WHO เร่งหาหลักฐานใหม่ COVID-19 แพร่เชื้อทางอากาศ

WHO เร่งหาหลักฐานใหม่ COVID-19 แพร่เชื้อทางอากาศ

WHO เร่งหาหลักฐานใหม่ COVID-19 แพร่เชื้อทางอากาศ

รูปข่าว : WHO เร่งหาหลักฐานใหม่ COVID-19 แพร่เชื้อทางอากาศ

ศบค. เผยวันนี้ (8 ก.ค.) ไทยพบผู้ป่วย COVID-19 เพิ่ม 2 คน เป็นผู้เดินทางกลับจากต่างประเทศ อยู่ใน State Quarantine ขณะที่ไทยไม่พบการผู้ติดเชื้อในประเทศต่อเนื่อง 44 วัน ด้านองค์การอนามัยโลก เร่งหาคำตอบ COVID-19 แพร่เชื้อทางอากาศ

วันนี้ (8 ก.ค.2563) พญ.พรรณประภา ยงค์ตระกูล ผู้ช่วยโฆษก ศบค. แถลงสถานการณ์การแพร่ระบาด COVID-19 ไทยพบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 2 คน อยู่ใน State Quarantine สะสม 3,197 คน รักษาตัวในโรงพยาบาล 65 คน หายป่วยเพิ่ม 2 คน หายป่วยแล้วรวม 3,074 คน เสียชีวิตคงที่สะสม 58 คน ขณะที่  ไทยไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ภายในประเทศต่อเนื่องเป็นเวลา 44 วัน 

สำหรับผู้ป่วยเพิ่มคนที่ 1 เป็นชายอายุ 31 ปี อาชีพรับจ้าง เดินทางมาจากอินเดีย ส่วนคนที่ 2 เป็นชายอายุ 39 ปี อาชีพนักเผยแพร่ศาสนา เดินทางมาจากอินโดนีเซีย โดยเที่ยวบินของทั้ง 2 คน เคยพบผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้านี้

 

ขณะที่สถานการณ์ผู้ติดเชื้อ COVID-19 ทั่วโลก อยู่ที่ 11,950,044 ล้านคน เสียชีวิต 546,622 คน สหรัฐฯ พบผู้ป่วยเพิ่ม 56,251 คน สะสม 3,097,084 คน ส่วนบราซิลมีผู้เสียชีวิตเพิ่มมากที่สุด 1,312 คน 

ในเอเชีย อินเดียพบป่วยสะสมมากที่สุด 743,481 คน เสียชีวิต 20,653 คน รองลงมาปากีสถานติดเชื้อสะสม 234,509 คน เสียชีวิต 4,839 คน ส่วนญี่ปุ่นติดเชื้อเพิ่ม 206 คน สะสม 19,981 คน ขณะที่ไทยอยู่อันดับที่ 99 ของโลก

เร่งหาคำตอบ เชื้อแพร่ทางอากาศ

องค์การอนามัยโลก เปิดเผยว่า ขณะนี้คณะทำงานกำลังหารือและตรวจสอบหลักฐานใหม่ที่ระบุถึงความเป็นไปได้ที่เชื้อ COVID-19 จะแพร่เชื้อทางอากาศ โดยพบว่าการติดเชื้อผ่านการหายใจจะเกิดขึ้นในสถานที่ที่มีคนแออัด สถานที่ปิด หรือสถานที่ที่ระบบระบายอากาศไม่มีประสิทธิภาพ

