สหภาพแรงงาน สกสค.ค้านเลิกจ้าง จี้สอบทุจริตจัดซื้อหนังสือเรียน

สหภาพแรงงาน สกสค.ค้านเลิกจ้าง จี้สอบทุจริตจัดซื้อหนังสือเรียน

สหภาพแรงงาน สกสค.ค้านเลิกจ้าง จี้สอบทุจริตจัดซื้อหนังสือเรียน

รูปข่าว : สหภาพแรงงาน สกสค.ค้านเลิกจ้าง จี้สอบทุจริตจัดซื้อหนังสือเรียน

สหภาพแรงงาน สกสค.ออกแถลงการณ์ให้คณะกรรมการบริหารองค์การค้าของ สกสค.ทบทวนมติเลิกจ้างพนักงานเจ้าหน้าที่ จำนวน 961 คน ชี้เป็นการแก้ปัญหาที่ไม่ถูกจุด อ้างกรณีขาดทุน 5,700 ล้านบาท เกิดจากการทุจริตงบประมาณจัดซื้อหนังสือเรียน

วันนี้ (2 ก.ค.2563) สหภาพแรงงานองค์การค้าของคุรุสภา (สกสค.) ออกแถลงการณ์จากกรณีคณะกรรมการบริหารองค์การค้าของ สกสค. มีมติเลิกจ้างพนักงานเจ้าหน้าที่องค์การคของ สกสค.ทั้งองค์กร และออกคำสั่งองค์การค้าของ สกสค.ที่ 85/2563 ให้เลิก
จ้างพนักงานเจ้าหน้าที่ 961 คน และรอเลิกจ้างเจ้าหน้าที่ที่เกษียณในเดือน ก.ย.2563 นี้ กับกรรมการลูกจ้างตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานอีกจำนวนเกือบร้อยคน เป็นการเลิกจ้างหมดทั้งองค์กร เท่ากับว่าองค์การค้าของ สกสค.ยุติภารกิจทั้งหมด คือยุบองค์การของ สกสค. หรือล้างกระดานพนักงานเจ้าหน้าที่ แต่องค์การค้าทำภารกิจต่อไป โดยให้ข้อมูลว่าองค์การค้าประสบปัญหาขาดทุนต่อเนื่อง มีหนี้สะสมประมาณ 5,700 ล้านบาท และมีอัตรากำลังพนักงานเจ้าหน้าที่มากล้นงานที่มีอยู่

 
สหภาพแรงงานองค์การค้าของคุรุสภา ระบุว่า การพิจารณาการเลิกจ้างพนักงานหมดทั้งองค์กรนี้ เป็นแนวคิดบนข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน และผิดพลาดอาจทำให้เกิดผลกระทบกับการบริหารงาน และเกิดความเสียหายกับสำนักงานคณะกรรมการ สกสค.ต่อไปได้ ซึ่งมติคณะกรรมการบริหารองค์การค้าฯ และคำสั่ง องค์การค้าของ สกสค.ที่  85/2563 ให้เลิกจ้างพนักงานเจ้าหน้าที่จะมีผลในการเลิกจ้าง ในวันที่ 1 ส.ค.นี้ หรืออีก 1 เดือน จึงขอเรียกร้องให้คณะกรรมการบริหารองค์การค้าฯ ทบทวนมติดังกล่าว และยกเลิกคำสั่งองค์การค้าฯ ของ สกสค.ให้เลิกจ้างพนักงานเจ้าหน้าที่ไว้ก่อนด้วยเหตุผลคร่าวๆ ดังต่อไปนี้

1.การค้าขององค์การค้าฯ มีภารกิจและรายได้หลักในการดำเนินธุรกิจการค้า คือ การพิมพ์ และจำหน่ายหนังสือแบบเรียนต้นฉบับของ สสวท. และ สพฐ. กระทรวงศึกษาธิการ ให้ถึงโรงเรียนทั่วประเทศก่อนการเปิดภาคเรียนในทุกปีการศึกษา ดังนั้น องค์การค้าฯ จึงมีงาน มีรายได้ที่แน่นอน สามารถบริหารสร้างรายได้และไม่ควรขาดทุน แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ นำงานไปจ้างเอกชนภายนอกพิมพ์ เป็นการเปิดช่องว่างให้เกิดการทุจริตในการจ้างงาน

มีเรื่องร้องเรียนที่สหภาพแรงงานส่งไปที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ และ ป.ป.ช.สอบสวนมาโดยตลอด ในทางสอบสวนบางคดีถูกชี้มูลความผิดแล้ว แต่ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบไม่มีการดำเนินการเอาผิดให้ถึงที่สุด ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ขาดทุนแต่ไม่มีการหยิบยกมาพิจารณาแก้ไข


2.มีหนี้สะสมมาจนถึงปัจจุบัน จำนวนประมาณ 5,700 ล้านบาท ถ้าเข้าไปตรวจสอบจะพบว่า เป็นการสร้างหนี้ของบุคคลที่มาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการองค์การค้าฯ แต่ละท่านตั้งแต่ปี 2544 เป็นต้นมา จะนำเงินที่ขอกู้มาจ่ายค่าจ้างพิมพ์หนังสือแบบเรียนที่นำไปจ้างเอกชนภายนอกพิมพ์ ซึ่งเป็นการใช้เงินกู้ผิดวัตถุประสงค์ในการขอกู้เงินดังกล่าวทุกครั้ง ทำให้ขาดวินัยทางการเงินเกิดความเสียหายต้องรับภาระดอกเบี้ยที่เกิดขึ้น 

