การเจรจาวิกฤตหนี้สินกรีซอาจคลี่คลายในสัปดาห์นี้

การเจรจาวิกฤตหนี้สินกรีซอาจคลี่คลายในสัปดาห์นี้

การเจรจาวิกฤตหนี้สินกรีซอาจคลี่คลายในสัปดาห์นี้

รูปข่าว : การเจรจาวิกฤตหนี้สินกรีซอาจคลี่คลายในสัปดาห์นี้

การเจรจาวิกฤตหนี้สินกรีซอาจคลี่คลายในสัปดาห์นี้ การเจรจาหาทางออกวิกฤตหนี้สินของกรีซที่ประเทศเบลเยี่ยมมีแนวโน้มดีขึ้น เมื่อผู้นำกลุ่มประเทศที่ใช้เงินสกุลยูโร หรือยูโรโซนแสดงความพอใจกับข้อเสนอใหม่ของกรีซ ซึ่งทั้ง 2 ฝ่ายอาจบรรลุข้อตกลงกันในสัปดาห์นี้ ท่ามกลางความหวังว่ากรีซจะอยู่ในกลุ่มยูโรโซนต่อไป

การประชุมสุดยอดฉุกเฉินระหว่างกรีซกับกลุ่มยูโรโซนที่กรุงบรัสเซลส์ เมืองหลวงของเบลเยี่ยม เพื่อหาทางออกในเรื่องวิกฤตหนี้สินของกรีซมีแนวโน้มในทางที่ดี เมื่อผู้นำกลุ่มยูโรโซนแสดงความพอใจกับข้อเสนอใหม่ของกรีซและระบุว่าอาจบรรลุข้อตกลงภายในสัปดาห์นี้

โดยข้อเสนอดังกล่าวได้รวมทั้งการเพิ่มการจัดเก็บภาษีบรรดาธุรกิจหลายชนิด ภาษีคนรวยและการเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่มในสินค้าบางรายการ ยกเว้นค่าไฟฟ้า โดยหลังจากการประชุมเสร็จสิ้นลง ผู้นำกลุ่มยูโรโซนมีคำสั่งให้รัฐมนตรีคลังจัดการหารือรอบใหม่ในวันนี้ (23 มิ.ย.2558) เพื่อร่วมกันพิจารณาในรายละเอียด ก่อนที่ผู้นำสหภาพยุโรปทั้ง 28 ประเทศจะประชุมแบบเต็มคณะในวันที่ 25 มิ.ย.2558

ด้านนายโดนัลด์ ทัสค์ ประธานสภายุโรป ซึ่งทำหน้าที่เป็นประธานการประชุมสุดยอดฉุกเฉินของกลุ่มยูโรโซนในกรุงบรัสเซลส์ แถลงข่าวแสดงความเห็นเชิงบวกในข้อเสนอใหม่ของกรีซ พร้อมเปิดเผยว่าเป้าหมายสำคัญคือการให้รัฐมนตรีคลังของกลุ่มยูโรโซนอนุมัติแผนการปล่อยเงินกู้ยืมฉุกเฉินให้กับกรีซในเย็นวันนี้ ก่อนจะเสนอเข้าสู่การพิจารณาของผู้นำกลุ่มยูโรโซนเพื่อขอการอนุมัติในเช้าวันที่ 25 มิ.ย.2558 ขณะที่นายฌอง โคลด ยุงเคอร์ ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป กล่าวแสดงความเห็นในเชิงบวกเช่นกัน

ส่วนนางแองเกลา เมอร์เคิล นายกรัฐมนตรีของเยอรมนี กล่าวว่า แม้ว่าข้อเสนอใหม่ของกรีซจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการเจรจา แต่ยังคงมีรายละเอียดอีกหลายอย่างที่ต้องหารือกันอย่างหนัก นอกจากนี้นางเมอร์เคิลยังปฏิเสธข้อสงสัยที่ว่าจะมีการลดหนี้ให้กับกรีซ

แนวโน้นการเจรจาวิฤกตหนี้กรีซอาจคลี่คลาย ส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้นทันที ซึ่งก่อนหน้านี้กรีซยืนกรานไม่ยอมทำตามเงื่อนไขของเจ้าหนี้ ได้แก่ สหภาพยุโรปและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือไอเอ็มเอฟ ซึ่งต้องการให้กรีซดำเนินมาตรการรัดเข็มขัดมากขึ้นเพื่อแลกกับเงินกู้ยืมฉุกเฉินงวดสุดท้ายจำนวน 7,200 ล้านยูโร ก่อให้เกิดความวิตกว่ากรีซจะผิดนัดชำระหนี้ตามกำหนดเส้นตายของไอเอ็มเอฟในสิ้นเดือนมิถุนายน 2558 ซึ่งจะมีผลให้กรีซต้องถอนตัวออกจากกลุ่มยูโรโซน หรือแม้กระทั่งการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปหรืออียู


กลับขึ้นด้านบน