ก่อนหน้านี้นักวิทยาศาสตร์ 239 คน จาก 32 ประเทศ ร่วมกันลงชื่อในจดหมายเปิดผนึกถึงองค์การอนามัยโลกให้แก้ไขคำแนะนำ เกี่ยวกับวิธีป้องกันการติดเชื้อ COVID-19 เนื่องจากพบหลักฐานว่าเชื้อสามารถลอยอยู่ในอากาศได้ และเมื่อคนสูดอากาศเข้าไปก็สามารถติดเชื้อได้เช่นกัน ซึ่งแตกต่างจากข้อมูลปัจจุบันขององค์การอนามัยโลกที่ระบุว่า การแพร่เชื้อเกิดจากละอองฝอยจากการไอและจามของผู้ติดเชื้อ และละอองฝอยดังกล่าวไม่สามารถลอยอยู่ในอากาศได้ แต่จะตกลงสู่พื้นอย่างรวดเร็ว ดังนั้นการล้างมือบ่อยๆ จึงเป็นสิ่งจำเป็นและช่วยป้องกันการติดเชื้อ

หลังเสร็จสิ้นการประเมินหลักฐานทางวิทยาศาสตร์แล้ว จะตีพิมพ์บทสรุปความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเชื้อ COVID-19 ชุดใหม่ ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า รวมถึงคำแนะนำในการปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันการติดเชื้อ

 

ย้ำสวมหน้ากากอนามัย ห้ามการ์ดตก

กรณีนักวิทยาศาสตร์จาก 32 ประเทศ เปิดเผยหลักฐานการแพร่กระจายของ COVID-19 ผ่านละอองฝอยขนาดเล็กกว่า 5 ไมครอน แพร่ผ่านทางอากาศ หรือ AirBorne และเรียกร้องให้องค์การอนามัยโลกยอมรับว่า COVID-19 มีการติดต่อในรูปแบบดังกล่าวพร้อมให้ปรับคำแนะนำการป้องกันโรค

นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ระบุว่า ข้อมูลจนถึงขณะนี้ COVID-19 ส่วนใหญ่ยังเป็นการแพร่ผ่านละอองฝอยขนาดใหญ่กว่า 5 ไมครอน จากการไอ จาม และในระยะ 1 เมตร ส่วนการแพร่กระจายทางอากาศนั้นเกิดขึ้นในโรงพยาบาลแม้จะมีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อย แต่ก็ยอมรับว่าการติดต่อส่วนใหญ่ของ COVID-19 มีข้อแม้อย่างที่เคยพบในร้านอาหารหรือบนรถโดยสารที่แพร่จากคนหนึ่งไปสู่คนหนึ่งในได้ในระยะค่อนข้างไกลประมาณ 4-5 เมตร ลักษณะเป็นละอองฝอยขนาดเล็ก ดังนั้นภายใต้ข้อยกเว้นบางข้อโรค COVID-19 สามารถแพร่ได้ไกลกว่า 2 เมตร แต่โอกาสไม่ได้สูงมาก

มองว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเกิด เป็นเพราะหลายประเทศ ไม่สามารถทำให้คนของประเทศตัวเอง หันมาสวมหน้ากากอนามัยได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่แต่ละประเทศจะจริงจังกับการแก้ไขควบคุม

ทั้งนี้หากการกระจายของเชื้อ COVID-19 เปลี่ยนจากละอองฝอยขนาดใหญ่กว่า 5 ไมครอน ไปเป็นการแพร่ทางอากาศ ประเทศไทยไม่ต้องเปลี่ยนมาตรการ เพราะสุดท้ายการสวมหน้ากากอนามัยแบบที่เราทำกันอยู่ เป็นมาตรการป้องกันโรคที่ดีที่สุดอยู่แล้วแค่อย่าประมาทเกินไปเท่านั้น

ด้าน นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค ระบุว่า ขณะนี้สถานการณ์ทั่วโลกยังมีแนวโน้มผู้ติดเชื้อสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประเทศเพื่อนบ้านยังคงพบผู้ติดเชื้อรายใหม่อยู่ นอกจากนี้ ยังมีหลายประเทศที่มีการกลับมาระบาดในระลอก 2 เช่น ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และโครเอเชีย

 

 

 

 

แท็ก

กลับขึ้นด้านบน