3.ที่กล่าวหาว่าพนักงานเจ้าหน้าที่ล้นงาน ค่าใช้จ่าย ค่าจ้างพนักงานเจ้าหน้าที่สูง ก็ต้องตรวจสอบข้อมูล หลักฐานเอกสารรายงานค่าใช้จ่ายกับสัดส่วนของงานและรายได้ในอัตราเฉลี่ยของรายได้ด้วยว่าอยู่ในอัตราส่วนของโครงสร้างราคาขายและกำไรที่ควรจะเป็นหรือไม่ และในอัตราส่วนโดยรวมของค่าจ้างพิมพ์รวมกับค่าจ้างพนักงานเจ้าหน้าที่องค์การค้าฯ รวมเป็นสองเด้ง ทำให้ต้นทุนสูงขึ้น เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำ
ให้ขาดทุน

4.ถ้าหากพนักงานเจ้าหน้าที่ล้นงาน เหตุใดจึงนำงานไปจ้างเอกชนภายนอกพิมพ์ และหากพนักงานเจ้าหน้าที่ล้นงานจริง ทำไมต้องจ้างลูกจ้างจากบริษัทเอาท์ซอส์ท ให้ส่งลูกจ้างเพิ่มเข้ามาทำงานอีกกว่า 300 คน อีกทั้งจ้างพนักงานรักษาความปลอดภัย พนักงานทำความสะอาด ดังนั้น สาเหตุนี้จึงสวนทางกับความเป็นจริง จึงเห็นว่า หากมีการตัดปริมาณงานที่มีอยู่ไปให้เอกชนพิมพ์เท่ากับการบริหารจัดการปริมาณงานกับการบริหารอัตรากำลังไม่สมดุลกัน ทำให้เห็นว่ายังบกพร่องในการจัดการในเรื่องนี้


5.หากเลิกจ้างพนักงานเจ้าหน้าที่ทั้งหมดเช่นนี้ การพิมพ์ และจำหน่ายหนังสือแบบเรียนต้นฉบับของ สสวท. และ สพฐ. กระทรวงศึกษาธิการ การเลิกจ้างหมดทั้งองค์การเท่ากับว่าองค์การค้าฯ ของ สกสค.ยุติภารกิจทั้งหมด คือ ยุบองค์การค้าของ สกสค.ความเสียหายที่เกิดขึ้นจะไม่ใช่แค่สิทธิประโยชน์ของพนักงานเจ้าที่ต่างๆ ที่กฎหมายกำหนด อาจบานปลายไปถึงความสูญเสียทรัพย์สินที่ไม่ควรเสียก็เป็นได้รวมถึงการละเมิดสัญญาข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างที่กฎหมายกำหนด

6.หนี้สินและความเสียหายที่เกิดขึ้น เกิดจากความผิดพลาดในการบริหารจัดการของผู้บริหารทั้งสิ้น การที่คณะกรรมการบริหารองค์การค้าของ สกสค. มีมติเลิกจ้างพนักงานเจ้าหน้าที่นั้น จึงเป็นการกระทำที่ไม่เป็นธรรมกับพนักงานเจ้าหน้าที่ ซึ่งส่งผลกระทบการขาดรายได้ในการดำรงชีวิต โดยสาเหตุที่กล่าวข้างต้นเป็นเพียงเหตุการณ์บางส่วนที่ยกขึ้นมาเพื่อให้เห็นว่าต้นเหตุของการขาดทุนจนเป็นหนี้สะสมมากมายนั้น ยังไม่ถูกหยิบยกขึ้นมาพิจารณาแก้ไขก่อนจะมีมติเลิกจ้างพนักงานเจ้าหน้าที่ทั้งหมด สหภาพแรงงานองค์การค้าของคุรุสภา จึงมีความเห็นว่า คณะกรรมการบริหารองค์การค้าของ สกสค.ต้องขอข้อมูลต่างๆ เหล่านี้ตั้งแต่ในอดีตที่เป็นสาเหตุหลักในความลัมเหลว มาพิจารณาด้วยความเป็นธรรม และใช้หลักธรรมาภิบาลในการแก้ไขปัญหาต่อไป


ทั้งนี้ องค์การค้าของ สกสค.ไม่เคยได้รับงบประมาณสนับสนุนการดำเนินงานใดๆ จากสำนักงาน สกสค.และรัฐาลแม้บาทเดียว ทั้งยังปฏิบัติภารกิจที่กระทรวงศึกษาธิการมอบหมาย โดยเฉพาะการตรึงราคาหนังสือเรียนให้มีระดับราคาที่ไม่สูงเกินไป และตั้งแต่ปี พ.ศ.2550 องค์การค้าของ สกสค.ต้องแข่งขันเสรี ตามที่กำหนดในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่ง พ.ศ.2542 บังคับใช้ จึงเรียนมาเพื่อขอสื่อสารไปยังคณะกรรมการบริหารองค์การค้าของ สกสค.ให้ดำเนินการทบทวนมติดังกล่าวเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับพนักงานเจ้าหน้าที่ดังกล่าว และขอให้สาธารณชนได้รับทราบข้อเท็จจริงภายในองค์กรนี้ด้วย

ด้าน ผู้อำนวยการองค์การค้าของ สกสค.คนใหม่ เปิดเผยว่า วันพรุ่งนี้จะมีการประชุมของคณะกรรมการบริหาร เพื่อหารือถึงเรื่องนี้ ว่าจะมีทิศทางอย่างไร แต่ทางฝ่ายกฎหมายขององค์การ บอกว่า การเลิกจ้างครั้งนี้เป็นการบอกกล่าวล่วงหน้าและจะเยียวยาตามกฎหมายแรงงานต่อไป

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

พนักงานองค์การค้า สกสค.ร้องจ่ายเงินค่าจ้าง

เลิกจ้าง! 961 คนพนักงานองค์การค้า "สกสค."

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน