สบส.รุดตรวจคลินิก 18 แห่ง ปมเบิกจ่ายค่ารักษาเท็จ

สบส.รุดตรวจคลินิก 18 แห่ง ปมเบิกจ่ายค่ารักษาเท็จ

สบส.รุดตรวจคลินิก 18 แห่ง ปมเบิกจ่ายค่ารักษาเท็จ

รูปข่าว : สบส.รุดตรวจคลินิก 18 แห่ง ปมเบิกจ่ายค่ารักษาเท็จ

อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ นำทีมพนักงานเจ้าหน้าที่รุดตรวจสอบข้อเท็จจริงการเบิกจ่ายเงินบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค ในคลินิก 18 แห่ง ทั่วกรุงเทพฯ หากผลตรวจสอบพบทุจริตอาจมีคำสั่งปิดสถานพยาบาล และโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท

จากกรณีที่มีการร้องเรียนการเบิกจ่ายเงินบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค ซึ่งรัฐบาลสนับสนุนให้กับสถานพยาบาลในการลงพื้นที่ชุมชนตรวจหาโรคเรื้อรัง แต่กลับมีสถานพยาบาลเอกชนบางแห่งทำการเบิกจ่ายงบประมาณดังกล่าวจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ทั้งที่ไม่ได้มีการตรวจโรคแก่ประชาชนนั้น

 

วันที่ 4 ก.ค.2563 นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้รับทราบถึงปัญหาที่เกิดก็ไม่รอช้า สั่งการให้ สบส.ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงทันที โดยตนได้นำทีมพนักงานเจ้าหน้าที่จากกองกฎหมาย และกองสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ เข้าตรวจสอบการดำเนินการของสถานพยาบาลที่ถูกกล่าวอ้าง พร้อมกันทั้ง 18 แห่ง ในเขตกรุงเทพฯ เพื่อขจัดกระบวนการทุจริตการเบิกจ่ายงบของรัฐ และรักษาผลประโยชน์แก่ประชาชน โดยพนักงานเจ้าหน้าที่เก็บข้อมูลจากผู้เกี่ยวข้องของคลินิก และตรวจสอบเอกสารทางการแพทย์อย่างละเอียด เพื่อส่งข้อมูลให้แก่พนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป

 

ด้าน ทพ.อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดี สบส. กล่าวว่า หากผลการตรวจสอบพบว่า คลินิกมีการทุจริตเบิกจ่ายงบประมาณโดยไม่มีการตรวจลงพื้นที่ให้บริการตรวจสุขภาพแก่ประชาชนจริง หรือลงประวัติข้อมูลที่ไม่ตรงกับความเป็นจริงเพื่อให้เข้าเกณฑ์การตรวจ สบส.จะดำเนินการเอาผิดตามกฎหมายพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 ในฐานที่ผู้รับอนุญาต ผู้ดำเนินการ ผู้ประกอบวิชาชีพ หรือเจ้าหน้าที่ของสถานพยาบาล จัดทำหรือยินยอมให้ผู้อื่นจัดทำหลักฐานเกี่ยวกับค่ารักษาพยาบาลและค่าบริการเอกสารแสดงการตรวจโรค เอกสารแสดงผลการรักษาพยาบาลของสถานพยาบาล หรือเอกสารกรณีอื่นอันเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลอันเป็นเท็จ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจจะมีคำสั่งปิดสถานพยาบาลหากพบการกระทำการหรือละเว้นกระทำการอย่างใดจนเป็นเหตุให้เกิดอันตราย ความเสียหายหรือความเดือดร้อนอย่างร้ายแรงแก่ผู้ที่อยู่ในสถานพยาบาล หรือผู้ที่อยู่ใกล้เคียงกับสถานพยาบาลอีกด้วย

 

กลับขึ้นด้านบน