษฐกิจทางทะเล และเส้นทางการเดินเรือ มูลค่าทางเศรษฐกิจทางทะเล ที่ไทยจะได้รับประมาณปีละ 24 ล้านล้านบาท มีเรือขนส่งสินค้าเข้าออกอ่าวไทยปีละ 1.5 หมื่นลำ

พล.อ.ชัยชาญกล่าวว่า ประเทศในภูมิภาคนี้ 4 ประเทศ ได้แก่ สิงคโปร์ เวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย มีเรือดำน้ำเข้าประจำการ และมากกว่าไทยที่กำลังจะจัดหา แต่ไม่ได้หมายความว่า ไทยจะจัดหาเพื่อแข่งขัน หรือรบกับประเทศใด แต่เป็นการควบคุมและรักษาความมั่นคงทางทะเล รวมทั้งถ่วงดุลอำนาจทางทะเลที่เป็นยุทธศาสตร์สำคัญของกองทัพเรือและยุทธศาสตร์ทางเรือ

เรือดำน้ำที่จะจัดหา 1 ลำ จะได้ในปี 2566 ส่วนการจัดหาในปี 2564 ใช้เวลา 6-7 ปี คาดว่า จะเข้าประจำการได้ในปี 2569 ถือว่าเรื่องดุลยภาพทางทะเลไทยจะตามหลังประเทศอื่น 8-10 ปี

พล.อ.ชัยชาญกล่าวต่อว่า การปฏิบัตินั้นที่ต้องมี 3 ลำ เพราะพื้นที่อาณาเขตทางทะเลของไทย 3.2 แสนตารางกิโลเมตร เปรียบเทียบกับพื้นที่ทางบก 5 แสนตารางกิโลเมตร ซึ่งพื้นที่ทั้งอ่าวไทยและอันดามันมีความสำคัญ และการปฏิบัติงานในจำนวน 3 ลำ ถือว่าต่ำที่สุด

ส่วนดำเนินการลักษณะจีทูจี ยืนยันว่าโปร่งใส ตรวจสอบได้ และคัดเลือกแบบของเรือดำน้ำหลายประเทศ ซึ่งจีนเสนอพร้อมด้วยการฝึกอบรมอาวุธ ถ่ายทอดเทคโนโลยี รับประกัน 2 ปี ดูแลอะไหล่ 8 ปี

เรือดำน้ำเป็นเรื่องการรักษาผลประโยชน์ชาติและความมั่นคงทางทะเลอย่างแท้จริง เป็นไปตามยุทธศาสตร์ทางเรือและกองทัพเรือ สามารถตรวจสอบได้

กลับขึ้นด้านบน